มนุษยชาติกำลังสูญเสียความชาญฉลาด?

By: terminus
Writer
on Wed, 14/11/2012 - 23:44

ในสมัยที่มนุษย์ยังหากินดำรงชีพอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมอันโหดร้ายป่าเถื่อน ความสามารถทางสติปัญญาและอารมณ์เป็นปัจจัยที่กำหนดความอยู่รอดที่สำคัญอย่างยิ่ง เช่น ความสามารถในการสร้างอาวุธล่าสัตว์, สร้างที่พักอาศัย เป็นต้น ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงความตาย การกลายพันธุ์ที่ทำให้มนุษย์ฉลาดน้อยลงจึงถูกแรงคัดเลือกทางวิวัฒนาการคัดทิ้งอย่างไร้ปรานี ทิศทางวิวัฒนาการของความฉลาดในมนุษย์จึงวิ่งไปในทางที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

แต่เมื่อมนุษย์พัฒนาความฉลาดจนสูงพอที่จะรู้จักการทำกสิกรรมและขยับมาตรฐานสังคมขึ้นมาเรื่อยๆ แรงคัดเลือกดังกล่าวก็อ่อนลงอย่างต่อเนื่อง ความสามารถและทักษะที่เคยชี้เป็นชี้ตายก็ลดบทบาทความสำคัญลงไป

ดร. Gerald Crabtree แห่ง Stanford University แสดงความเห็นลงในวารสาร Trends in Genetics ว่าแรงคัดเลือกที่อ่อนลงนี้ส่งผลให้ความชาญฉลาดของมนุษย์เสียหายอย่างช้าๆ เนื่องจากการกลายพันธุ์ที่เกิดกับยีนที่ทำให้เกิดผลเสียต่อความชาญฉลาดไม่ได้ถูกคัดออกอย่างรุนแรงเหมือนในอดีต เช่น หากมนุษย์ยังเป็นชนเผ่าเร่ร่อนล่าสัตว์ คนที่ไม่ฉลาดพอจะล่าสัตว์ป่าหรือเก็บของป่ามาเป็นอาหารได้ก็คงตายกันหมด และอาจจะเลวร้ายถึงขั้นพากันตายยกครอบครัวไปเลย แต่ในทุกวันนี้ วันไหนที่นายพรานพลาดสัตว์ไปสักตัวสองตัว อย่างมากก็เสียรายได้วันนั้นนิดหน่อย ยังมีพรุ่งนี้ให้แก้มือได้เสมอ

จากการประมาณของนักวิทยาศาสตร์ ความชาญฉลาดของมนุษย์ถูกควบคุมโดยยีนประมาณ 2,000 - 5,000 ตัว และภายใน 3,000 ปีที่ผ่านมา ก็มีการกลายพันธุ์ในยีนกลุ่มนี้หลายตัวที่ไม่ถูกคัดออกและกลายมาเป็นยีนที่ถูกตรึงไว้ในประชากร โดยเฉลี่ยในปัจจุบันมนุษย์แต่ละคนจะมียีนกลายพันธุ์ที่บั่นทอนความฉลาดทางสติปัญญาและอารมณ์อยู่ในจีโนม 2-3 ตัว

ดร. Gerald Crabtree ยังคงมองในแง่ดีว่า กระบวนการบั่นทอนความฉลาดของมนุษยชาตินั้นช้ามากเมื่อเทียบกับการพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายในอนาคตเราน่าจะหาวิธีทางพันธุกรรมหรือออกแบบนโยบายเพื่อเปลี่ยนทิศทางกระบวนการธรรมชาตินี้ได้ทันท่วงทีก่อนที่มนุษย์จะสูญเสียความฉลาดไปทั้งหมด

บทความวิจัยของ Gerald Crabtree ตีพิมพ์ใน Trends in Genetics DOI: 10.1016/j.tig.2012.10.002 และ DOI: 10.1016/j.tig.2012.10.003

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์บางคนก็วิจารณ์แย้งข้อสรุปของ Gerald Crabtree หนึ่งในนั้นคือ Thomas Hills นักจิตวิทยาแห่ง University of Warwick เขาเห็นว่าการที่สังคมสมัยใหม่มีแรงคัดเลือกอ่อนลงต่อความฉลาดในการเอาตัวรอด นั่นแปลว่ามนุษย์มีโอกาสที่จะวิวัฒนาการความชาญฉลาดในแบบอื่นๆ ที่หลากหลายขึ้นมาได้ ตัวอย่างเช่น หาก Stephen Hawking เกิดในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ลักษณะความฉลาดทางฟิสิกส์ของเขาอาจจะไม่มีข้อได้เปรียบแต่อย่างใด และยีนของเขาก็อาจจะสิ้นสุดลงไปพร้อมกับตัวเขา เป็นต้น

และเมื่อดูแนวโน้มปัจจัยชี้วัดความฉลาดอย่างค่า IQ ของคนทั่วทั้งโลก มันก็แสดงผลที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ Gerald Crabtree กำลังกังวล หลักฐานงานวิจัยหลายชิ้นระบุตรงกันว่าในรอบ 100 ปีที่ผ่านมานี้ ค่า IQ เฉลี่ยของประชากรมนุษย์โลกเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เรื่องนี้เป็นที่รู้กันดีในชื่อของ Flynn Effect จนถึงกับต้องมีการปรับค่ามาตรฐาน IQ ในหลายการทดสอบ (แต่ Flynn Effect ก็ไม่ได้รับประกันว่ายีนความฉลาดของเรายังอยู่ครบถ้วนปลอดภัย ค่า IQ ที่เพิ่มสูงขึ้นนี้อาจจะเกิดจากปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมที่เสริมสร้างความฉลาด เช่น ภาวะโภชนาการ, การศึกษา เป็นต้น)

ที่มา - Live Science, Science Daily

8 Comments

hisoft's picture

ผมเคยคิดนะ ว่าจริง ๆ แล้ววิวัฒนาการของมนุษย์น่าจะเข้าสู่ช่วงเฉียดหยุดไปแล้วเพราะการคัดเลือกมันแทบไม่เหลือแล้ว และอ่อนแอแค่ไหนก็มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้รอดได้สูงมาก

อีกทั้งเคยคิดว่ามนุษย์ต่างดาวก็คงไม่ได้ฉลาดเวอร์อะไรมากมาย เพราะถึงจุดจุดนึง (ระดับมนุษย์โลก?) สิ่งมีชีวิตก็จะเริ่มหยุดวิวัฒนาการด้านความฉลาดไปเติมเต็มด้านอื่น ๆ เอง

The Phantom Thief

zipper's picture

มนุษย์ยุคใหม่อาจจะพัฒนาความฉลาดอย่างอื่นแทนหรือเปล่า เช่นความฉลาดในการเข้าสังคมที่จะทำให้ตัวเองได้เปรียบคนอื่น

HOCKER's picture

ลองเปลี่ยนแนวคิดด้านวิวัฒนาการหรือการคัดเลือกแบบเดิมๆ ดูจะมองได้แบบนี้

คนฉลาดกว่าจะเรียนเก่งกว่ามีอนาคตมากกว่าเงินมากกว่าดูแลครอบครัวได้

ใครที่ด้อยกว่าก็อาจจะโดนโกงตกอับจนต้องปล้นเพื่ออยู่รอดติดคุกหมดอนาคตหรือไปเป็นขอทาน

คนเก่งกว่าดิ้นรนกว่าก็จะเป็นคนใหญ่คนโตคนที่ด้อยปรับตัวหรือไม่ดิ้นรนก็จะเป็นทหารออกไปรบเสียชีวิต

คนที่ดิ้นรนกว่าก็จะอยู่รอด คนที่ไม่ทำอะไรก็จะอยู่ไม่รอด

ผมอาจจะพูดไม่ครอบคลุมในหลายๆ กรณีแต่ถ้าลองทำการวิจัยเรื่องนี้ผมว่ามันก็เหมือนกระบวนการคัดเลือกแบบสังคมสมัยใหม่นะ

mementototem's picture

อ่านแล้ว นึกถึงการ์ตูนอันนี้เหมือนกันแต่นึกไม่ออกว่าของใคร เอิ๊ก ๆ

Zeball's picture

ความคิดเห็นส่วนตัวของผม การทดสอบ IQ คือการทดสอบการแก้ปัญหา แต่การทดสอบ IQ แบบกระดาษทดสอบนั้นมีจุดอ่อนตรงที่คำถามซ้ำ จากการเคยทำคำถามนั้น และการจำคำตอบได้ ผมเคยใช้วิธีเพิ่มคะแนนการทดสอบ IQ สอบเข้าอุดมศึกษาด้วยการทำการทดสอบ IQ ของข้อสอบเก่าๆ(ซัก 3 - 5 ปี) หรือจำคำตอบ รวมๆแล้วประมาณ 5 - 10 ชุด คะแนนที่ออกมานั้นเพิ่มขึ้นมากเลยครับ โดยตอนนั้นก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแก้ปัญหานั้นแบบนี้ แค่เขาถามแบบนี้ และทำแบบนั้น เพื่อให้ได้คำตอบออกมาก็พอ สรุปคือ การทดสอบ IQ นั้นเอามาใช้ได้ระดับหนึ่ง แต่ต้องคำนึงถึงจุดอ่อนและข้อจำกัดด้วยครับ