หน่วยงานพิสูจน์หลักฐานอังกฤษใช้สัญญาณรบกวนจากปลั๊กไฟ พิสูจน์เทปเสียง

By: lew
Writer
on Mon, 17/12/2012 - 12:53

หน่วยงานพิสูจน์หลักฐานในอังกฤษกำลังใช้สัญญาณรบกวนจากปลั๊กไฟมาเป็นเครื่องมือในการพิสูจน์เวลาที่เทปเสียงและวิดีโอถูกบันทึกไว้

สัญญาณรบกวนในระบบไฟฟ้านั้นมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากการใช้งานของผู้ใช้ตามบ้านที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีโหลดมากขึ้นเช่นคนๆ หนึ่งเปิดไฟ จะทำให้เกิดสัญญาณรบกวนสั้นๆ ในระบบไฟฟ้า ก่อนระบบไฟจะชดเชยความต้องการที่เพิ่มขึ้นเอง ห้องวิจัยการพิสูจน์หลักฐานสื่อแห่งมหาวิทยาลัยโคโรลาโดพบว่าสัญญาณรบกวนเหล่านี้ไม่เคยซ้ำเลยในช่วงเวลาต่างๆ ทำให้เป็นไปได้ที่จะใช้สัญญาณรบกวนนี้มาเทียบเวลาในฐานข้อมูลเพื่อหาช่วงเวลาที่ถูกบันทึกข้อมูล เรียกเทคนิคนี้ว่า Electric Network Frequency (ENF)

ตำรวจนครบาลลอนดอนได้บันทึกสัญญาณรบกวนนี้ในเมืองลอนดอนมาแล้วต่อเนื่องเป็นเวลาเจ็ดปีเต็ม และเพิ่งมาได้ใช้งานเพื่อพิสูจน์ความน่าเชื่อถือของหลักฐาน โดยคดีการล่อซื้ออาวุธปืน จำเลยได้กล่าวหาตำรวจว่าปลอมแปลงเทป จึงมีการพิสูจน์ว่าสัญญาณรบกวนในเทปตรงกับวันเวลาที่ตำรวจอ้างจริงหรือไม่ ผลสรุปว่าวันเวลาตรงกัน มีส่วนให้ศาลพิพากษาว่าผิดจริง และจำเลยถูกจำคุก 33 ปี

ตำรวจนครบาลลอนดอนกำลังติดตั้งระบบตรวจสอบวันอัตโนมัติ ทำให้เมื่อมีคนนำหลักฐานมากล่าวโทษกันจะสามารถตรวจสอบวันเวลาของหลักฐานได้ทันที

ที่มา - BBC

6 Comments

mementototem's picture

เดี๋ยวคงมีคนผลิตแจมเมอร์ความถี่ 50-60 Hz ออกมาขาย

toooooooon's picture

งง ครับ

คือ ตำหนวด สร้าง สัญญาณ เพี้ยนๆ ไว้ในระบบ แล้ว บันทึก สัญญาณ เพี้ยนไป เรื่อย

จากนั้น มีทีมล่อซื้อ แล้วเอาเครื่องบันทึก ไปบันทึก การล่อซื้อ เสียง หรือ วิดิโอ

ผู้ต้องหาแย้ง่วา ทำรวจทำการปลอมแปลงหลักฐานเพื่อเอา ผิด

จำตรวจ เลยใช้ เทฟดังกว่า พิสูตรว่า ไม่ได้ปลอมแปลง โดย เอาไปเทียบ กับ สัญญาณเพี้ยนๆ ในระบบ ว่า มีสัญญาณเพี้ยนๆ จริง ในเวลาจริง และบันทึกจริงๆ

ผู้ต้องหา โดนพิภากษา ติดคุก

..
เทคนิคนี้ เหมือน กรณี ลูกน้อง ชุวิท ได้ บแอบบันทึกเสียง และวิดิโอ โดยก่อนบันทึก ได้ โทรเข้า เลข ถามเวลาของ โดย โทรเข้า 181 ระบบ จะ มีเสียงพูด บอกเวลาปัจจุบัน เพื่อใช้อ้างอิงในการ แอบบันทึก (แต่ก็ ปลอมได้)

-Rookies-'s picture

ไม่ใช่ครับ หมายถึงว่าสัญญาณไฟฟ้าจะมีสัญญาณรบกวนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสัญญาณรบกวนนั่นมัน Unique หมายถึงที่ช่วงเวลาต่างกัน จะมีสัญญาณรบกวนต่างกันไปเล็ก ๆ น้อย ๆ (ลองนึกภาพคลื่น sine เรียบ ๆ ที่ถูกรบกวนจนมีรอยหยัก ๆ ยุ่ง ๆ เหยิง ๆ ที่ไม่เหมือนกันเลย)

ตำรวจเลยจัดการบันทึกลักษณะสัญญาณพวกนั้นไว้ถึงเจ็ดปี พอมีคดีก็เอาสัญญาณรบกวนพวกนั้นมาวิเคราะห์ว่ามันอยู่ช่วงไหนในเจ็ดปีนั้น ถ้ามีและตรงกับช่วงเวลาเกิดเหตุ ก็เป็นอันจบครับ ถ้าไม่มีหรือไม่ตรงเวลา ก้แปลว่าปลอมแปลงขึ้นมา