ระบบสื่อสารสมองถึงสมอง แบบไม่ต้องผ่าตัดทดลองสำเร็จแล้ว

By: lew
Writer
on Thu, 29/08/2013 - 06:15
Topics: 

ความฝันถึงการสื่อสารแบบโทรจิตอาจจะดูไกลจากความเป็นจริงไปมาก แต่รายงานล่าสุดจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันก็แสดงให้เป็นความเป็นไปได้ที่จะสร้างระบบการสื่อสารระหว่างสมองโดยตรง โดยที่ไม่ต้องผ่าตัดผู้สื่อสารทั้งสองฝ่าย

ระบบสื่อสารนี้ประกอบด้วยส่วนสำคัญ คือ เครื่อง electroencephalography สำหรับการอ่านคลื่นสมองฝั่งผู้ส่งสาร และขดลวด transcranial magnetic stimulation สำหรับการส่งข้อความเข้าไปยังสมองโดยตรง โดยวางไว้เหนือสมองส่วนควบคุมกล้ามเนื้อฝั่งซ้าย

ผู้ทดลองทั้งสองคนอยู่คนละห้อง ฝั่งผู้ส่งมองหน้าจอเกมคอมพิวเตอร์แล้วจินตนาการว่ากำลังขยับมือเพื่อเล่นเกมอยู่ ขณะที่ฝั่งผู้รับนั้นไม่ได้มองหน้าจอใดๆ และใส่หูฟังป้องกันเสียงเอาไว้แล้ววางมือไว้บนปุ่ม space bar เมื่อสัญญาณจากผู้ส่งมาถึง ผู้รับจะกดปุ่มโดยควบคุมไม่ได้เอง

การอ่านคลื่นสมองในตอนนี้ยังคงสามารถแปลความหมายสัญญาณง่ายๆ เพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น และยังไม่มีทางที่จะอ่านความคิดที่ซับซ้อนของมนุษย์ได้ ขณะที่การควบคุมการกระทำนั้นก็ยังต้องอาศัยเครื่องมือขนาดใหญ่ และความร่วมมือของผู้ทดสอบอย่างมาก เรายังห่างไกลจากการควบคุมการกระทำที่ซับซ้อนหรือการเข้าไปควบคุมจิตใจ

ทีมวิจัยกำลังพัฒนากระบวนการแปลความหมายสัญญาณสมองให้ได้ข้อมูลที่ซับซ้อนกว่าทุกวันนี้

งานวิจัยระบบเชื่อมต่อระหว่างสมองถึงสมองนี้ดำเนินการโดย Rajesh Rao และ Andrea Stocco โดยได้รับทุนจากกองทุนของมหาวิทยาลัยเอง, สำนักงานวิจัยกองทัพบกสหรัฐฯ, และสถาบันสุขภาพแห่งชาติ

ที่มา - Washington University

upic.me

10 Comments

-Rookies-'s picture

สุดยอดเลย แต่คงมีประเด็นถกเถียงกันอีกยาว เพราะประเด็นเปราะบางอย่างศีลธรรม-จริธรรมมันต้องเข้ามาเอี่ยวด้วยแหง ๆ

ป.ล.นึกถึงการ Remote เลยแฮะ 555

hoolala's picture

ผมว่างานวิจัยลักษณะนี้มันน่ากลัวนะ ผมยังมองไม่เห็นประโยชน์ของงานวิจัยชิ้นนี้เลยนอกจากโทษอย่างเดียว
ถ้าควบคุมเครื่องจักรที่ซับซ้อนด้วยคลื่นสมองยังมีประโยชน์มากกว่า หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ควบคุมสมองคน

mk-'s picture

การควบคุมสมองคน มันเป็นเรื่องอันตรายมากนะ
เราต้องควบคุมเครื่องจักร อย่าทำเรื่องที่ทำให้เครื่องจักรควบคุมเรา

Architec's picture

ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับผู้พิการครับ

Holy's picture

ถ้าเทคโนโลยีนี้ก้าวหน้าไปมากจนควบคุมอวัยวะได้แม่นยำ อาจจะมีประโยชน์กว่าที่คิดก็ได้นะครับ

เช่น ทหารออกรบ เพื่อนโดนยิงได้รับบาดเจ็บต้องผ่าตัดด่วน ทหารหยิบหมวกควบคุมติดกล้องมาสวม เชื่อมสัญญาณกับศัลยแพทย์ที่อยู่อีกที่ แล้วลงมือผ่าตัดเพื่อนตรงนั้นเลย

แต่กว่าจะเป็นไปได้จริงคงอีกนาน....

hoolala's picture

ผมกลับมองเห็นแต่ข้อเสียนะครับ ถ้าไปไกลได้ถึงขนาดนั้น อีกหน่อยเราคงได้เห็นกองทหารซอมบี้ล่ะครับ ทหารทั้งหน่วยสวมหมวกที่ควบคุมร่างกายได้ แล้วทั้งหมดก็ถูกควบคุมโดยผู้บังคับบัญชาคนเดียว ต่อให้แขนขาดขาขาดก็สั่งลุยต่อได้
บางทีคนที่ถูกนำมาควบคุมอาจไม่จำเป็นต้องเป็นพวกเดียวกันก็ได้ เอาเชลยเนี่ยแหล่ะมาใช้ออกรบแทน

ที่น่ากลัวที่สุดคือ เราสามารถบังคับคนให้ไปทำความผิด เช่น ฆาตกรรม ปล้นทรัพย์ ลักพาตัว ฆ่าตัวตาย ระเบิดพลีชีพ บลา บลา... โดยที่ไม่น่าจะสามารถสืบหาคนบงการได้เลย (ถ้ามันควบคุมผ่านคลื่นนะ)

mormeawmeow's picture

ขอแสดงความเห็นในฐานะที่ใช้เครื่อง TMS นี้อยู่และทำวิจัยเครื่องนี้นะคับ

  • เครื่อง TMS นี้มีใช้ในประเทศไทย 4-5 แห่งคับ ใช้ลดภาวะซึมเศร้าเป็นหลัก ส่วนเรื่องการเคลื่อนที่ยังอยู่ในการทดลองคับ แค่เอาเครื่อง TMS มาวางเหนือสมองส่วนควบคุมนิ้วมือ (ด้านข้างกะโหลก เหนือหูขึ้นไปสัก 10-12 ซม.) มันก็กระตุกเป็นธรรมดาคับ เพราะเราใส่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไป
  • การทดลองนี้ใช้เครื่อง EEG จับสัญญาณสมองส่วนควบคุมการกระดิกนิ้วมือ (motor cortex) อันนี้มีกันแพร่หลายปกติ แล้วส่งสัญญาณไปเครื่อง TMS ใส่ส่งกระแสแม่เหล็กออกมา แต่ประเด็นคือไอ้ TMS ที่เป็นวงอยู่บนหัว ต้องตรงกับตำแหน่งที่กระดิกมือเป๊ะๆๆๆเหมือนกัน เลื่อไปครึ่งมิลก้ออาจไม่ได้ผลแล้วคับ (ผมว่าที่เค้าดีใจ น่าจะเพราะเลื่อนตำแหน่งได้ตรงเป๊ะมากกว่าคับ )
  • เรื่องการนำไปใช้ควบคุมคน ไม่มีทางคับ ถ้าแค่เครื่องนี้อย่างเดียว เพราะมันทำได้แค่ให้กล้ามเนื้อตรงนั้นกระตุก แต่ทำงานจิงจังไม่ได้คับ เช่น ขากระตุก แต่เดินไม่เป็น นิ้วกระตุก แต่กำแน่นไม่ได้คับ
  • เรื่องเอามาช่วยคนไข้อัมพาติ อันนี้ก้อยังไม่เวิคคับ พยายามทำการทดลองกันอยู่ ช่วยลดอาการเกร็งได้ ช่วยลดซึมเศร้าได้ แต่แรงฟื้นได้ไม่มากคับ เพราะสมอง/เส้นประสาทถูกทำลายไปมากแล้ว
  • สรุปแบบตรงไปตรงมาจากงานวิจัยนี้ .... แค่เอาเรื่องการจับสัญญาณ EEG แร้วเข้าคอม ให้คอมสั่งเครื่อง TMS ทำงาน ตรงตำแหน่งที่คนวางไว้แล้วเป๊ะๆ แค่นั้นเองคับ > <''
    ชอบคุณที่เอาเรื่องใหม่ๆมาอัพเดตกันเรื่อยๆนะคับ
-Rookies-'s picture

อ่านเมนต์นี้แล้วรู้สึกกลับกันกับตอนอ่านข่าวเลย - -

TOTEETIME's picture

อนาคตอาจจะต้องมีการยืนยันในชั้นศาลว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้ยิงปืน แต่ถูกเครื่องนี้ควบคุม
และผู้ก่อการร้ายก็ไม่จำเป็นต้องพลีชีพเองแล้ว เพียงแต่บังคับพลเมืองอเมริกันที่ไม่ถูกสงสัยให้เข้าไประเบิดในสถานที่สำคัญ

การก่อวินาศกรรมอาจจะใช้คนเพียงแค่ 2 คนบังคับให้คนจำนวนมากค่อยๆ ทะยอยเอาสารเคมีเข้าไปทีละไม่กี่ cc แล้วให้คนที่มาทีหลังมัดคนที่มาก่อนไปเรื่อยๆ
A เข้าไปคนแรก เอาสาร @ เข้าไป 5 cc
B เข้าเป็นคนต่อไป เอาสาร @ เข้าไป 5 cc และมัด A
C เข้าเป็นคนต่อไป เอาสาร @ เข้าไป 5 cc และมัด B
.
.
.
ก เข้าเป็นคนต่อไป เอาสาร ฿ เข้าไป 5 cc และมัด Z
ข เข้าเป็นคนต่อไป เอาสาร ฿ เข้าไป 5 cc และมัด ก
.
.
.
ฮ เข้าเป็นคนสุดท้าย เอาสาร @ และ ฿ มาผสมกันแล้วก็ ตู้ม
(ใครเคยเล่น UFO หรือ X-COM คงนึกมุกนี้ออก)

ของทุกอย่างมีทั้งประโยชน์และโทษ แต่อันนี้โทษดูน่ากลัวกว่าประโยชน์

ประโยชน์ที่คิดได้ตอนนี้ก็มีแค่ให้ เบคแฮม ควบคุมเพื่อฝึกนักบอลใหม่ให้เตะฟรีคิกได้เหมือนตัวเอง
หรือนักกีตาร์ นักสีไวโอลิน เอาไว้ฝึกลูกศิษย์ให้วางนิ้ว ดีดได้ถูก
หรือครูสอนโยคะ ควบคุมนักเรียนให้ผ่อนคลายและยืดกล้ามเนื้อได้ถูกต้อง
อะไรทำนองนี้ ยังนึกประโยชน์เด็ดๆ ที่เอามาคานกับโทษที่ดูน่ากลัวมากไม่ค่อยได้