สหรัฐไฟเขียว: ทดลองใช้สเต็มเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์ได้

By: pawinpawin
Writer
on Sat, 24/01/2009 - 01:39

การใช้สเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบไปทำหน้าที่ต่างๆ นั้นได้รับอนุญาตให้ทำการวิจัยและรักษาไปแล้ว (รวมถึงในบ้านเราก็มีทำอยู่ประปราย) แต่การใช้เซลล์นั้นๆ มักมาจากตัวของคนที่โตแล้วไม่ใช่ตัวอ่อน วันนี้องค์การอาหารและยาของสหรัฐ (US FDA) ได้อนุมัติให้ใช้เซลล์จากตัวอ่อนของมนุษย์นี้ในขั้นทดลองเป็นครั้งแรกแล้วครับ

บริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ทำการทดลองในครั้งนี้คือบริษัท Geron Corp ซึ่งนำโดย Dr. Thomas Okarma โดยงานวิจัยชิ้นแรกนี้จะเป็นการศึกษาการฉีดสเต็มเซลล์ลงในไขสันหลังของผู้ป่วยที่มีปัญหาอัมพาตที่ขาสองข้าง (มักเกิดจากอุบัติเหตุต่อไขสันหลังทำให้เดินไม่ได้แต่ใช้แขนได้ตามปกติ) โดยหวังว่าสเต็มเซลล์นี้จะเข้าไปทดแทนเซลล์เยื่อหุ้มไขสันหลังเดิมที่เสียไปของผู้ป่วย เหมือนกับในสัตว์ทดลองที่ประสบผลสำเร็จไปแล้ว

อย่างไรก็ตามการศึกษานี้เป็นเพียงการศึกษาในระยะที่หนึ่งซึ่งศึกษาเพียงผลข้างเคียงจากการใช้วิธีการรักษาแบบนี้เท่านั้น จึงยังไม่สามารถยืนยันถึงความสำเร็จในผู้ป่วยได้

สเต็มเซลล์ที่มาจากตัวอ่อนมนุษย์นี้ได้รับการถกเถียงกันมากในประเด็นของจริยธรรม เนื่องจากตัวอ่อนมนุษย์ที่ถูกเอาสเต็มเซลล์นี้ออกมาจะต้องถูกทำลายทิ้ง ไม่ต่างอะไรจากการคัดเลือกตัวอ่อนจากวิธีการช่วยผู้มีบุตรยากบางวิธีที่ตัวอ่อนจำนวนหนึ่งที่ไม่สมบูรณ์จะถูกทำลายทิ้ง ทำให้งานวิจัยมักจะไม่ผ่านคณะกรรมการจริยธรรมเสมอ

มีผู้สังเกตว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการสิ้นสุดตำแหน่งของประธานาธิบดีบุช ซึ่งไม่ค่อยสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ อย่างไรก็ตามทางบริษัทที่ทำการวิจัยบอกว่าเป็นเพียงแค่เหตุบังเอิญเท่านั้น และข่าวนี้ทำให้หุ้นของ Geron ขึ้นกว่า 50%

หมายเหตุ

เซลล์ คือหน่วยย่อยที่สุดของสิ่งมีชีวิต (ยกเว้นไวรัสและไพรออน) สำหรับมนุษย์แล้ว เมื่อเซลล์อสุจิจากพ่อและเซลล์ไข่จากแม่มาผสมกัน จะทำให้เกิดเซลล์ที่มีความสามารถที่จะเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นเซลล์ต่างๆ ได้หลากหลาย เราเรียกเซลล์ที่มีความสามารถเปลี่ยนตัวเองได้นี้ว่าสเต็มเซลล์ (stem cell - จากคำว่า stem ที่แปลว่าลำต้นหรือก้านของต้นไม้)

สเต็มเซลล์เหล่านี้จะแบ่งตัวและพัฒนาเจาะจงไปเรื่อยๆ และในที่สุดจะเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เฉพาะด้านเพียงเท่านั้น (เช่นเซลล์ประสาท เซลล์ผิวหนัง เซลล์กล้ามเนื้อ) โดยสเต็มเซลล์ในผู้ใหญ่นั้นยังคงมีอยู่แต่จะไม่มีความสามารถที่หลากหลายเท่าเซลล์จากตัวอ่อน เช่น สเต็มเซลล์จากไขกระดูกผู้ใหญ่ อาจโตเป็นเซลล์เม็ดเลือดได้ แต่ไม่สามารถโตเป็นเซลล์ประสาทได้เป็นต้น (ลองดูภาพประกอบได้ที่ Wikipedia)

เนื่องจากความที่เซลล์บางประเภทเช่นเซลล์ประสาทนั้นตายแล้วตายเลยไม่สามารถแบ่งตัวออกมาได้เองอีก ทำให้เกิดความคิดที่จะนำสเต็มเซลล์จากตัวอ่อนมนุษย์ที่ยังมีความสามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นเซลล์ประสาทได้อยู่มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านระบบประสาทดังในข่าว

การศึกษาวิจัยในมนุษย์สำหรับยาหรือวิธีการรักษานั้นแบ่งเป็นสี่ระยะ (Phase) คือระยะแรกจะมุ่งศึกษาเกี่ยวกับผลข้างเคียงของการรักษาเท่านั้น ระยะที่สองจะศึกษาความสำเร็จในการใช้กับผู้ป่วยจริงในกลุ่มเล็กๆ ระยะที่สามศึกษาในผู้ป่วยจริงจำนวนมากขึ้น และระยะที่สี่คือการศึกษาหลังจากที่ยาหรือวิธีการรักษานั้นได้ออกมาใช้แพร่หลายแล้ว

สำหรับในประเทศไทย ทางแพทยสภานั้นได้จัดตั้งคณะกรรมการจริยธรรมเกี่ยวกับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดแล้วและมีการประชุมเป็นระยะ

ที่มา: Wired News, The Wall Street Journal Blog, WSJ Health Blog, Geron