Ask JuSci: มีใครไปดู Star Trek กันมาแล้วบ้างครับ?

By: mk
Writer
on Sat, 09/05/2009 - 19:29

ไหนเลย Star Trek เป็นหนังไซไฟเรื่องแรกที่ฉายหลังกำเนิดใหม่ของ JuSci พอดี ดังนั้นเราประเดิม Ask JuSci ตอนแรกด้วยการแลกเปลี่ยนประเด็นเรื่อง Star Trek ภาคล่าสุดกันดีกว่า

ใครไปดูมาแล้ว เป็นอย่างไร สนุกไหม สป็อคคนใหม่เท่ไหม ถ้ายังไม่ดูจะไปดูหรือเปล่า เคยดู Star Trek มาก่อนหรือไม่ หรือใครเป็นแฟนตัวยงก็แสดงตัวกันหน่อย ถ้าใครเขียนเป็นบล็อกไว้แล้วจะตอบเป็นบล็อกก็ได้ไม่ว่ากัน

มาสร้างการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้สนุกผ่านภาพยนตร์ไซไฟกันเถอะ!

36 Comments

ontjr's picture

เป็นแฟนตัวยงของ Star Trek ครับ ดูตั้งแต่ซีรีย์ชุดแรกๆ (สมัยเอามารีรันใน UBC) จนมาถึง Generation, Voyager (ผมชอบซีรีย์ตัวนี้มาก ครั้งแรกที่กัปตันเป็นผู้หญิง) แต่ภาคใหม่นี้ยังไม่ได้ดูครับ แต่ท่าทางจะแอคชั่นน่าดู (หรือหน้าหนังอาจจะหลอกก็ได้นะครับ)

ขอสปอยเล็กน้อย... หลายๆ คนอาจจะคิดว่า Star Trek เป็นหนังและซีรีย์แนว Sci-Fi น่าจะมีเรื่องราว หรือแก่นของเนื้อหาทันสมัย พูดถึงแต่เรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้ว แก่นที่ Star Trek นำเสนอกลับเป็นเรื่องใกล้ๆ ตัว เรื่องราวในโลกมนุษย์ของเราเนี่ยละครับ... ขอสปอยเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอครับ

สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู อยากให้ลองหาซีรีย์เก่าๆ มาชมก่อน รับรองจะติดใจ

mk's picture

ผมว่าเจนเวย์นี่แสดงแข็งๆ นะ ดูแล้วขัดๆ รู้สึกว่าที่ดูมาพิคาร์ดจะดีสุด (แน่นอนว่าโตไม่ทันเคิร์ก) ส่วน DS9 เป็นต้นมาผมไม่ได้ดูล่ะ

pawinpawin's picture

ยังไม่ได้ดูเลยครับ คงไม่ได้ไปดูเหมือนเคย (ไม่ได้เหยียบโรงหนังมาหลายปีแล้ว)
ว่าแต่ จัดรวมกลุ่มไปดูเลยดีกว่า 5555 :P

tr's picture

ดูแล้ว รีวิวแล้ว ขอแนะนำด้วยจิตคารวะว่า "ไปดูเถอะครับ"

เท่าที่ดูมา Star Trek ภาคหนังโรง เป็นหนังแอคชั่นทุกภาคครับ ไม่ได้เริ่มที่ภาคนี้ กัปตันได้ออกมาวิ่งๆยิ่งๆโดดๆตลอด

animateex's picture

ชอบมากครับ เนื้อเรื่องจริงๆ แล้วเรื่องที่ตัวละครในภาคเก่าเลยเล่าๆ เอาไว้ถึงสมัยหนุ่ม เอามาประต่อกับเรื่องราวของสป็อกใน The next Generation

กลายเป็นภาคนี้

จะบอกว่าภาคนี้เป็นภาค Zero ก็ว่าได้ละมั่ง ...

แต่ขอบ่นอย่าง ไอ้มุข ข้าม **** นี้ สตาร์เทรคใช้บ่อยมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ บ่อยจนมีใช้ทุกภาค แถมภาคละหลายครั้ง

MrWhisper's picture

ส่วนตัวผมชอบ Lt.Cmdr. Data กับ Capt. Jean Luc Picard ใน The Next Generation มากกว่า นี่กะว่าจะหา The Next Generation มาดูอีกรอบอยู่

เดี๋ยวรอดู Stargate Atlantis จบก่อน ฮ่าๆ (ที่ริงอยากโหลด Stargate SG-1 มาดู แต่มันเป็นสิบซีซั่นเลย ยาวจิ๊บ - -" แถมว่าปีนี้ Stargate Universe ก็ลงจออีรกต่างหาก - ปีหน้า Doctor Who S05 ฮ่าๆ)

pittaya's picture

ไปดูมาแล้ว สนุกดีครับ ติดตรงที่ว่า Spock คนใหม่นี่มันหน้าตาไม่ค่อยน่าไว้ใจเลย (ยังสลัดภาพ Sylar ไม่หลุด)

Pinery's picture

ไปดูมาแล้วครับ สุโก้ยยยยยยยยยมากครับ

บอกได้คำเดียวครับ "สุดยอด เหนือคำบรรยาย"

รีวิวต่างประเทศต่างชื่นชมกันตรึมเหมือนกันครับ ^^

จักรนันท์'s picture

ชมมาตั้งแต่หนุ่ม ครบทุก Series ครบทุกตอน ทุกภาค จนกระทั่งถึงล่าสุด Star Trek Enterprise มี DVD ครบทั้งหมด
Star Trek มีแง่คิดมากมาย Gene Roddenberry, Rick Berman และ Michael Piller เก่งมาก ที่สามารถเอาความเป็น Sci-Fi เป็นหน้าฉากเพื่อสอดแทรกการสอนเด็กๆ ลงไปในหนังได้
ผมชอบผู้นำทุกคน (ไม่ขอเรียกว่า Captain เพราะบางคนไม่ใช่ อย่างเช่น Benjamin ใน DS9) เพราะที่จริงทุกคนมี Charactor ต่างกัน คนส่วนใหญ่ชอบ Jean-Luc Picard เพราะนั่นคือ Charactor ผู้นำในฝัน ผู้นำที่มีความมั่นคงแข็งแกร่งทางจิตใจอย่างเกินที่มนุษย์จริงๆ จะเป็นได้
ส่วน James T. Kirk คือผู้นำคนแรกของ Series ที่ Charactor ใกล้เคียงมนุษย์จริงๆ ที่สุด
สำหรับ Katherine Janeway คือการนำเสนอภาพลักษณ์ของผู้หญิงซึ่งเป็นผู้นำ การปกครองแบบ Family ความอ่อนโยนที่แอบอยู่ภายใต้การแสดงออกในการตัดสินใจที่ดูแข้มแข็ง ฯลฯ
ถ้าติดตามทั้งหมด จะเห็นได้ว่า เขาเขียนดีมาก พยายามสร้าง Charactor ที่ต่างกันในทุกตัวละคร แม้กระทั่งความแตกต่างในสายพันธุ์ เพื่อเปรียบเทียบกับสังคมมนุษย์ในโลกจริงๆ
เป็น Series ที่ หากไม่ได้ทำเวอร์ชั่นโรงภาพยนต์ออกมาด้วย ผมอาจเรียกว่า Sci-Fi ได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก
สำหรับในโรงล่าสุดนั้น ออกทาง Action มากตามกระแสนิยม หากเทียบกับ Nemesis (ตอนที่แล้ว) ผมชอบ Nemesis มากกว่า เพราะความที่ยังเน้น Concept เดิมคือ ความเป็นผู้นำ การคิด การตัดสินใจ มากกว่าภาคล่าสุด ที่หนักไปทาง Action ครับ
ด้วยเพราะจะเน้นไปที่ Action จึงต้องดึง James T. Kirk มาสร้าง เพราะเป็นคนเดียวที่เน้นบู๊มากที่สุด ไม่อาจใช้ Picard ซึ่งเน้นใช้สมองและวาทะมาสร้างได้เลย ยิ่ง Janeway ยิ่งใช้มาสร้างเรื่องในแนวบู๊ไม่ได้
ถ้าว่ากันที่ Spock อันนี้ผมมีข้อตำหนิ หากใครย้อนไปดู Original Series ใน Season แรกเลย จะพบว่า Spock คนใหม่นี้ มีความเป็นวัลแคนเด่นชัดเกินไป เมื่อคิดเทียบตามวัยของ Spock แล้ว Spock ที่ยังหนุ่มแน่น โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ Kirk เพิ่งมาเป็น Captain อย่างนี้นั้น หากจะให้สอดคล้องกับความเป็น Spock ใน Series ตอนต้นๆ แล้ว Spock ต้องมี Emotion sense แบบมนุษย์มากกว่าในภาคล่าสุดนี้ ในขณะที่ในภาคนี้ Spock มีความคิดเป็น Logical สูงตั้งแต่วัยหนุ่มเลยทีเดียว ยกเว้นเรื่องการควบคุมอารมณ์ ซึ่งดูไม่สะดุดอะไร (หากใครชม Season 1 ตอนแรกเลย จะพบว่า Spock เล่นหมากรุก 4 ชั้นแพ้ Kirk ด้วยซ้ำ เพราะความที่วิธีคิดแบบ Logical ยังไม่เต็มที่ดี) แต่นี่ Spock ดูเป็น Tuvok เลยเชียว (ซึ่ง Tuvok เป็น Valcan 100% เต็ม)
สำหรับ Sulu ก็นะ บู๊มากกว่าใน Series จริงๆ แต่ก็เอาเถอะ ใน Series ไม่เคยเอ่ยถึงความสามารถด้านบู๊ของ Sulu แบบชัดๆ เพียงแต่บุคคลิกมันดูขัดแย้งกับใน Series อยู่หน่อยๆ
ภาคนี้ในสายตาผมที่เยียมที่สุดเห็นจะเป็นคนที่เล่นเป็น McCoy ซึ่งไม่รู้สึกขัดใดๆ เล่นได้เนียนเป็นเนื้อเดียวกันตัวใน Series ครับ
เอาเท่านี้ล่ะ ตัวเด่นๆ พอครับ

** ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ

animateex's picture

ผมว่า Spock วัยหนุ่มมีอารมห์แบบ Valcan นะถูกต้องแล้วนะครับ เพียงแต่ช่วงแรกเค้าเองก็ไม่ได้เค้าใจถึงการตัดสินใจของตัวเองในหลายๆ เรื่อง ส่วนตัวผมรู้สึกด้วยซ้ำว่าภาคล่าสุดนี้ Spock แสดงอารมห์มนุษย์มากเกินไปด้วยซ้ำ ดูจากภาคเก่าๆ แล้วกว่าตัว Spock คนแรกจะไม่เข้าใจอารมห์มนุษย์เท่าไหร่ แต่พอฉบับล่าสุดตัวเค้ากลับเข้าใจอารมห์มนุษย์เกือบแทบทุกเรื่อง ยกเว้นก็เรื่องที่หลุดโลกของเคิรก์กับแม็คคอย

Sulu ผมจำไม่ผิดเคยมีภาคที่ย้อนกลับมาโลกปัจจุบันมีบทพูดว่าตัวเค้าเคยอยู่หน่วยพิเศษหรือเปล่านี้ละ ถ้าผมจำไม่ผิดนะ

เรื่องที่ไม่ชอบก็คงเป็นอารมห์ของผู้คนในสตาร์ฟรีสที่ยังรู้สึกว่าเป็นมนุษย์ยุคเก่าเกินไปหน่อย ... ดูแล้วรู้สึกขัดๆ ไปนิด

animateex's picture

อีกอันเรื่องโกงข้อสอบ รู้สึกภาค The Undiscovered Country เคิร์กจะบอกว่าไม่มีใครจับผิดเค้าได้นะครับ ? ไม่รู้ผมจำผิดหรือเปล่า ....

เพราะในภาคนั้นก็ใช้ข้อสอบอันนี้ละ

จักรนันท์'s picture

ผมคาดเอาเองว่า เหตุการณ์ที่ต่างกันไปนี้นั้น น่าจะเกิดจากเป็นเพราะคนละ Timeline น่ะครับ ใน The Undiscovered Country นั้นเป็น Timeline ในกรณีที่ Nero ไม่ได้ผ่าน Black hole ข้ามเวลามา ก็เลยไม่ถือสาอะไรกับความแตกต่างนี้ครับ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นการแสดงให้เห็นความสามารถของผู้เขียนเรื่องว่า เขาเขียนเรื่องลากเส้นเหตุการณ์จากตรงทางแยกซึ่งทำให้เกิดเป็น 2 Timeline (ที่จริงควรมากกว่า) แล้วเข้ามาบรรจบกันรวมเป็น Timeline เดียวกันได้อีกครั้ง นั่นหมายถึง Kirk ยังเป็น Captain ทุกอย่างกลับเข้ารอยของ Star trek original series ได้อีกครั้ง

iMenn's picture

ผมคิดว่า มันไม่ได้มาบรรจบกันนะครับ มันแค่มาเพื่อบอกว่า "ชะตากรรม" ของเหล่าตัวละครนั้นก็มาเกี่ยวพันกันอีกครั้งหนึ่ง (เพื่อจะได้ทำหนังขายต่อได้) ซึ่งหลังจากนั้น มันไม่จำเป็นต้องเดินเรื่องตามเดิมแล้วครับ ขอแค่นิสัยตัวละครเหมือนเดิม สร้างพล็อตใหม่ๆ อะไรก็ได้

BlackMiracle's picture

ดูมาแล้วครับ ใครที่ยังไม่ได้ดูผมแนะนำอย่างแรง ต้องไปให้ได้นะครับ ^ ^

Spock ในภาคนี้แสดงโดยคนที่เล่นเป็น Sylar ในซีรีส์เรื่อง Heroes และแสดงเป็นอดัม ในซีรี่ส์เรื่อง 24 ด้วยครับ

วันที่ไปดู ผมเพลียๆ แต่ระหว่างหนัง ผมไม่รู้สึกง่วงเลยครับ สนุกสุดยอด ทำได้เนียนมาก เอฟเฟคแอ็กชั่นต่างๆ ทำดีไม่แพ้ Transformers เลยครับผม

ปล. เว็บ IMDb ที่ว่ากดคะแนน ยังให้เรื่องนี้ตั้ง 8.6 เลยครับ

KnightBaron's picture

ถ้าไม่เคยดู Star Trek ภาคอื่นมาก่อนเลย จะดูรู้เรื่องไหมน่ะครับ? (เห็นว่ามันอยู่บน Parallel timeline แปลว่าเนื้อเรื่องไม่เกี่ยวกับของเดิมหรือเปล่า?)

nuclearlab's picture

พึ่งไปดูมาครับ สนุกมาก ไม่เสียดายเงินเลยแม้แแต่นิดเดียว

ว่าแต่ออกมายังรู้สึกตะหงิดๆอยู่ที่พระเอกมันขึ้นเป็นกัปตันเร็วจัง ตอนต้นเรื่องมันยังเป็นเด็กเจ้าปัญหาอยู่เลยนะนั่น ส่วนเจ้าซูลูนี่ก็ยังกะนินจา ฮ่าๆ (เกือบจะสับสนกะ GI-JOE)

thep's picture

มาสร้างการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้สนุกผ่านภาพยนตร์ไซไฟกันเถอะ!

ขอตั้งคำถามเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ละกัน

  • ยานอวกาศทั้งหลาย สร้างแรงโน้มถ่วงเทียมด้วยวิธีไหน โดยไม่มีการหมุนเพื่อสร้างแรงหนีศูนย์กลาง? หรือว่าเป็นการสร้างสนามโน้มถ่วงจริงด้วยหลักสัมพัทธภาพทั่วไปบางอย่าง?

  • การสื่อสารข้ามดวงดาวที่โต้ตอบกันแทบจะทันที (ในขณะที่คลื่นวิทยุต้องใช้เวลา 8 นาทีในการเดินทางระหว่างโลก-ดวงอาทิตย์ เป็นต้น) ไม่น่าจะใช่การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบปัจจุบัน ไอเดียที่นึกออกคือ entangibility

  • เวลาที่วอร์ป คนในยานเฉยมาก ไม่มีผลเรื่องความเฉื่อยจากการขับเคลื่อนเลย (ดูจะเน้นมากในตอนนี้ แทบทุกครั้งที่วอร์ป) อันนี้ทำให้นึกถึงเรื่อง การขับเคลื่อนกาล-อวกาศ ที่ JuSci เคยเสนอไปแล้ว แต่ตอนท้ายมีการยิงจรวดเสริมเพื่อหนีหลุมดำด้วย คือไม่ได้แค่อยู่นิ่งในแคปซูลกาล-อวกาศที่เคลื่อนที่ แต่เคลื่อนที่ไปในแคปซูลนั้นด้วย

แค่นี้ก่อนครับ ถ้านึกอะไรออกอีกค่อยมาต่อ

lew's picture

ผมนึกถึงเรื่อง Battlestar Galtaica ขึ้นมาเลยที่มียานลำนึงมีระบบสร้างแรงโน้มถ่วงจำลองยานเป็นวงแหวนกลมหมุนตลอดเวลา

แต่ปรากฏว่ายานเล็กก็ดันมีแรงโน้มถ่วงเหมือนกัน

แถมที่น่าอัศจรรย์กว่าคือยานเล็กสามารถเปิดประตูรับคนที่ลอยจากสภาพไร้น้ำหนัก ปิดประตูแล้วสร้างแรงโน้มถ่วงได้ทันที

ที่พอนึกออกคือหาทางสร้างมวลมหาศาลเป็นแผนบนพื้นยาน แต่ถ้าทำอย่างนั้นจริง ทุกคนคงต้องยืนตัวเอียงๆ ออกจากกลางยานอยู่ดี

thep's picture

ถ้าจะสร้างมวลมหาศาลที่พื้นยาน จะต้องเป็นมวลโน้มถ่วง (gravitational mass) ไม่ใช่มวลเฉื่อย (inertial mass) ไม่งั้นจรวดขับดันจะต้องทำงานหนักในการเคลื่อนยาน เพราะคงไม่ใช้การวอร์ปแบบอยู่นิ่งแล้วขับเคลื่อนกาล-อวกาศตลอดเวลามั้ง?

ปัญหาคือ ฟิสิกส์ปัจจุบัน แยกความแตกต่างระหว่างมวลโน้มถ่วงและมวลเฉื่อยได้เพียงน้อยนิดเท่านั้นในระดับของทฤษฎีควอนตัม

คำถามนี้ ผมเคยถามตอนดู Star Trek ภาคก่อน (เหมารวมไปถึง Star Wars ด้วย) มีคนตอบมาว่า อาจจะใช้วิธีใส่รองเท้าแม่เหล็ก เพื่อดูดติดกับพื้นยานที่เป็นเหล็กก็ได้ หรือกลับกัน คือพื้นยานสร้างสนามแม่เหล็กแทน อันนี้ดูเป็นไปได้ แต่ผมก็ยังแย้งอยู่ดีตอนที่เห็นผมของลูกเรือหญิงห้อยแกว่งไกว

เรื่องแรงโน้มถ่วงนี่ ดูเหมือนเรื่อง 2001 ของ Arthur C. Clarke จะระมัดระวังมาก กว่าจะเข้าสู่สถานีที่มีแรงโน้มถ่วงเทียมได้ จะต้องผ่านสถานีปรับความเร็วก่อน เพื่อให้เข้าไปในสถานีที่กำลังหมุนอยู่ได้ รวมทั้งการสื่อสารกับ HAL ที่ดาวพฤหัส ก็จะมี delay ด้วย อาจจะเพราะเนื้อเรื่องอยู่ในกรอบของเวลาที่ไม่ได้อยู่ในอนาคตที่ไกลมากด้วย

iMenn's picture

ไม่เคยดูหนังเรื่องนี้ ไม่เคยรู้จักตัวละครใดๆ เลยครับ เคยแค่ได้ยินคนกล่าวถึง Star Trek ในแง่มุมของทีมว่า

คนใน Star Trek นั้นไม่มีเงินเดือน เค้าทำงานเพราะต้องการพัฒนาตนเอง

ไม่ทราบจริงหรือไม่ รบกวนท่านผู้รู้ช่วยแนะนำ

แต่กระนั้น ในฐานะคนไม่รู้อะไรมาเลย ดูแล้วก็ชอบครับ สนุกมาก และดูมีรายละเอียดของทฤษฎีรองรับอยู่มาก (แต่ความสนุกอาจเด่นจนบดบังมันไป)

และได้ความว่า หนังสร้างระบบจักรวาลคู่ขนานมาอย่างสมเหตุสมผลโค่ดๆ (ไม่ใช่หนังฮีโร่อื่นๆ ที่นึกจะขนานก็ขนานเลย อันนี้อุตสาห์สร้างเหตุผลมารับเนียนจริง) ดังนั้น เห็นได้ว่า คงจะสร้างภาคต่อมาหากินได้อีกนานทีเดียว (ก็เอาแค่ Character มานี่นา ไม่ต้องเอาเรื่องมา)

balloonp's picture

เป็นคำพูดของกัปตันพิคาร์ดครับ พูดในตอน First Contact อธิบายถึงผู้คนในยุคที่ United Federation of Planets ก่อตั้งโดยสมบูรณ์แล้ว ไม่มีการแย่งชิงทรัพยากรกัน ผู้คนมีจริยธรรม จึงไม่มีระบบเงินเดือนและไม่ต้องใช้ระบบเงินตราเพื่อแลกเปลี่ยน ทุกคนจึงทำงานเพื่อฝึกฝน เรียนรู้ และพัฒนาตนเอง

ข้อมูลจากหนังผสมความคิดเห็นส่วนตัวนิดหน่อยครับ

tr's picture

+1 ครับ UFP เลิกใช้เงินตราแล้ว

แต่ในจักรวาลของ Star Trek นั้น ระบบดาวบางระบบยังใช้เงินอยู่ครับ ที่เห็นบ่อยสุดก็คงเป็นแท่งละตินั่มที่ใช้กันเกลื่อนภาค DS9 ครับ

lew's picture

มันอยู่ในภาคหนึ่งที่ Star Trek ย้อนเวลาไปอดีตน่ะครับ แล้วคนในอดีตถามถึงโลกในยุค Star Trek

ผมเคยดูนานล่ะ (ผมเองก็พูดถึงเรื่องนี้บ่อยๆ)

ใครจำได้มั่งว่ามันภาคไหนอ่ะครับ

siraekabut's picture

แต่ก่อน (ตอนเด็กๆ) ไม่ชอบ Star Trek เอาซะเลยครับ
เพิ่งได้ดูภาคใหม่ล่าสุด ชอบมากมาย

angelicza's picture

ดูแล้วครับ สนุกมาก ติดฮาตลอดเรื่อง ให้อะไรเก็บไปคิดเยอะดี มันส์มากๆ ด้วย

ellipsis's picture

เคยได้ยินว่า Star Trek น่าเบื่อ

และเป็นสัญลักษณ์ของพวก geek/nerd

สองข้อนี้ จริงหรือปล่าวครับ เท่าที่อ่านมา ผมว่าน่าสนใจมาก อยากหามาลองดูซะแล้ว

ส่วนฉบับภาพยนตร์ กำลังจะไปดูคร้าบบบ

จักรนันท์'s picture

สำหรับผม คุณรู้สึกอย่างไรกับสามก๊ก (ในแง่ที่ว่า จัดกลุ่มผู้ชมอยู่ในประเภทไหน ไม่ใช่ในแง่ของตัวภาพยนต์) สำหรับ Star trek ก็เป็นแบบนั้นครับ Star trek มีเนื้อหายาวกว่ามาก เพราะตลอดตั้งแต่ต้นคือ Star trek Enterprise นั้น เริ่มขึ้นหลังจากเหตุการณ์ First Contact นิดเดียว ใน 21 century นี่แหละครับ (ผมเรียงตามเวลาของเรื่องนะครับ ไม่ใช่ตามเวลาสร้าง/ฉาย) ตลอดไปจนถึงยุค DS9 ตอนนั้น 24 century ทั้งหมดก็ 300 กว่าปี ตัวละครจึงมากมาย หลากหลายสายพันธุ์ ในแง่ของบุคคลิกและสังคม จะมีอะไรที่ต้องพิจารณามากกว่าสามก๊กหลายเท่าครับ

ZetaSolid's picture

อันนี้เห็นด้วยครับ แต่อีกเรื่องที่ผมอยากให้ทำเป็นหนัง ก็คือเรื่อง The Foundation น่ะ ครับ จะมีใครหยิบมาทำมั่งไหมนี่

LaZieR's picture

jean-luc สุดยอดที่สุดแล้วครับ

โดยส่วนตัวรู้สึกว่าหนังน่าจะอธิบายเรื่องการ บีมไปยังวัตถุที่ เคลื่อนที่ไวกว่าแสง เหมือนตอนฉายแบบซีรี่ส์ ด้วยเท่านั้นเอง

ที่เหลือคิดว่าทำออกมาได้ดีมาก อ่อ สป็อค มันหน้าดูโกงด้วยอ่ะ