วัยรุ่นสาวออสเตรเลียเป็นหมันถาวรหลังจากฉีดวัคซีน HPV

By: terminus
Writer
on Mon, 12/08/2013 - 02:54

ไวรัส human papillomavirus (HPV) เท่าที่พบมีอยู่ด้วยกัน 120 กว่าสายพันธุ์ ไวรัส HPV หลายสายพันธุ์มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งหลายตัว เช่น มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งลำคอ เป็นต้น วัคซีน Gardasil (หรือที่รู้จักในอีกชื่อว่า Silgard) ที่พัฒนาโดยบริษัท Merck & Co. เป็นวัคซีนที่มีคุณสมบัติต้านไวรัส HPV ได้ถึง 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 (70% ของมะเร็งตรงบริเวณอวัยวะเพศที่เกิดจากไวรัส HPV มาจากเชื้อสายพันธุ์ 16 กับ 18, ส่วน HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 ก็เกี่ยวข้องใน 90% ของเคสผู้ป่วยหูดหงอนไก่) วัคซีน Gardasil ได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) เมื่อปี ค.ศ. 2006


ภาพจาก Wikimedia Commons

ไม่มีใครรู้ผลข้างเคียงของ Gardasil ต่อระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์ในระยะยาวมาก่อนจนกระทั่ง นพ. Deirdre Little เจอกรณีผิดปกติของผู้ป่วยวัยรุ่นสาวชาวออสเตรเลียอายุ 16 ปีคนหนึ่ง ผู้ป่วยสาวรายนี้มีประจำเดือนผิดปกติมาตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2009 ประจำเดือนของเธอมาน้อยลงและขาดช่วงห่างขึ้นเรื่อยๆ และพอขึ้นปี 2011 ประจำเดือนของเธอก็หายไปเลย ผลจากการตรวจระดับฮอร์โมนพบว่ารังไข่ของเธอสูญเสียการทำงาน หรือเป็นภาวะที่เรียกว่า "Premature Ovarian Failure" (รังไข่สูญเสียการทำงานก่อนวัยหมดประจำเดือน) ซึ่งเป็นอาการที่พบได้น้อยมากในเด็กหญิงวัยรุ่น แพทย์ได้ตรวจรังไข่อย่างละเอียดและพบว่าไข่ของเธอฝ่อตายหมดทุกใบ นั่นแปลว่าเธอเป็นหมันอย่างถาวร หมดโอกาสมีบุตรของตัวเองไปตลอดชีวิต

ข้อมูลที่ได้จากการสืบประวัติผู้ป่วย เธอเป็นหญิงสาววัยรุ่นปกติทั่วไปที่มีร่างกายแข็งแรงดี, ไม่มีญาติฝั่งใดเป็น Premature Ovarian Failure, ไม่พบปัจจัยอื่นใดนอกจากการที่เธอได้รับฉีดวัคซีน Gardasil เมื่อปลายปี ค.ศ. 2008 ฉะนั้น นพ. Deirdre Little จึงสรุปว่าวัคซีน Gardasil น่าจะเป็นสาเหตุตัวหลักของสิ่งที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นชาวออสเตรเลียคนนี้

นพ. Deirdre Little ยังแสดงความกังวลต่อไปอีกด้วยว่าอาจจะมีผู้ที่ได้รับผลข้างเคียงจากวัคซีน Gardasil โดยไม่รู้ตัวอีกเป็นจำนวนมาก นับตั้งแต่ที่วัคซีนตัวนี้ได้รับอนุมัติบวกกับการล็อบบี้จากบริษัทยา โรงเรียนและโรงพยาบาลหลายแห่งก็ฉีดวัคซีนให้กับนักเรียนหญิงวัย 11-12 ปีจำนวนไม่น่าจะต่ำกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก ตามปกติเมื่อแพทย์เจอเด็กหญิงที่มีปัญหาประจำเดือนมาน้อยหรือขาดช่วง แพทย์ก็จะแก้อาการเฉพาะหน้าด้วยการให้ยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาความผิดปกติของฮอร์โมน ดังนั้นหากแม้ Gardasil มีผลข้างเคียงรุนแรงต่ออวัยวะในระบบสืบพันธุ์เพศหญิงจริงแล้ว ผู้ป่วยก็จะไม่มีทางรู้ตัวเลยว่ารังไข่ทำงานผิดปกติมากขนาดไหน แต่ในกรณีของเด็ก 16 ปีชาวออสเตรเลียคนนี้ เธอปฏิเสธไม่ยอมกินยาคุมกำเนิดเพื่อรักษาอาการประจำเดือนมาผิดปกติตั้งแต่ต้น อาการเลยแสดงออกมาอย่างชัดเจน แพทย์จึงได้ตรวจอย่างละเอียดและพบอาการผิดปกติของรังไข่

วัคซีน Gardasil ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากแพทย์และผู้ปกครองมานานแล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทยายืนยันว่ามันมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย ไม่มีอันตรายรุนแรงใดๆ นี่เป็นครั้งแรกที่มีการรายงานถึงผลข้างเคียงที่รุนแรงระดับทำให้คนเป็นหมันถาวร ซึ่งก็จำเป็นต้องศึกษาและหาหลักฐานยืนยันเพิ่มเติมต่อไป เพราะว่าผู้ป่วยรายเดียวก็๋ยังไม่ใช่หลักฐานที่แน่นหนาเพียงพอเท่าไรนัก

การค้นพบนี้ตีพิมพ์ใน BMJ Case Reports doi:10.1136/bcr-2012-006879

ที่มา - Population Research Institute, Medical Daily

4 Comments

pawinpawin's picture

ผมอ่านเปเปอร์ตัวเต็มแล้วไม่เห็นว่าเขาจะสรุปว่าสาเหตุของคนไข้รายนี้เกิดขึ้นมาจากการฉีดวัคซีนนะครับ แค่ "อาจจะ" เท่านั้นครับ

แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรจะดีไปหมดซะทุกอย่างครับ มันก็ต้องเทียบผลดี ผลเสียก่อนทุกครั้ง (ผลดีก็คือ คุณลดโอกาสจะเป็นมะเร็ง เป็นหูด ผลเสียอื่นๆ คุณอาจแพ้วัคซีนจนตายวันพรุ่งนี้เลยก็ได้)

It is not known whether this event of premature ovarian failure is linked to the quadrivalent HPV vaccine. More detailed information concerning rat ovarian histology and ongoing fecundity post-HPV vaccination was sought from the Therapeutic Goods Administration (TGA). Although the TGA's Australian Public Assessment Report for Human Papillomavirus Quadrivalent Vaccine, February 2011, does report on the histology of vaccinated rat testes and epididymides,4 no histological report has been available for vaccinated rat ovaries.

terminus's picture

ผมแก้ไขข้อความเพิ่มเติมถึง"หลักฐานที่ไม่เพียงพอ"ตามนี้นะครับ

> วัคซีน Gardasil ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากแพทย์และผู้ปกครองมานานแล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทยายืนยันว่ามันมีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อย ไม่มีอันตรายรุนแรงใดๆ นี่เป็นครั้งแรกที่มีการรายงานถึงผลข้างเคียงที่รุนแรงระดับทำให้คนเป็นหมันถาวร ซึ่งก็จำเป็นต้องศึกษาและหาหลักฐานยืนยันเพิ่มเติมต่อไป เพราะว่าผู้ป่วยรายเดียวก็๋ยังไม่ใช่หลักฐานที่แน่นหนาเพียงพอเท่าไรนัก