Dyson 360 Eye หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวแรกจากแบรนด์เครื่องไฟฟ้า Dyson

By: mk
Writer
on Fri, 05/09/2014 - 14:44

Dyson แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดแนว เปิดตัว Dyson 360 Eye หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวแรกของบริษัท (ลักษณะเดียวกับ Roomba iRobot) แล้ว

Dyson ซึ่งบุกเบิกวงการเครื่องดูดฝุ่นมานาน ใช้เวลาถึง 16 ปีในการพัฒนาหุ่นยนต์ดูดฝุ่นของตัวเอง (เคยพยายามทำมารอบหนึ่งแล้วในปี 2001 แต่พับแผนไปก่อนวางขายไม่นาน เพราะผู้ก่อตั้ง James Dyson มองว่ามันใหญ่และแพงเกินไป) จุดเด่นของ 360 Eye คือกล้องรอบตัว 360 องศา (ตามชื่อรุ่น) ถ่ายภาพรอบตัวตลอดเวลาเพื่อนำไปใช้คำนวณอัลกอริทึมในการเคลื่อนไหวไม่ให้ซ้ำจุดเดิม

รูปแบบการเคลื่อนไหวของมันคือขยับออกมาจากแท่นที่ริมผนัง แล้วหาจุดศูนย์กลางของห้อง จากนั้นเคลื่อนที่เป็นก้นหอยโดยขยายวงรอบออกไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังจำกัดขนาดไว้ใหญ่สุดที่ 10 ตารางฟุต เมื่อทำความสะอาดบริเวณนั้นหมดแล้วก็จะขยับไปสร้างวงใหม่ต่อไป (เซ็นเซอร์อินฟราเรดในตัวของ 360 Eye ยังช่วยให้มันหลบเลี่ยงขาโต๊ะหรือสัตว์เลี้ยงได้ด้วย)

ในส่วนของระบบดูดฝุ่น 360 Eye ใช้มอเตอร์ดิจิทัลที่เป็นเอกลักษณ์ของเครื่องดูดฝุ่น Dyson รุ่นอื่นๆ ทำงานที่ 104,000 รอบต่อนาที มีพลังดูดเยอะกว่าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอื่น 20 เท่า นอกจากนี้ส่วนของล้อที่ตัวเครื่องยังช่วยให้ Eye เดินข้ามขอบประตูหรือวัตถุเตี้ยๆ ที่อยู่บนพื้นได้ด้วย

Dyson 360 Eye จะเริ่มวางขายในฤดูใบไม้ผลิ 2015 ที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรก ตอนนี้ยังไม่เปิดเผยราคา

ที่มา - Wired

15 Comments

echo's picture

แพงกว่าไม้กวาด + ม๊อบถูพิ้น 10,000 เท่า
เปนอุปทานที่เหนืออุปสงค์ แถมม๊อบน่าจะสะอาดกว่า

nessuchan's picture

ถ้าม๊อบถูพื้นที่ว่ามันถูเองได้โดยอัตโนมัติ ก็ใช่นะครับ

แต่ในกรณีนี้คือคนเค้าไม่ได้ซื้อเพราะว่ามัน "สะอาด" กว่า แต่เค้าซื้อความ "อัตโนมัติ" ครับ ซื้อตรงนี้เค้ามองว่าการซื้อหุ่นยนต์ไปเพื่อทดแทนแรงงานคนครับ อุปสงค์ตรงนี้นับว่ามากกว่าอุปทานนะครับ

ป.ล. รุ่นเทพ ๆ อย่าง iRobot Roomba 880 ราคา 33,900 แพงกว่าไม้กวาด + ไม้ถูพื้น 10,000 เท่า เหลือ 3.39 บาท มีที่ไหนขายไม้กวาด+ไม้ถูพื้น 3.39 บาท บ้างครับ :P

echo's picture

คุณไม่เข้าใจในผลลัพธ์ที่ได้กับราคาที่ต้องจ่าย
ผมไม่ได้บอกคุณ แต่ผมบอกคนอื่นๆที่อ่าน

lancaster's picture

มันขายได้เพราะเวลาของหลายๆคน มีค่ามากกว่าราคาเครื่องนี้ครับ

... แต่ผมคงไม่ซื้อตัวนี้ ใช้พวก roomba ดีกว่า

hisoft's picture

+1 ไม่งั้นมันคงไม่ขายดิบขายดีขนาดนั้นล่ะครับ

The Phantom Thief

hisoft's picture

รุ่นที่ถูพื้นได้ก็มีนะครับ แล้วโดยปกติผมใช้เครื่องดูดฝุ่นชนิดเบากว่ารุ่นทั่วไป (Electrolux dynamica) ก็สะอาดกว่าใช้ไม้กวาดค่อนข้างมากครับ ทำไมถึงเลือกเอาไปเทียบกับไม้กวาดครับ?

The Phantom Thief

hisoft's picture

ว่าแต่ ผมว่ามันใหญ่จนลอดใต้โซฟาไม่ได้นี่สิ

  • หลังออกจำหน่ายเราคงได้เห็นอะไรสนุก ๆ จาก Eye 360 เป็นแน่แท้ และหวังว่าจะไม่มีใครเอาเล่นทะลึ่งถ่ายภาพในมุมเงยด้วยกล้องที่อยู่บนตัวหุ่นยนต์ :p - ThaiRobotics.com

The Phantom Thief

LazarusSP1's picture

คิดคร่าวๆ สมมุติว่า ไอ้หุ่นนี้ สามารถใช้งานได้ 3 ปีพัง คนที่จะสามารถมีไอ้เครื่องนี้ไว้ใช้แล้วคุ้มทุน ก็จะต้องหาเงินได้ราวๆ เก้าร้อยกว่าบาทต่อเดือน จากชั่วโมงที่ตัวเองต้องกวาดบ้าน (ไม่นับถู เพราะหุ่นยนต์ไม่มีระบบถูพื้น)

hisoft's picture

คิดแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียวนะครับ กับเครื่องอำนวยความสะดวก

หลายๆ คนที่เปลี่ยนจากขึ้นรถเมล์ไปทำงานเป็นขับรถยนต์ไปทำงาน เวลาที่ต่างกันออกไปไม่น่าได้ค่ารถยนต์+ดูแลรักษา+น้ำมันครับ แต่ได้ความสะดวกสบาย หุ่นยนต์ดูดฝุ่นนี่ก็เช่นกัน

The Phantom Thief

lancaster's picture

อย่าลืมคำนวณพื้นที่ในบ้านของกลุ่มเป้าหมายหุ่นยนต์พวกนี้ด้วยครับ

echo's picture

หวังว่าทุกท่านจะมีไดสันอยู่ในบ้านทุกคนนะครับ

อย่าให้การต่อสู้ของท่านต้องสูญป่าว รีบไปจอง เพื่อเปนคนแรก
ถ้าไม่ คุณกำลังสู้อยู่กับตัวเอง โดยไม่รู้ว่าตัวเองเปนใคร

lancaster's picture

ถ้าบ้านพื้นที่ไม่ถึง 300-400 ตรม นี่ซื้อ roomba เถอะครับ คุ้มกว่าเยอะ

zotix's picture

ที่บ้านมี Roomba 780 อยู่มันมาทำหน้าที่ทุกวัน ไม่ขาด ไม่ลา แต่เราก็ต้องดูแลมันบ้าง
หวังว่าจะอยู่ได้สักปีก็คืนทุนแล้วเทียบกับค่าแม่บ้านทุกวันนี้
อย่างไรก็ตามมันยังสู้ไม้กวาดกับม็อบไม่ได้ อย่างน้อยบันไดก็ต้องกวาดเอง

ตัว Dyson 360 Eye ค่าตัวคงแพงหน้าดู เท่าที่ดู Roomba 780 แยกส่วนออกมามันแทบไม่มีส่วนอะไรที่แพงๆเลย =_=