การทดลองชี้ "วิทยาศาสตร์" กระตุ้นสำนึกคุณธรรม

By: terminus
Writer
on Tue, 03/09/2013 - 15:44

ในสายตาของคนทั่วไป "วิทยาศาสตร์" เป็นคำที่สื่อถึงอารมณ์ค่อนข้างเย็นชา ไร้หัวจิตหัวใจ วัตถุนิยม เทคโนโลยีทำร้ายธรรมชาติ เพิกเฉยต่อศีลธรรม (บางครั้งก็ถึงขั้นปราศจากศีลธรรมเลย) ฯลฯ แต่ในสายตาของผู้ที่รักวิทยาศาสตร์ พวกเขาศรัทธาเชื่อว่าวิทยาศาสตร์นั้นไม่ได้เลวร้ายในตัวของมันเอง วิทยาศาสตร์อุดมไปด้วยเหตุผลตรรกะและความยุติธรรมต่อหลักฐาน ซึ่งคุณสมบัตินี้เป็นรากฐานของอุดมคติร่วมของคุณธรรมในกมลสันดานของมนุษย์

ทีมวิจัยของ University of California ใน Santa Barbara ต้องการที่จะศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างมุมมองต่อวิทยาศาสตร์กับระดับศีลธรรมของมนุษย์ พวกเขาจึงจัดชุดการทดลอง 4 การทดลองโดยใช้นักศึกษาในวิทยาเขตมาเป็นกลุ่มตัวอย่าง

การทดลองที่ 1 เป็นการพิสูจน์สมมติฐานว่าคนที่เชื่อในวิทยาศาสตร์จะมีสำนึกคุณธรรมมากตามไปด้วยหรือไม่ นักวิจัยเริ่มการทดลองด้วยการให้กลุ่มตัวอย่างรับฟังเรื่องราวผู้ชายข่มขืนผู้หญิง จากนั้นก็ให้กลุ่มตัวอย่างประเมินว่าผู้ชายคนนั้นเลวมากน้อยเพียงใด (คะแนนเริ่มจาก 1=ไม่ผิดเลย, จนถึง 100=ผิดเต็มประตู เลวๆๆๆ) หลังจากนั้นก็ให้กลุ่มตัวอย่างทำแบบสอบถามเพื่อที่จะดูว่ากลุ่มตัวอย่างแต่ละคนมีทัศนคติศรัทธาในวิทยาศาสตร์มากน้อยเท่าไร

ผลจากการทดลองที่ 1 ปรากฏออกมาว่าความศรัทธาต่อวิทยาศาสตร์สัมพันธ์กับสำนึกคุณธรรมในเชิงบวก กลุ่มตัวอย่างที่ได้คะแนนศรัทธาในวิทยาศาสตร์สูงมีแนวโน้มให้คะแนนความเลวผู้ชายที่ข่มขืนผู้หญิงสูงตามไปด้วย

เมื่อนักวิจัยพบความสัมพันธ์สอดคล้องตามสมมติฐานแรกที่ตั้งไว้ พวกเขาจึงต่อยอดด้วยการทดลองที่ 2, 3, 4 เพื่อจะดูว่าวิทยาศาสตร์เป็นสาเหตุที่กระตุ้นต่อมคุณธรรมของคนจริงหรือไม่ พวกเขาใช้เทคนิคทางจิตวิทยาที่เรียกว่า "priming" นั่นคือ นักวิจัยจะจับกลุ่มตัวอย่างมานั่งเรียงคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ก่อนเริ่มการทดลอง เช่น คำว่า "ห้องแล็บ", "ทฤษฎี", "สมมติฐาน", "การทดลอง" เป็นต้น เมื่อคนได้เห็นคำพวกนี้ เขาก็จะถูกเหนี่ยวนำให้คิดถึงวิทยาศาสตร์แวบเข้ามาในห้วงความคิดอย่างไม่รู้ตัว

การทดลองที่ 2, 3, 4 นั้นมีขั้นตอนการทำเหมือนกันหมด คือ เริ่มจากการ priming กลุ่มตัวอย่าง จากนั้นก็เอามาทำกิจกรรมประเมินระดับคุณธรรม ได้แก่

  • การทดลองที่ 2 กลุ่มตัวอย่างจะได้อ่านเรื่องผู้ชายข่มขืนผู้หญิงเหมือนในการทดลองที่ 1 (แต่ละการทดลองไม่มีการใช้กลุ่มตัวอย่างซ้ำ)
  • การทดลองที่ 3 กลุ่มตัวอย่างต้องตอบแบบสอบถามว่าจะมีแนวโน้มในการทำความดีมากน้อยแค่ไหนภายในเวลา 1 เดือนข้างหน้า
  • การทดลองที่ 4 กลุ่มตัวอย่างต้องเล่นเกม "Dictator Game" ซึ่งเป็นเกมอย่างหนึ่งในการทดลองทางเศรษฐศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างแต่ละคนจะได้รับเงิน 5 เหรียญสหรัฐฯ เขา/เธอต้องตัดสินใจว่าจะแบ่งเงินให้กับคู่เล่นอีกฝ่ายเท่าไร

ผลการทดลองที่ 2, 3, 4 ให้ผลออกมาสอดคล้องกันอย่างชัดเจนว่าการคิดถึงวิทยาศาสตร์กระตุ้นสำนึกคุณธรรมในจิดใจคนได้จริงๆ คนที่โดน priming ด้วยคำที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์มีแนวโน้มที่จะ (การทดลองที่ 2) ตัดสินให้คะแนนความเลวแก่ผู้ชายที่ข่มขืนผู้หญิง, (การทดลองที่ 3) รายงานถึงการทำความดีในอนาคต, และ (การทดลองที่ 4) แบ่งเงินให้กับคู่เล่นอีกฝ่ายมากกว่ากลุ่มควบคุมที่โดน priming ด้วยคำเรื่อยเปื่อยที่ไม่เกี่ยวอะไรกับวิทยาศาสตร์เลย

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้น แนวโน้มของระดับการกระตุ้นคุณธรรมโดยวิทยาศาสตร์ไม่ได้แปรผันไปตามปัจจัยของเพศ, เชื้อชาติหรือศาสนาด้วย (ยกเว้นในการทดลองที่ 4 ซึ่งกลุ่มตัวอย่างเพศหญิงมีแนวโน้มกั๊กเงินไว้กับตัวเองมากกว่าผู้ชาย!) รูปแบบตรงนี้ชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างวิทยาศาสตร์กับคุณธรรมนั้นน่าจะอยู่ลึกในระดับฐานราก ไม่ใช่เรื่องผิวเผิน อย่างไรก็ตามกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ในการทดลองคัดเลือกมาจากนักศึกษามหาวิทยาลัยซึ่งเป็นกลุ่มที่มักจะเป็นพวกเสรีนิยมอยู่แล้ว บางทีมันอาจจะยังสะท้อนภาพรวมของประชากรมนุษย์ทั้งหมดไม่ได้ดีนัก

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน PLoS ONE doi:10.1371/journal.pone.0057989

ที่มา - Scientific American

2 Comments

mementototem's picture

ผู้หญิงที่หลงไหลในวิทยาศาสตร์ช่างน่ากลัวยิ่งนัก - -"

Priesdelly's picture

ผมว่าผู้หญิงทั่วไปที่ไม่หลงก็น่ากลัวนะครับ - -"