สมองทำงานอย่างไรเมื่อต้องเขียนนิยาย

By: neizod
Writer
on Wed, 16/07/2014 - 04:03

คณะนักวิทยาศาสตร์ที่นำโดย Dr. Martin Lotze แห่ง University of Greifswald ในเยอรมัน ใช้เครื่องสแกนกิจกรรมทางสมองด้วยแม่เหล็ก (fMRI) เพื่อดูว่าสมองของนักเขียนและคนทั่วไปแตกต่างกันอย่างไรเมื่อต้องเขียนนิยายเรื่องหนึ่งๆ

กลุ่มทดลองได้แก่อาสาสมัคร 48 คน ซึ่งในจำนวนนี้ 20 คนเคยผ่านวิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์จาก University of Hildesheim มาแล้ว การทดลองช่วงแรกจะให้อาสาสมัครคัดลอกข้อความทั่วๆ ไปเพื่อหาค่าฐานของการเขียนอย่างเดียว การทดลองดำเนินต่อไปโดยแสดงประโยคนำเรื่องแล้วขอให้แต่งนิยายต่อจากนั้น

ภาพแสดงอาสาสมัครเข้ารับการทดลองโดยนอนหงายเขียนงานขณะอยู่ในเครื่องสแกนสมอง

ผลลัพธ์การทดลองชี้ว่า สมองส่วนที่เกี่ยวข้อกับการมองเห็นมีกิจกรรมเกิดขึ้นในช่วงที่อาสาสมัครคิดสร้างสรรค์เรื่องราว ซึ่งอาจหมายความว่าพวกเขากำลังสร้างและมองภาพเหตุการณ์นั้นๆ อยู่

และเมื่อพวกเขาเริ่มจดเรื่องราวลงไป สมองส่วนฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นส่วนที่เรียกคืนข้อเท็จจริงต่างๆ ก็เกิดกิจกรรมขึ้น

ความแตกต่างระหว่างกลุ่มอาสาสมัครทั้งสอง คือระหว่างช่วงสร้างสรรค์เรื่องราว สมองของกลุ่มที่เป็นนักเขียนจะมีกิจกรรมในส่วนที่เกี่ยวกับการพูดเพิ่มขึ้นมาด้วย Dr. Lotze คาดว่าเหล่านักเขียนใช้กลยุทธ์การพากย์เรื่องราวที่คิดให้เกิดเป็นข้อความนั่นเอง

งานวิจัย Professional training in creative writing is associated with enhanced fronto-striatal activity in a literary text continuation task ตีพิมพ์ในวารสาร NeuroImage doi:10.1016/j.neuroimage.2014.05.076

ที่มา: The New York Times

2 Comments

uthain's picture

สงสัยว่า แค่ผ่านการเรียนวิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์นี่ ทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นนักเขียนขึ้นมาได้เลยหรือครับ?

mementototem's picture

ผมเขียนนิยายบ้างนะครับ ตามคำยุของนักเขียนท่านอื่น ผมจะมองเห็นภาพ เหตุการณ์ คำพูด สีหน้า รวมถึงอารมณ์ของตัวละครต่าง ๆ ที่ผมจะเขียนถึงด้วย และผมมักจะคิดว่าอันนี้มันสมเหตุสมผลหรือไม่อยู่เสมอ เพื่อให้มันดูไม่ขัดแย้งกับโลกแห่งความจริง แต่ผมบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือไม่เก่งเท่าไหร่...

เรียนการเขียนเชิงสร้างสรรค์แล้วเป็นนักเขียนได้ไหม ผมว่าคนที่ชอบจินตนาการ ชอบวาดภาพนิยาย หรือเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ในหัวอยู่แล้ว ถึงจะลงเรียนวิชานี้ เพื่อทำความฝันของตัวเองที่อยากจะเป็นนักเขียนให้เป็นจริงมากกว่า หรือไม่ก็ให้มันออกมาดีกว่าที่เขียนอยู่ (ซึ่งผมอยากจะลงวิชานี้เหมือนกัน) คงมีน้อยคนที่ไม่ได้คิดจะเป็นนักเขียน มาลงเรียนวิชานี้เพราะอยากเขียนนิยายขายล่ะมั้ง