ค้นพบท่าเดินของด้วงประหลาดที่ไม่เหมือนใครเลยในโลกของแมลง

By: terminus
Writer
on Thu, 31/10/2013 - 23:08

แมลงเกือบทุกชนิดบนโลกนี้เดินด้วยท่าทางมาตรฐานสากลของแมลงที่เรียกว่า "tripedal gait" หรือ "tripod gait" โดยเป็นการก้าวขาแบบสลับอย่างเข้าจังหวะของขาทั้งสามคู่ (ดูตัวอย่างจากรูปข้างล่าง หรือ ภาพอนิเมชั่นน่ารักๆ จากสื่อการเรียนรู้รายวิชา EN 425 ของ NCSU) การเดินด้วยท่านี้จะทำให้มีขาสามข้างแตะพื้นในทุกๆ จังหวะก้าวเดิน ยันให้แมลงทรงตัวได้อย่างมั่นคงแม้ว่าจะวิ่งบนพื้นขรุขระด้วยความเร็วสูงก็ตาม (ยกเว้นในกรณีที่วิ่งด้วยความเร็วสูงมากๆ บางจังหวะก้าวอาจจะมีขาสี่ข้างช่วยยันพื้น และในอีกบางจังหวะขาสองคู่หน้าอาจจะลงแตะพื้นไม่ทัน ทำให้มีแค่ขาคู่หลังที่แตะพื้น) นอกจากแมลงแล้ว สัตว์ขาปล้องอีกหลายชนิดก็เดินสลับขาในรูปแบบ tripedal gait เช่น แมงมุม แมงป่อง ตะขาบ เป็นต้น


ขาข้างที่แรเงาสีดำหมายถึงขาที่แตะพื้นในจังหวะนั้น; ภาพจากหนังสือ The Insects: An Outline of Entomology ของ Gullan Cranston

ด้วงมูลสัตว์ก็เป็นแมลงที่นักวิทยาศาสตร์ชอบจับเอามาดูมันเดิน แต่นักวิทยาศาสตร์สนใจว่ามันหาทางเดินกลับรังได้อย่างไรมากกว่าที่จะดูท่าเดินของมัน แหม! การที่สัตว์ตัวเล็กๆ สามารถหาทางเดินกลับรังกลางทะเลทรายได้โดยไม่หลงทาง มันช่างเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยิ่ง (งานวิจัยที่ค้นพบว่าด้วงมูลสัตว์ใช้แสงจากกาแล็กซี่ทางช้างเผือกนำทางได้รับรางวัล Ig Nobel 2013 ด้วย) อย่างนี้แล้วใครจะไปสนใจท่าเดินของด้วงให้เสียเวลา เพราะขึ้นชื่อว่าแมลงยังไงมันก็เดินแบบแมลง...

จริงไหม?

Marcus Byrne แห่ง University of the Witwatersrand (หนึ่งในทีมวิจัยที่เพิ่งจะได้ Ig Nobel มาสดๆ ร้อนๆ) ได้ออกเดินทางร่วมกับ Clarke Scholtz แห่ง University of Pretoria และ Jochen Smolka แห่ง Lund University เข้าไปยังทะเลทราย Namaqualand ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งของประเทศนามิเบียและแอฟริกาใต้เพื่อศึกษาระบบการหาทางกลับรังของด้วงมูลสัตว์สกุล Pachysoma

ด้วงมูลสัตว์สกุล Pachysoma ไม่กลิ้งก้อนมูลเป็นลูกบอลกลมๆ เหมือนด้วงมูลสัตว์อีกหลายชนิด ด้วงตัวเมียจะขุดรูใต้ดินทรายชื้นๆ แล้วเอามูลสัตว์และเศษใบไม้ใบหญ้ายัดๆ เข้าไปจนเต็มรัง จากนั้นก็วางไข่เพียงหนึ่งฟองต่อหนึ่งรัง พอเสร็จ ด้วงตัวเมียก็จะลาไปทำธุระอย่างอื่น ทิ้งให้ลูกของมันเติบโตอย่างลำพัง

ความพยายามครั้งล่าสุดในการทดลองกับด้วงของนักวิจัยทั้งสามเรียกได้ว่าเกือบจะล้มเหลว พวกเขาแทบจะไม่ได้อะไรเลยจากการสังเกตเก็บข้อมูลการค้นหาเส้นทางของด้วง แต่ในวันหนึ่งขณะที่เอาไม้แหย่รูหาด้วงอยู่นั้น พวกเขาก็เหลือบเห็นด้วง Pachysoma endroeydi ตัวหนึ่งเดินกุบกับๆ ผ่านหน้าด้วยท่าทางที่ดูประหลาด พอตั้งสติได้ พวกเขาก็รู้เลยว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นแมลงที่ไหนในโลกเดินแบบนั้น

พวกเขาจึงเร่งหาจับด้วง Pachysoma สปีชีส์อื่นๆ ที่อาศัยในทะเลทราย Namaqualand มาดูท่าเดิน และพวกเขาก็พบอีกสองสปีชีส์ที่เดินแบบเดียวกับ Pachysoma endroeydi ได้แก่ P. hippocrates และ P. glentoni

ด้วงมูลสัตว์ Pachysoma spp. ทั้งสามเดินด้วยการยกขาคู่หน้าทั้งสองข้างก้าวไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน พอขาคู่หน้าแตะพื้น ก็ยกขาคู่กลางทั้งสองข้างก้าวขึ้นไปข้างหน้า สลับกันเป็นจังหวะเหมือนกับม้าที่กำลังวิ่งควบเต็มเหยียด แต่ว่าการควบแต่ละก้าวของด้วง Pachysoma spp. นั้นทำระยะทางได้น้อยมากเพราะเท้าของด้วงแทบจะไม่ได้ลอยขึ้นจากพื้นสักเท่าไรเลย

การที่ด้วง Pachysoma สามสปีชีส์ดังกล่าวเดินท่านี้ในขณะลากมูลสัตว์ก็เป็นสิ่งที่พอจะเข้าใจได้ เพราะการเดินแบบนี้จะทำให้เหลือขาคู่หลังในการลากพ่วงมูลสัตว์ ท่าเดินแบบควบก็อาจจะเป็นท่าที่ทำให้ลากของได้มากขึ้น แต่มันก็เหลือข้อข้องใจว่าทำไมด้วงในสกุล Pachysoma ที่เหลืออีก 4 สปีชีส์ถึงเดินด้วยท่า tripedal gait เหมือนแมลงอื่นๆ แถมด้วง P. endroeydi, P. hippocrates และ P. glentoni ก็ยังเดินด้วยท่าควบอืดๆ แบบนั้นตลอดเวลาทั้งในตอนขนของและไม่ได้ขนของ ถ้าไม่ลากพ่วงอะไร มันก็ปล่อยขาคู่หลังของมันลากพื้นอยู่อย่างนั้น

ที่น่าแปลกใจสุดๆ คือ การเดินควบของด้วง Pachysoma ช้ากว่าการเดินแบบ tripedal gait ด้วยซ้ำ ด้วง P. endroeydi เดินทำความเร็วได้สูงสุด 7.6 ซม./วินาที ส่วนด้วง P. striatum ที่เดินด้วยท่า tripedal gait อย่างสมศักดิ์ศรีเผ่าพันธุ์แมลงนั้นมีความเร็วสูงสุด 9.1 ซม./วินาที

ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ยังคงไม่มีคำตอบว่าทำไมด้วง Pachysoma สามสปีชีส์ถึงได้ละทิ้งท่าเดินที่คล่องตัวสง่างามอย่าง tripedal gait หันไปเดินควบอืดๆ แบบนั้น บางทีการเดินแบบควบอาจจะทำให้มันนับก้าววัดระยะทางได้แม่นยำกว่า หรือ อาจจะเป็นเพราะมันต้องการให้หัวตั้งตรงตลอดเวลาเพื่อรักษาทิศทาง ไม่ส่ายไปส่ายมา ...แต่อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการเดินแบบนี้จะต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ๆ เนื่องจากด้วง Pachysoma เป็นด้วงบินไม่ได้ การเดินจึงเป็นหนทางหลักในการเคลื่อนที่ของมัน ฉะนั้นมันคงไม่ได้ฝึกวิ่งแบบม้าแข่งเพราะนึกสนุกเล่นๆ หรอก

การค้นพบนี้ตีพิมพ์ใน Current Biology DOI: 10.1016/j.cub.2013.09.031

ที่มา - New Scientist

6 Comments

hisoft's picture

แล้วแปลกขนาดนี้ไม่มีนักวิทยาศาสตร์ทันสังเกตเลยจริงๆ เหรอครับนั่น? ทั้งที่จับตาดูมาตั้งนานแล้ว

The Phantom Thief