ความรักทำให้ของกินหวานขึ้น

By: terminus
Writer
on Thu, 30/01/2014 - 02:35

ในโลกแห่งภาษา ความรักมักถูกเปรียบเป็นรสหวานชื่นคอ ครั้นเมื่อความรักกลายเป็นความหึงหวงริษยา มันก็กลับเปลี่ยนเป็นรสชาติอันขื่นขมฝาดคอ หลายคนอาจจะคิดว่านี่เป็นเพียงแค่การอุปมาอุปไมยตามจินตนาการของกวีนักเขียน แต่ผลการวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์แสดงให้เห็นว่าความรักส่งผลถึงการรับรู้รสชาติของคนเราได้จริงๆ

ตอนแรก นักวิจัยได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างโดยให้จับคู่รสชาติต่างๆ กับอารมณ์หลายอย่าง ได้แก่ ความรัก, ความเศร้า, การถูกหักหลัง, ความหลงใหล, และความหึงหวง ผลจากการสำรวจได้ออกมาว่ากลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมดนึกถึงความรักเป็นรสหวาน และนึกถึงความหึงหวงเป็นรสขมหรือรสเปรี้ยว

จากนั้นนักวิจัยก็เริ่มการทดลองอีกชุดโดยใช้กลุ่มตัวอย่างชุดใหม่ ก่อนการทดลอง นักวิจัยแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 3 กลุ่มและสั่งให้กลุ่มตัวอย่างแต่ละคนเขียนเรียงความเพื่อเหนี่ยวเร้าอารมณ์ (Priming) กลุ่มแรกให้เขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ความรัก กลุ่มที่สองเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ความหึงหวง และกลุ่มสุดท้าย (กลุ่มควบคุม) ให้เขียนบรรยายสถานที่สำคัญของสิงคโปร์ เมื่อทุกคนเขียนเรียงความเสร็จ นักวิจัยก็ให้กลุ่มตัวอย่างลองชิมลูกอมกับช็อกโกแลตที่เตรียมไว้และประเมินระดับรสชาติว่าหวานเท่าไร, เค็มเท่าไร, เปรี้ยวเท่าไร, ขมเท่าไร (ตามระดับคะแนน 1-7) นักวิจัยคัดเลือกลูกอมมาอย่างพิถีพิถันให้มีระดับของรสเปรี้ยวและรสหวานก้ำกึ่งกัน ส่วนช็อกโกแลตก็ให้มีรสหวานและรสขมกึ่งๆ กัน ผลจากการทดลองอันนี้แสดงให้เห็นว่ากลุ่มที่ได้เขียนเรื่องประสบการณ์ความรักก่อนชิมจะประเมินให้ลูกอมกับช็อกโกแลตหวานกว่ากลุ่มที่เขียนเรื่องความหึงหวงและกลุ่มควบคุม แต่กลุ่มที่เขียนเรื่องหึงหวงกลับไม่ได้ประเมินให้ลูกอมหรือช็อกโกแลตมีรสเปรี้ยวหรือขมมากกว่าอีกสองกลุ่ม

และในการทดลองสุดท้าย นักวิจัยให้กลุ่มตัวอย่างอีกชุดมาเขียนเรียงความเหมือนเดิมโดยแบ่งเป็นกลุ่มๆ กลุ่มแรกเขียนประสบการณ์ความรัก, กลุ่มที่สองเขียนความหึงหวง, ส่วนกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มควบคุมเขียนประสบการณ์ความสุขทั่วไป เมื่อเขียนเสร็จ นักวิจัยก็เอาน้ำกลั่นบริสุทธิ์มาให้กลุ่มตัวอย่างแต่ละคนชิมโดยหลอกว่าเป็นเครื่องดื่มชนิดใหม่ และให้กลุ่มตัวอย่างประเมินรสชาติเหมือนกับกลุ่มตัวอย่างในการทดลองอันก่อนหน้า ผลจากการทดลองสุดท้ายก็ยังออกมารูปเดิม นั่นคือกลุ่มที่โดนสั่งให้เขียนเรื่องความรักประเมินให้น้ำเปล่ามีรสหวานมากกว่ากลุ่มที่เขียนเรื่องหึงหวงและกลุ่มควบคุม

นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า การที่ความรู้สึกถึงอารมณ์รักยังทำให้คนรับรู้ถึงรสหวานได้แม้กระทั่งน้ำเปล่าซึ่งไร้รสไร้กลิ่นแสดงให้เห็นว่าความรักไม่ได้ไปยุ่งอะไรกับต่อมรับรสบนลิ้นของเรา แต่มันน่าจะไปกระทบวงจรการแปลผลรสชาติในสมอง งานวิจัยก่อนหน้านี้ก็รายงานว่าการได้มองภาพคู่รักและการได้กินของหวานสามารถกระตุ้นสมองส่วน anterior cingulate cortex ซึ่งเกี่ยวข้องกับการรู้สึกได้รับรางวัลได้เหมือนกัน มันอาจเป็นไปได้ว่าความรักที่วิ่งเป็นกระแสประสาทในวงจรของสมองเหนี่ยวนำให้สมองเตรียมพร้อมที่จะแปลผลรสหวานออกมาควบคู่กันไป คนที่คิดถึงความรักจึงรับรู้ถึงรสหวานเพิ่มขึ้น

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน Emotion doi:10.1037/a0033758

ที่มา - RealClearScience, Popular Science, Scientific American

8 Comments

virusfowl's picture

กลุ่มที่สองเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ความหึงหวง - กลุ่มที่ได้เขียนเรื่องประสบการณ์ความรัก - และกลุ่มควบคุม

กลุ่ม สระอุกับไม้เอกสลับที่กันครับ

แบบนี้สินะที่คน (โบราณ) เคยกล่าวไว้ "เมื่อแรกรัก น้ำต้มผักก็ว่าหวาน" #งืมๆ

terminus's picture

ผมไม่เจอปัญหาเรื่องสระอุกับไม้เอกสลับที่กันนะครับ คุณ @virusfowl ใช้ Chrome เวอร์ชั่น Linux รึป่าวครับ ผมเคยเจอปัญหานี้บ่อยๆ ตอนใช้ Chrome

virusfowl's picture

ใช้ Firefox on XP นี่แหละครับ มันสลับกันจริงๆ นะ หลายคำแต่ไม่ใช่ทุกคำ :P

witna's picture

"ยามรัก แม้น้ำต้มผัก ก็ว่าหวาน"

ปกติก็ชอบของหวานอยู่แล้ว
สงสัยถ้าอินเลิฟทีนี่คงเป็นเบาหวานตาย

ryudia's picture

พอกินหวานมากก็เป็นเบาหวาน จนเบาหวานขึ้นตา ตาเลยบอด
จึงกลายเป็นที่มาของ "ความรักทำให้คนตาบอด" ไม่ใช่ล่ะ :P

mementototem's picture

ถ้าอยากลดน้ำตาล คงต้องหาความรักมาเติมเต็มหัวใจ