ด้วงขี้ควายใช้แสงจากดาราจักรทางช้างเผือกช่วยนำทาง

By: Halley
Writer
on Sun, 27/01/2013 - 22:17

ด้วงขี้ควายแอฟริกัน หรือด้วงมูลสัตว์แอฟริกัน (African dung beetle, Scarabaeus satyrus) เป็นแมลงที่อาศัยอยู่กับมูลสัตว์ หลังจากที่แข่งกันแย่งมูลสัตว์จากแมลงพวกเดียวกันได้แล้ว มันจะต้องรีบหนีไปให้ไกลจากสมรภูมิการแก่งแย่ง แต่จะไปในทิศทางไหนล่ะ?

ก่อนหน้านี้ทีมวิจัยของ Marie Dacke และคณะจากสวีเดนและแอฟริกาใต้ ค้นพบว่าด้วงขี้ควายสามารถใช้แสงจากดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และแสงโพลาไรซ์นำทางได้ แต่ในคืนเดือนมืดพวกเขาก็พบว่าด้วงขี้ควายยังสามารถกลิ้งมูลสัตว์ด้วยทิศทางไม่มั่วซั่ว ทีมนักวิจัยจึงตั้งสมมติฐานว่าแสงของดวงดาวจากดาราจักรทางช้างเผือกอาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ด้วงใช้นำทาง

เพื่อพิสูจน์สมมติฐานที่ตั้งไว้ ในคืนที่ฟ้านั้นเต็มไปด้วยแสงดาวแต่ไร้แสงจันทร์ ทีมวิจัยปล่อยด้วงไว้ตรงกลางของสนามวงกลมที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตร แล้วบันทึกเส้นทางเดินของด้วงที่ปล่อยให้เดินตามสบาย และด้วงที่มีที่ครอบตามากั้นแสงไว้ ทีมนักวิจัยพบว่าด้วงที่ถูกปิดตาจะเดินสะเปะสะปะอยู่นาน ในขณะที่ด้วงที่ไม่ถูกปิดตาจะเดินค่อนข้างเป็นเส้นตรงออกจากจุดที่ปล่อยไปยังขอบสนามได้ นอกจากนี้ยังพบว่าด้วงจะปีนขึ้นไปด้านบนก้อนมูลเพื่อมองหาแสงที่มันพอจะใช้นำทางได้ ก่อนจะเริ่มต้นกลิ้งมูลไปตามทิศทางแสงที่มันเห็น

จากนั้น เพื่อพิสูจน์ว่าด้วงสามารถใช้แสงจากดาราจักรทางช้างเผือกได้จริงๆ ทีมนักวิจัยทดลองทั้งในพื้นที่จริงและในท้องฟ้าจำลองที่ควบคุมปริมาณดวงดาวได้ โดยวัดเวลาที่ด้วงใช้เดินทางจากจุดศูนย์กลางของสนามวงกลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 เมตรไปยังขอบสนาม
ในพื้นที่จริง นักวิจัยเลือกทดลองในคืนเดือนเพ็ญ, คืนเดือนมืดที่เต็มไปด้วงแสงดาวทั้งแบบเปิดตาและปิดตาด้วง, และในคืนฟ้าปิดที่มองไม่เห็นแสงดาว ผลการทดลองพบว่าด้วงที่มองเห็นแสงจากดวงดาวในคืนเดือนมืด ใช้เวลาเดินมาถึงขอบสนามได้พอๆ กับด้วงที่ใช้แสงจันทร์นำทาง ส่วนด้วงที่ถูกปิดตาหรือปล่อยในคืนฟ้าปิด ใช้เวลานานกว่ามาก
ผลการทดลองจากท้องฟ้าจำลองก็ให้ผลไปในทำนองเดียวกัน โดยทีมวิจัยพบว่า ท้องฟ้าจำลองที่ฉายดาวเฉพาะทางช้างเผือก ด้วงก็ยังใช้เวลาเดินทางได้พอๆ กับเวลาที่ฉายดาวเต็มที่ และด้วงมีแนวโน้มที่ใช้เวลามากขึ้นในการเดินมาถึงขอบสนาม เมื่อจำนวนดาวในท้องฟ้าจำลองมีน้อยลง

ดวงตาของด้วงไม่สามารถรับแสงจากดวงดาวเดี่ยวๆ หรือจากกลุ่มดาวได้ แต่มันใช้ความต่างของความเข้มแสงที่เกิดจากแสงของดาราจักรทางช้างเผือกในยามค่ำคืนตัดกับท้องฟ้าบริเวณโดยรอบ และแสงจากดวงดาวก็เดินทางมาจากระยะไกลพอที่ไม่ทำให้มันเดินทางเป็นทางโค้งหรือวนเป็นวงกลมเหมือนกับผีเสื้อกลางคืนบินรอบกองไฟ

แม้จะมีสัตว์หลายชนิดที่พิสูจน์แล้วว่าใช้แสงดาวในการนำทาง แต่ด้วงขี้ควายก็เป็นสัตว์ชนิดแรกที่ใช้แสงจากดาราจักรทางช้างเผือกในการนำทาง

แล้วหัวใจของคนโสดอย่างผมล่ะ จะมีสิ่งใดมาช่วยนำทางได้บ้าง T^T

ข่าวจาก ScienceDaily
งานวิจัยชิ้นนี้ตีพิมพ์ลงในวารสาร Current Biology เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2556

8 Comments

xxxooo's picture

ผมว่าคุณอาจต้องรอถึง 28 July 2061 กว่าจะมีใครซักคน มาจับจองหัวใจ

hisoft's picture

1 มกราคม 2061 NASA ประกาศกร้าว ทดลองไว้ไม่เสียหาย สั่งการระเบิดดาวหางฮัลเลย์ทิ้งไม่เหลือซาก

The Phantom Thief

Charin Tapang's picture

ประโยคสุดท้ายนี้ผู้เขียนมีอะไรแฝงในใจหรือเปล่า ถึงได้เขียนออกมาแบบนั้น

adente's picture

ในค่ำคืนที่ฟ้านั้นไม่มีดาวอยู่ตรงนี้ ฉันยังคงก้าวไป ยังคงมีรักแท้เป็นแสงนำไปในคืนที่หลงทาง เรามอบเพลงนี้ให้แก่ผู้เขียนครับ

mementototem's picture

ฮิ้วววว (กำลังคิดว่า เขียนข่าวนี้แล้วส่งให้สาวเจ้าแบบเนียน ๆ รึเปล่า)

hisoft's picture

โรแมนติกนะครับ แต่เนื้อหาของบทความมันช่าง...

The Phantom Thief