10 เรื่องที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับดาวพลูโต

By: mk
Writer
on Thu, 19/03/2009 - 08:00

จากบล็อก Bad Astronomy ครับ

  1. ดาวพลูโตเคยถูกถ่ายภาพติดตั้งแต่ปี 1919 แต่ไม่มีใครเคยสนใจเพราะว่ามันจางมาก กว่าจะถูกค้นพบอีกครั้งก็คือปี 1930 โดย Clyde Tombaugh
  2. วงโคจรของพลูโตนั้นตัดกับเนปจูน แต่มันกลับไม่เคยชนกัน สาเหตุนี้เป็นเพราะถ้ามองจากแผนภาพแบบ 2d วงโคจรมันจะตัดกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว พลูโตมันจะโคจรแบบเอียงๆ ต่างจากดาวเคราะห์ดวงอื่น (ภาพประกอบ)
  3. พลูโตเป็นวัตถุที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณดาวเนปจูน ถึงแม้ว่าเนปจูนจะใหญ่มาก แต่พลูโตไม่เคยตกอยู่ใต้แรงดึงดูดของเนปจูนเลย เป็นเพราะว่ารอบของวงโคจรนั้นไม่เท่ากัน แถมในบางครั้งพลูโตนั้นอยู่ใกล้ดาวยูเรนัสมากกว่าเนปจูนเสียอีก
  4. ขนาดและมวลของพลูโต ตามที่นักวิทยาศาสตร์ประเมินนั้นเล็กลงเรื่อยๆ ตามยุคสมัย เนื่องจากว่าพลูโตมันไกลมากก็ต้องใช้วิธีเดา พอเครื่องมือในการวัดนั้นแม่นขึ้น ก็พบว่าพลูโตนั้นเล็กกว่าที่คิดไว้มาก ตอนนี้ตัวเลขล่าสุดคือพลูโตมีมวลคิดเป็น 0.2% ของโลก และมีขนาดเล็กกว่าดวงจันทร์
  5. แต่ว่าพลูโตไม่ใช่ดาวที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่สุดขอบของสุริยะจักรวาล นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์กันมานานแล้วว่าแถวๆ พลูโตจะต้องมีดาวขนาดใกล้เคียงกันอยู่ และสุดท้ายในปี 2005 ก็มีคนค้นพบดาวเอรีส (Eris) และดวงจันทร์ของเอรีสชื่อดีสโนเมีย (Dysnomia) ซึ่งมีมวลรวมกันมากกว่าพลูโต 27%
  6. พลูโตมีชั้นบรรยากาศ ถึงแม้จะบางมากแต่ก็มีอากาศ ความดันที่ผิวดาวนั้นคิดเป็น 0.00001 เท่าของโลก และก๊าซส่วนมากเป็นไนโตรเจน มีก๊าซมีเทนเล็กน้อย และช่วงที่พลูโตโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าปกติ ก๊าซที่แข็งตัวอยู่จะระเหิดเป็นไอทำให้มีบรรยากาศเพิ่มขึ้น
  7. พลูโตเป็นระบบดาวคู่ โดยพลูโตนั้นมีขนาดใกล้เคียงกับดวงจันทร์ชารอน (Charon) ของตัวเองมาก (โดยเฉพาะเมื่อเทียบความสัมพันธ์โลก-ดวงจันทร์) ลักษณะของวงโคจรจึงไม่ใช่ชารอนโคจรรอบพลูโตเหมือนกับดวงจันทร์ของโลก แต่เป็นการโคจรรอบกันและกันแทน (ภาพประกอบ)
  8. เรามีภาพพื้นผิวของดาวพลูโตด้วยนะ เพียงแต่มันเบลอมากจนมองอะไรไม่เห็น เพราะมันไกลมากนั่นเอง (ภาพประกอบ)
  9. แกนของพลูโตนั้นเอียงมากๆ มากกว่ายูเรนัสเสียอีก แกนของพลูโตเอียง 122 องศา ยูเรนัสเอียง 98 องศา ส่วนโลกนั้น 24 องศา แต่ก็ไม่มีใครเอียงเท่ากับดาวศุกร์ที่ซัดไปซะ 177 องศาเชียวแน่ะ
  10. ถึงแม้ว่าพลูโตจะถูกเรียกว่าเป็นดาวน้ำแข็ง แต่จริงๆ แล้ว70% ของมันน่ะเป็นหินอยู่ข้างในต่างหาก

ที่มา - Bad Astronomy

6 Comments

paween_a's picture

ทำไมถึงโคจรเอียง ๆ แล้วมันจะไม่ชนกันละครับ
ถ้ามีจุดตัดกันก็น่าจะมีโอกาสชนกันได้เสมอไม่ใช่หรือ
(ข้อ 2.)

zgarden's picture

เหมือนเคยอ่านเจอที่ไหนเค้าบอกว่า
ตอนนี้ดาวพลูโตไม่นับเป็นดาวในระบบสุริยะของเราแล้วใช่มั้ยครับ

thep's picture

โดน IAU ประกาศให้เป็นดาวเคราะห์แคระ (dwarf planet) ครับ ไม่เรียกเป็นดาวเคราะห์ (planet) แบบเต็มขั้นอีกต่อไป พร้อมกันนั้น คำว่าดาวเคราะห์แคระ ก็กลายเป็นชนชั้นใหม่ของเทหวัตถุ ใหญ่กว่าดาวเคราะห์น้อย (asteroid) แต่เล็กกว่าดาวเคราะห์ (planet) มีผลให้ดาวเคราะห์น้อยซีรีส (Ceres) ได้เลื่อนชั้นขึ้นเป็นดาวเคราะห์แคระพร้อมกับการลดชั้นของพลูโตด้วย

แต่ดาวพวกนี้ก็ยังโคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่นะ จะเรียกว่าเป็นดาวในระบบสุริยะหรือเปล่าล่ะ?

thep's picture

เยี่ยมเลย.. บางเรื่องรู้แล้ว บางเรื่องยังไม่รู้จริง ๆ แต่เป็น 10 เรื่องที่ไม่มีการเรียงลำดับตามความ surprise แฮะ

ข้อ 6. เรื่องชั้นบรรยากาศ ใน blog ที่มา บอกว่ามัน "upside-down" (ข้างบนร้อน ข้างล่างเย็น) ด้วยแฮะ

ข้อ 8. ต้องบอกว่าที่มันเบลอเพราะเป็นการคำนวณเอาจากการวัดแสงสะท้อน ไม่ใช่จากการถ่ายรูปตรง ๆ (รอโครงการ New Horizons)

ข้อ 9. นี่ เรื่องแกนเอียงถ้ามาคิดดูดี ๆ เรื่องที่แกนเอียงเกิน 90 องศานี่ มีความหมายว่ายังไง ถ้าเอียง 0 องศาก็หมายถึงดวงอาทิตย์จะตรงหัวที่ศูนย์สูตรเสมอ ไม่มีฤดูกาล ถ้าเอียง 90 องศาพอดีก็หมายถึงหันเอาขั้วเหนือเข้าหาดวงอาทิตย์เสมอ ไม่มีฤดูกาลอีกเหมือนกัน แต่ถ้าเอียงเกิน 90 องศาจะหมายถึงดาวเคราะห์ไม่ได้หมุนรอบตัวเองในแบบกลิ้งไปตามวงโคจร แต่จะหมุนกลับทาง จากตะวันออกไปตะวันตก.. ทีแรกเข้าใจว่ามีดาวศุกร์ดวงเดียวที่หมุนแบบด้นถอยหลังแบบนั้น พลูโตด้วยหรือนี่..

แต่คุณสมบัติหลาย ๆ อย่าง ที่ทำให้พลูโตแตกต่างจากดาวเคราะห์บริวารดวงอื่น ๆ จนถูกจัดให้เป็นวัตถุในแถบไคเปอร์ ก็ทำให้ไม่น่าแปลกใจอะไรนัก ถ้าเทียบกับวิธีการหมุนของดาวศุกร์ เพราะดูน่าจะเกิดมาพร้อม ๆ กับดวงอื่นอีกเจ็ดดวงที่เหลือ แต่ทำไมหมุนรอบตัวเองไม่เหมือนชาวบ้าน..

แถมอีกหน่อย.. ไปเจอเรื่องของ เด็กหญิงผู้ตั้งชื่อดาวพลูโต ครับ ตอนนี้เป็นคุณยายไปแล้ว แต่เรื่องราวตอนที่ตั้งชื่อนี่ มันบังเอิญหลายอย่าง จนดูเหมือนเธอถูกชะตากำหนดเอาไว้ให้เป็นคนตั้งชื่อดาวดวงนี้