มวลของ Higgs boson เผยให้เห็นถึงจุดจบจักรวาลในอนาคต

By: terminus
Writer
on Thu, 21/02/2013 - 05:02

ถ้าสัญญาณที่ CERN ค้นพบจาก LHC เป็นอนุภาค Higgs boson จริงๆ สิ่งที่จะตามมาจากนั้นคือข้อสรุปที่ว่าเอกภพของเราไม่ได้เสถียรสถาพรคงอยู่ไปตลอดกาล

เป็นเวลานานมาแล้ว นักฟิสิกส์หลายคนเชื่อว่าเอกภพของเราอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า "metastable" ซึ่งเป็นภาวะเสถียรภาพแบบติ่งๆ ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงเข้าสู่เสถียรภาพแบบใหม่ตลอดเวลา ในปี 1982 นักฟิสิกส์สองคนคือ Michael Turner และ Frank Wilczek เสนอทฤษฎีว่า สักวันหนึ่ง ความกระเพื่อมเชิงควอนตัม (quantum fluctuation) จะทำให้ฟองสุญญากาศสักฟองในที่ไหนสักจุดในเอกภพพองตัวอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วแสง กลืนกินเอกภพและสิ่งที่อยู่ข้างในจนเหี้ยน และฟองสุญญากาศนั้นก็จะกลายเป็นเอกภพใหม่ขึ้นมาแทน

Joseph Lykken นักฟิสิกส์จาก Fermi National Accelerator Laboratory (เรียกสั้นๆ ว่า Fermilab) ได้ลองเอาค่ามวลประมาณ 125-126 GeV ของสิ่งที่คาดว่าเป็น Higgs boson และมวลของอนุภาค Top quark แทนค่าลงไปในสมการ ปรากฏว่าสมการให้ผลออกมาสอดคล้องกับทฤษฎีของ Michael Turner และ Frank Wilczek การพองตัวของฟองสุญญากาศในทฤษฎีจะเกิดขึ้นภายในเวลาสักประมาณหมื่นๆ ล้านปีข้างหน้า

Joseph Lykken ได้เสนอผลการคำนวณของเขาและข้อสรุป ณ งานประชุมประจำปีของ American Association for the Advancement of Science เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2013 ที่ผ่านมา

เอกภพที่เกิดใหม่จากฟองสุญญากาศจะเป็นเอกภพที่เสถียรกว่าเอกภพที่เราอยู่ในตอนนี้ ซึ่งนั่นทำให้ Joseph Lykken มองว่ามันอาจจะเป็นเอกภพที่น่าเบื่อ เพราะเป็นไปได้ว่าเอกภพที่จะเกิดมาดวงดาว, กาแล็กซี่, หลุมดำ ฯลฯ ขึ้นมาได้ต้องเป็นเอกภพที่เสถียรแบบปริ่มๆ อย่างเช่นเอกภพของเรานี่แหละ

อย่างไรก็ดี คงไม่มีใครได้อยู่พบกับจุดจบของเอกภพตามคำทำนายของ Joseph Lykken เพราะถึงตอนนั้น ทั้งโลกและดวงอาทิตย์ก็คงหายไปหมดแล้ว กาแล็กซี่ทางช้างเผือกก็อาจจะไม่มีตัวตนแล้วด้วย หรือต่อให้มนุษยชาติดิ้นรนอยู่รอดไปถึงเวลานั้น ก็คงไม่มีใครรู้สึกตัวอยู่ดีว่าเอกภพหายไป เพราะฟองสุญญากาศมันขยายตัวด้วยความเร็วแสง สมองมนุษย์แปลผลไม่ทันหรอกว่าเกิดอะไรขึ้น

ที่มา - NBC's Cosmic Log via Slashdot, Discovery News, BBC News

6 Comments

newgzole's picture

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2013 ที่ผ่านม

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2013 ที่ผ่านม --> เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2013 ที่ผ่านมา

virusfowl's picture

ฟองที่ว่า ถึงจะขยายตัวด้วยความเร็วแสง แต่ถ้าจะกลืนกินทั้งเอกภพ มันก็สมควรใช้เวลาเป็นล้านๆ ปีไม่ใช่เหรอครับ? ยกเว้นว่ามันจะกลืนกินด้วยความเร็วเหนือแสงขึ้นไปอีก ไม่งั้นถ้าตอนนั้นมีมนุษย์อยู่ เราก็น่าจะรู้ตัวได้อยู่นะ ถึงจะทำอะไรไม่ได้ก็เหอะ (หรืออาจจะทำได้ ด้วยเทคโนโลยีสมัยนั้น!)