การโปรแกรมเซลล์ใหม่ต้านโรคเบาหวาน

By: a08
Writer
on Sun, 10/03/2013 - 17:29

ต่อมไอส์เลตออฟแลงเกอร์ฮานส์ (Islets of Langerhans) อยู่ในตับอ่อน ต่อมนี้เป็นต่อมไร้ท่อ ค้นพบโดยนักกายวิภาคศาสตร์อายุ 22 ปีจากประเทศเยอรมันเมื่อปี ค.ศ.1869 ประกอบไปด้วยชนิดของเซลล์ที่สำคัญๆ เช่น Alpha Cells (สร้าง Glucagon: ฮอร์โมนเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด) , Beta Cells (ผลิต Insulin, amylin) , Delta Cells (ผลิต somatostatin )

Beta Cells (β-cells) เป็นชนิดของเซลล์ประมาณ 65-80% อยู่ใน Islets of langerhans ที่ได้กล่าวมาข้างต้นนี่แหละครับ หน้าที่หลักๆ ของเซลล์ชนิดนี้คือการ ผลิตอินซูลิน ครับ ชื่อก็คงจะคุ้นๆ อยู่ว่าทำหน้าที่ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (โดยการลดความเข้มข้นนะครับ) และเป็นสาเหตุของโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานมีอยู่ 2 ชนิดครับ: ชนิดที่ 1 (Type 1) และ ชนิดที่ 2 (Type 2) สรุปได้คร่าวๆ ก็คือ

  • ชนิดที่ 1: เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายอินซูลินที่ตับอ่อนสร้างขึ้น ผ่านทางสารเคมีต่างๆ ของร่างกาย (จากภายนอก/พันธุกรรม) หรือแม้กระทั่ง ไวรัส ก็สามารถทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดนี้ขึ้นมาได้ครับ พบได้ทุกวัยคิดเป็นประมาณ 10-15% ของผู้ป่วย

  • ชนิดที่2: เป็นชนิดที่พบได้โดยทั่วไป เกิดจากความบกพร่องของจำนวนเบต้าเซลล์ [ขอเช็คข้อมูลก่อนครับ] ทำให้ระดับอินซูลินในเลือดมีจำนวนน้อยลง และมีลักษณะของภาวะต่อต้านอินซูลิน สามารถรักษาได้โดยการพยุงอาการ กล่าวคือการควบคุมอาหาร การออกกำลังกาย และการกินยาครับ

การโปรแกรมเซลล์ใหม่ในที่นี้ นึกภาพง่ายๆ คงจะคล้ายกับการล้างสมอง Alpha Cells ให้ทำงานเป็น Beta Cells โดยจุดประสงค์หลักคือการรักษาผู้ป่วยกลุ่มใหญ่ (กลุ่มที่ 2) โดยการฉีดสารที่เปลี่ยนแปลงสารพันธุกรรมที่อยู่ในนิวเคลียสของ Alpha Cells งานวิจัยนี้เผยแพร่ในวารสารออนไลน์ "Journal of Clinical Investigation" ครับ

ศาสตร์ตราจารย์ Klaus H. Keastner (สาขาพันธุศาสตร์ และสมาชิคสมาคมโรคเบาวาน) แห่งมหาวิทยาลัย Pennsylvania ผู้นำงานวิจัยชิ้นนี้กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้อาจจะเป็นทางออกสำหรับโรคเบาหวานในอนาคต เพราะนอกจากโรคเบาหวานชนิดสอง จะเกิดจากภาวะอินซูลินบกพร่องแล้ว ยังเกิดจากการที่มีฮอร์โมน Glucagon มากเกินไปอีกด้วย

เบาหวานทั้งสองชนิดที่ได้กล่าวมา ล้วนแต่มีลักษณะอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือ การขาดแคลนอินซูลิน ซึ่งในทางทฤษฎีสามารถรักษาโรคเบาหวานประเภท 1 ได้โดยการให้ยากดภูมิคุ้มกัน ควบคู่ไปกับการเปลี่ยนถ่ายเบต้าเซลล์ที่ดี แต่นักวิจัยยังไม่สามารถสังเคราะห์เบต้าเซลล์ที่มีจำนวนมากพอ และใช้งานได้จากห้องปฏิบัติการได้

สารที่เซลล์ได้รับนี้ เป็นสารที่ป้องโปรตีนไม่ให้มีหมู่เมททิล (CH3) เกาะอยู่ในโปรตีนฮิสโตน (โปรตีนที่ DNA เกาะอยู่) ส่งผลให้โปรตีนฮิสโตนเปลี่ยนแปลงไปในหลายๆ ด้าน ซึ่งหนึ่งทำให้การแสดงออกของลักษณะทางพันธุกรรม (ฟีโนไทป์) ของเซลล์เปลี่ยนแปลงไป จากงานวิจัยพบว่าอัลฟ่าเซลล์แสดงลักษณะของเบต้าเซลล์ในความถี่ที่สูง (บ่อยๆ) และมากไปกว่านั้น ทีมวิจัยพบว่าแอลฟ่าเซลล์เหล่านั้นมีการผลิตอินซูลินขึ้นในปริมาณต่ำอีกด้วย

Source:ScienceDaily
Reference: Types of Diabetics

ข่าวเขียนไว้นานแล้ว ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเขียนเลยครับ = =

3 Comments

Nozomi's picture

จะใช้ชาวเยอรมัน หรือ ประเทศเยอรมนี แบบไหนแบบหนึ่งจะดีกว่าครับ

ฮอร์มอน - ฮอร์โมน

Islets of Langerhans ต้องใช้ตัว L ตัวใหญ่เสมอ เพราะเป็นชื่อคนครับ ทำนองเดียวกับ Edison, Celvin, Kreb , Golgi อะไรพวกนี้

ชื่อก็คงจะคุ้นๆ อยู่ว่าทำหน้าที่ในการควบคุมระดับ - ตกคำว่า น้ำตาล หรือป่าวครับ

เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันอัตโนมัติของร่างกาย - ใช้เฉพาะ ภูมิคุ้มกัน ก็พอครับ ตัดอัตโนมัติทิ้งไป

ชนิดที่2: เป็นชนิดที่พบได้โดยทั่วไป เกิดจากความบกพร่องของจำนวนเบต้าเซลล์ - สาเหตุสำคัญคือ ภาวะ Insulin Resistant ครับ ไม่ใช่จำนวน Beta cells บกพร่อง
Etiology ในการเกิดของมันคือ Insulin Resistant => Plasma glucose rising => Beta cells over load => Beta cells failure => Beta cells decline ครับ

Journal of Clincal Investigation - Clinical ตก i ไปตัว

มีฮอร์โมนกลูตาคอน - กลูคากอน ตอนต้นบทความใช้ Glucagon ใช้ให้เหมือนกันทั้งบทความนะครับ

พยายามเขียนได้ดีนะครับ

a08's picture

แก้ไขแล้วครับ ขอบคุณมากเลยครับที่ช่วยเช็คข่าว 555555
ส่วนเนื้อหาขอไปหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนแก้ไขนะครับ