HIV

WHO เสนอทางลดปัญหา HIV ยกเลิกความผิดอาญาจากการใช้ยาเสพติด, การค้าประเวณี, และเพศสัมพันธ์ในเพศเดียวกัน

By: lew
Writer
on Sun, 20/07/2014 - 00:50
Topics: 

องค์การอนามัยโลกออกรายงานแนวทางการลดปัญหาเอดส์ โดยเสนอแนวทางให้รัฐบาลออกกฎหมายเพื่อลดปัญหาเอดส์ เสนอแนวทางที่มีผลต่อกลุ่มเสี่ยงที่เป็นกลุ่มผู้ติดเชื้อ HIV ถึง 50% โดยเฉพาะในเอเชียไปจนถึงยุโรปตะวันออก กลุ่มนี้เป็นผู้ติดเชื้อตั้งแต่ 53% ถึง 62%

กลุ่มเสี่ยงมี 5 กลุ่ม ได้แก่ ชายผู้ร่วมเพศกันชาย, ผู้ใช้ยาเสพติด, นักโทษและกลุ่มคนที่อยู่รวมกันหนาแน่นแบบอื่นๆ, แรงงานทางเพศ, และกลุ่มคนข้ามเพศ

รายงานเสนอ 5 แนวทางเพื่อลดปัญหาการติดเชื้อ HIV

การให้ยาต้านไวรัสในทารกอาจช่วยรักษา AIDS ได้

By: lew
Writer
on Fri, 25/10/2013 - 13:53

รายงานเคสผู้ป่วยตั้งครรภ์ที่ตรวจพบเชื้อ HIV ก่อนคลอดไม่นาน ทำให้ไม่สามารถให้ยาเพื่อป้องกันการติดเชื้อไปยังลูกในท้องได้ ทำให้แพทย์ตัดสินใจให้ยาต้านไวรัสแก่ทารก ผลการติดตามล่าสุดหลังทารกได้รับยา 15 เดือนพบว่าระดับไวรัสต่ำจนตรวจสอบไม่ได้ จนสามารถหยุดการรักษา และถือว่าได้รับการรักษาหายแล้ว

ห่วงปล่อยยาต้านเชื้อในช่องคลอดอาจเป็นทางป้องกันเอดส์ทางใหม่สำหรับผู้หญิง

By: lew
Writer
on Wed, 02/10/2013 - 23:29
Topics: 

ปัญหาการติดเชื้อ HIV นั้นปัจจุบันตกอยู่กับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ในแอฟริกานั้นผู้ติดเชื้อถึง 60% เป็นผู้หญิง ปัญหาสำคัญ การป้องกันที่หาได้ยากกว่าทำให้ผู้หญิงมีโอกาสป้องกันตัวเองจากเชื้อ HIV น้อยกว่ามาก งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Northwestern ที่วิจัยห่วงปล่อยยาต้านไวรัสอาจจะเป็นทางออกใหม่สำหรับผู้หญิงที่จะป้องกันตัวเอง

กัมพูชาคาด จะหยุดการแพร่ของเชื้อ HIV ได้ภายในปี 2020

By: mementototem
Writer
on Fri, 17/05/2013 - 16:02

จากการแถลงการณ์ร่วมระหว่าง WHO และกระทรวงสาธารณสุขของกัมพูชา บอกว่า ประเทศในแถบเอเชียอาคเนย์ได้ลดอัตราความชุกของเชื้อ HIV จาก 1.7% ของจำนวนประชากรในช่วงอายุ 15 - 49 ปี ในปี 1998 ให้ลงมาเหลือเพียง 0.7% ในปี 2012 และกัมพูชาเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่สามารถหยุดยั้งการแพร่กระจายของเชื้อ HIV ได้เป็นที่น่าพอใจ และคาดหวังจะหยุดการแพร่กระจายของเชื้อ HIV ให้ได้ในปี 2020

ยืนยันแล้ว! เคสแรกกับการรักษาเด็กที่เป็นโรค HIV โดยกำเนิด

By: a08
Writer
on Mon, 04/03/2013 - 14:16

สดๆ ร้อนๆ เองครับสำหรับรายงานชิ้นใหม่ที่มอบความหวังให้กับผู้ปกครองที่มีบุตรเป็นโรค HIV (positive) โดยกำเนิด

เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา รายงานจากคุณหมอ Deborah Persaud จากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins ได้อธิบายการรักษาเด็กคนหนึ่งซึ่งเป็นโรค HIV โดยกำเนิดได้สำเร็จ และรายงานนี้ได้ประกาศไปในที่ประชุมเกี่ยวกับรีโทรไวรัสและโอกาสในการรักษาที่แอตเเลนต้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

สารหล่อลื่นทำให้เซลล์แห้ง แต่ไม่เพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ HIV

By: mementototem
Writer
on Mon, 10/12/2012 - 14:01

นักวิจัยจาก MTN จากการสนับสนุนของ NIH ได้ทดสอบสารหล่อลื่นทั้งหมด 14 ชนิดที่หาซื้อได้ตามร้านค้า และสั่งทางไปรษณีย์ มีทั้งสูตรน้ำ สูตรน้ำมัน และสูตรซิลิโคน ที่มักมีการใช้ระหว่างมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก จากผลสำรวจของผู้ที่ตอบแบบสอบถามจำนวน 6300 คน พบว่า สารหล่อลื่นสูตรน้ำ ที่มีปริมาณสารประกอบจำพวกเกลือ คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนมากกว่าที่มีอยู่ในเซลล์ จะทำให้เกิดความไม่สมดุลของกระบวนการออสโซโมลารี (hyerosmolar) ทำให้เซลล์เนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอด และช่องทวารหนักสูญเสียน้ำ แห้ง และเสียหายมากที่สุด เมื่

ชุดตรวจสอบที่สามารถตรวจเจอการติดเชื้อในระยะเริ่มแรก

By: mementototem
Writer
on Tue, 30/10/2012 - 10:09

ทีมนักวิจัยจาก Imperial College London ได้พัฒนาชุดตรวจสอบความไวสูง สำหรับตรวจหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ (biomarker) อย่าง p24 ของไวรัส HIV และ PSA (Prostate Scecific Antigen) ของมะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่าวิธีการตรวจสอบมาตรฐาน (gold standard method) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ผล รวมทั้งยังมีราคาถูกมากอีกด้วย นอกจากนี้ชุดตรวจสอบตัวนี้ ยังสามารถปรับแต่งให้ตรวจหาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพที่เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วได้ตามต้องการ

ชุดตรวจสอบนี้ทำงานโดยการนำซีรั่มจากตัวอย่างเลือด มาใส่ในหลอดบรรจุ หากผลเป็นบวกสำหรับ PSA หรือ p24 สารละลายจะทำปฏิกิริยาเกิดการจับตัวที่ผิดปกติของอนุภาคนาโน ทำให้สารละลายเปลี่ยนเป็นเฉดสีฟ้า แต่หากผลเป็นลบ สารละลายจะทำปฏิกิริยาเกิดการจับตัวของอนุภาคคล้ายกับลูกบอลแทน ซึ่งจะทำให้สารละลายเปลี่ยนเป็นเฉดสีแดง โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะสังเกตได้ด้วยตาเปล่า

นักจากนี้ทีมนักวิจัยยังบอกว่า ชุดตรวจสอบนี้ยังมีความไวมากพอที่จะตรวจเจอ p24 ปริมาณน้อยมาก ซึ่งเกิดจากผู้ป่วยได้รับเชื้อเพียงเล็กน้อยจนไม่สามารถตรวจพบจากวิธี ELISA (Emzyme-linked Immunosorbent Assay) หรือวิธีการตรวจสอบมาตรฐานอย่าง nucleic acid based test ประโยชน์ของการตรวจพบเชื้อ หรือข้อบ่งชี้ในระยะเริ่มแรกคือ ช่วยให้แพทย์รักษาผู้ป่วยได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสหายจากโรคได้ง่ายขึ้น

ทีมนักวิจัยหวังว่า ชุดตรวจสอบนี้จะราคาถูกมากพอ จึงกำลังมองหาองค์กรด้านสุขภาพที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อขอคำแนะนำด้านการวางแผน และแหล่งเงินทุนสำหรับการผลิต และแจกจ่ายชุดตรวจสอบตัวนี้ให้แก่ประเทศที่ยากจน และขาดผู้เชี่ยวชาญ

ที่มา: MedicalXpress, Imperial College London

Yale สร้างโปรตีนชนิดใหม่ที่ใช้ยับยั้งการติดเชื้อ HIV

By: mementototem
Writer
on Tue, 24/07/2012 - 23:07
Topics: 

ทีมของมหาวิทยาลัย Yale ได้สร้างโปรตีนชนิดใหม่ซึ่งไม่มีอยู่ตามธรรมชาติ ขึ้นมา โดยมีต้นแบบจากโปรตีนของไวรัส papillomavirus ที่ทำให้เกิดหูดในวัว และเกี่ยวข้องกับ papillomavirus ที่ทำให้เกิดมะเร็งในคอ และศีรษะของมนุษย์ โปรตีนชนิดนี้จะไปยับยั้งผิวเซลล์ที่เป็นตัวรับ (receptor) ของเชื้อ HIV ในเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ เป็นการป้องกันเซลล์จากเชื้อ HIV

หากโปรตีนชนิดใหม่นี้สามารถทำงานได้ดีในมนุษย์ มันจะเป็นหนทางใหม่ในการป้องกันโรคเอดส์ รวมถึงมะเร็งบางชนิดด้วย แต่การจะนำผลการค้นพบนี้ไปทำการวิจัยเชิงทดลองทางคลินิกนั้นมีอุปสรรคอยู่มาก ทีม Yale หวังว่าการที่โปรตีนนี้สามารถยับยั้งการติดเชื้อ HIV ในเซลล์ที่เพาะเลี้ยงได้อย่างรวดเร็ว จะช่วยให้มีการสนับสนุนมากขึ้น

ที่มา: MedicalXpress

โมซัมบิกสร้างโรงงานผลิตยาต้านเชื้อ HIV จากการสนับสนุนของบราซิล

By: mementototem
Writer
on Sun, 22/07/2012 - 16:09

ประเทศโมซัมบิกมีผู้ติดเชื้อ HIV ประมาณ 2.5 ล้านคน คิดเป็น 12% ของจำนวนประชากร แต่มีประมาณ 300,000 คน เท่านั้นที่ได้รับยาต้านเชื้อ HIV

รองประธานาธิบดี Michel Temer ของบราซิลได้มีการประกาศ ที่จะสร้างโรงงานผลิตยาต้านเชื้อ HIV ของรัฐโดยสมบูรณ์แห่งแรกของแอฟริกาในเมือง Motala ร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ของโมซัมบิก และถือเป็นความร่วมมือกันของทั้งบราซิล และโมซัมบิก ทั้งในด้านภาครัฐ และเอกชน

โรงงานนี้ สร้างจากเงิน 23 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ จากรัฐบาลบราซิล และ 4.5 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐจากบริษัท Vale บริษัทเหมืองแร่ยักษ์ใหญ่ของบราซิล และทางมูลนิธิ Oswaldo Cruz (สถาบันวิจัย และพัฒนาด้านชีวการแพทย์ของบราซิล) จะฝึกอบรมนักเทคนิค และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องชาวโมซัมบิกให้ด้วย แต่ในช่วงแรก โรงงานจะทำหน้าที่บรรจุหีบห่อยาที่ส่งมาจากบราซิลไปก่อน แล้วจึงเริ่มมีการผลิตยาเองในช่วงปลายปีนี้

ในช่วงปี ค.ศ. 1996 บราซิลได้มีนโยบายที่จะจ่ายยาฟรีให้แก่พลเมืองที่ติดเชื้อ และมีการถกเถียงกันอย่างรุนแรงในตอนที่มีประกาศ เพราะมันเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิบัตรยา แต่หลังจากนั้น กลับได้รับการยกย่องเป็นอย่างมาก โดยทางธนาคารโลกได้ประเมินว่า นโยบายนี้ได้ช่วยชีวิตคนมากกว่าครึ่งล้านชีวิต

ที่มา: Phys.org

HIV-2 ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันต่อสู้กับ HIV-1 ได้ดีขึ้น

By: mementototem
Writer
on Thu, 19/07/2012 - 22:52
Topics: 

หลายคนอาจจะไม่ทราบว่า HIV นั้นมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ HIV-1 ที่สามารถพบได้ทั่วไป มีอัตราการแพร่กระจายสูง ผู้ติดเชื้อเกือบทั้งหมดจะกลายเป็นผู้ป่วยเอดส์ และ HIV-2 ที่ส่วนใหญ่พบแถวแอฟริกาตะวันตก ไม่มีการแพร่กระจายมากนัก และมีผู้ติดเชื้อเพียง 20 - 30% เท่านั้น ที่กลายเป็นผู้ป่วยเอดส์ แต่สำหรับผู้ที่ติดเชื้อทั้ง HIV-1 และ HIV-2 ในแอฟริกาตะวันตกกลับมีโอกาสที่จะกลายเป็นผู้ป่วยเอดส์เพียงแค่ 3.2% เท่านั้น ซึ่งดูเหมือนกว่า HIV-2 จะไปขัดขวางการทำงานของ HIV-1 (สำหรับผู้ติดเชื้อ แล้วคิดอะไรแผลง ๆ กรุณาอ่านให้จบก่อน)

ในงานวิจัยชิ้นใหม่นี้ Joakim Esbjörnsson แห่งมหาวิทยาลัย Lund ในสวีเดน และเพื่อนร่วมงาน ได้วิเคราะห์ข้อมูลของอาสาสมัครผู้ติดเชื้อในประเทศกีนี-บิสเซา ในแอฟริกาตะวันตก จำนวน 223 คน ที่ติดเชื้อ HIV-1 และมี 32 คนในนั้นติดเชื้อ HIV-2 ร่วมด้วย และพบว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV-1 เพียงอย่างเดียวนั้น จะกลายเป็นผู้ป่วยเอดส์ในระยะเวลา 68 เดือน (5 ปี 8 เดือน) ในขณะที่ ผู้ที่ติดเชื้อ HIV-2 มาก่อน แล้วติดเชื้อ HIV-1 ภายหลังนั้น จะกลายเป็นผู้ป่วยเอดส์ในระยะเวลา 104 เดือน (8 ปี 8 เดือน) ซึ่งนานกว่าผู้ที่ติดเชื้อ HIV-1 เพียงอย่างเดียว และมีเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4+ T-cell มากกว่าอีกด้วย

แต่งานวิจัยนี้ ดูเฉพาะผู้ที่ติดเชื้อ HIV-2 มาก่อนแล้วจึงติดเชื้อ HIV-1 ภายหลังเท่านั้น สำหรับผู้ที่ติดเชื้อ HIV-1 อยู่ก่อนแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเสี่ยงเพื่อให้ติดเชื้อ HIV-2 เพิ่ม

ทางด้าน Phyllis Kanki ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเอดส์ และอาจารย์ด้านระบบภูมิคุ้มกัน และการติดเชื้อ ของ Harvard School of Public Health บอกว่า ผู้ที่ติดเชื้อ HIV-2 อาจทำให้ร่างกายค่อย ๆ พัฒนาระบบป้องกันไวรัสขึ้น ทำให้การต่อสู้กับ HIV-1 มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ตั้งข้อสงสัยว่า ทำไม HIV-2 ถึงได้ทำอันตรายกับระบบภูมิคุ้มกันได้น้อยกว่า HIV-1 สาเหตุเพราะ HIV-2 อ่อนแอเอง หรือเพราะระบบภูมิคุ้มกันรับมือกับ HIV-2 ได้ดีกว่ากันแน่ และหากสามารถทำความเข้าใจเรื่องนี้ได้ชัดเจนเพียงพอ เราอาจจะสามารถพัฒนาวัคซีนสำหรับ HIV-1 ขึ้นมา หรือใช้วิธีการอื่นในการรักษาได้ในอนาคต

ที่มา: MedicalXpress, LiveScience via Yahoo! News, doi:10.1056/NEJMoa1113244

Pages

Subscribe to RSS - HIV