โปรตีนในน้ำอสุจิ(ที่นักวิทยาศาสตร์เคยมองข้าม)กระตุ้นการตกไข่ได้

By: terminus
Writer
on Tue, 04/09/2012 - 00:51

การตกไข่ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นแบ่งออกได้สองแบบ แบบแรกเรียกว่า "spontaneous ovulation" หมายถึงตัวเมียตกไข่เองตามรอบระยะเวลา เช่น มนุษย์ หนู วัว ควาย และอีกหลายชนิด ส่วนแบบที่สองเรียกว่า "induced ovulation" เช่น อูฐ กระต่าย โคอะลา เป็นต้น ซึ่งตัวเมียจะตกไข่ก็ต่อเมื่อถูกกระตุ้นจากการผสมพันธุ์

นักวิทยาศาสตร์เคยคิดกันว่าการตกไข่ของพวกที่เป็นแบบ induced ovulation เกิดจากการกระตุ้นโดยสัมผัสทางกายภาพที่บริเวณอวัยวะสีบพันธุ์เพศเมีย แต่ในปี 1985 นักวิทยาศาสตร์บางคนก็เสนอว่ามันอาจจะมีาสารกระตุ้นอยู่ในน้ำอสุจิ และเรียกสารกระตุ้นนั้นว่า "ovulation-inducing factor" (หรือ OIF)

ในปี 2005 ทีมวิจัยที่นำโดย Gregg Adams แห่ง University of Saskatchewan ประเทศแคนาดา ได้ทดลองฉีดน้ำอสุจิของตัวลามะตัวผู้ (ลามะ หรือ llama เป็นญาติที่ใกล้ชิดกับอูฐ) เข้าไปในเส้นเลือดที่ขาหลังของตัวลามะเพศเมีย ผลปรากฏว่า ลามะตัวเมียตกไข่ได้โดยที่ไม่ต้องโดนกระตุ้นที่อวัยวะสืบพันธุ์ หลักฐานนี้สนับสนุนทฤษฎี OIF อย่างไร้ข้อกังขา ต้องมีอะไรสักอย่างในน้ำอสุจิที่กระตุ้นการตกไข่ของลามะ (J. Biol. Reprod. 73:452–457)

แต่ปัญหาในตอนนั้นก็คือ ไม่มีใครทราบว่า OIF คืออะไร? และทำงานอย่างไร?

เพื่อไขข้อข้องใจ ทีมของ Gregg Adams จึงทุ่มเทเวลาและความพยายามอีก 7 ปีในการควานหาความลับของ OIF ในน้ำอสุจิ พวกเขาเอาน้ำอสุจิของตัวลามะมาปั่นแยก แล้วค่อยๆ เอาสารที่สกัดได้แต่ละชุดฉีดทดสอบดูว่าสารตัวไหนบ้างที่มีฤทธิ์กระตุ้นการตกไข่ของลามะตัวเมีย

ในที่สุด พวกเขาก็ค้นพบสิ่งที่ตามหา... และไม่น่าเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทุกคนในโลกมองข้ามมาตลอดนับเป็นเวลาสิบๆ ปี!

สารตัวนั้น คือ โปรตีนที่มีชื่อว่า nerve growth factor (หรือ NGF) ซึ่งเป็นโปรตีนที่พบได้ทั่วไปในร่างกายของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโตและการพัฒนาของเซลล์ประสาท NGF ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในคริสตทศวรรษ 1950 และ นักวิทยาศาสตร์ก็พบ NGF ในน้ำอสุจิของวัวมาตั้งแต่คริสตทศวรรษ 1980 แล้ว ต่อมาก็ยังเจอ NGF ในน้ำอสุจิของสัตว์อีกหลายชนิดรวมทั้งมนุษย์ด้วย แต่ไม่มีใครเข้าใจว่าน้ำอสุจิจะมีโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเซลล์ประสาทไปทำไม

ทีมของ Gregg Adams ได้รายงานการค้นพบนี้ลงใน PNAS doi: 10.1073/pnas.1206273109

ตอนต้นปี 2012 ที่ผ่านมา Gregg Adams ก็ค้นพบแล้วว่าการฉีดน้ำอสุจิของหมู, กระต่าย, ม้า เข้าไปในเส้นเลือดของลามะก็ให้ผลกระตุ้นการตกไข่ของลามะตัวเมียได้เหมือนกัน (Theriogenology 78(5):1030-1039) นอกจากนี้ NGF ที่ไม่ว่าจะสกัดน้ำอสุจิหรือสกัดจากน้ำลายหนูก็ยังมีผลทำให้หนูทดลองตกไข่ก่อนถึงวัยเจริญพันธุ์ได้เหมือนกันอีกด้วย อย่างไรก็ตามน้ำอสุจิไม่มีผลต่อรอบการตกไข่ของสัตว์ที่เป็นแบบ spontaneous ovulation ชนิดอื่นๆ ยกเว้นในวัวตัวเมียที่เมื่อถูกฉีดน้ำอสุจิเข้าไปแล้ว follicle ในรังไข่พัฒนาเร็วขึ้นและ corpus luteum ก็ดูเหมือนจะทำงานได้ดีขึ้นเช่นกัน (เซลล์ไข่ในรังไข่จะเจริญพัฒนาอยู่ใน follicle เมื่อไข่ตก follicle ก็จะกลายเป็น corpus luteum ซึ่งทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมตัวรับตัวอ่อนที่จะมาฝังในมดลูก และถ้าหากตัวอ่อนมาฝังในมดลูกสำเร็จ corpus luteum ก็จะทำหน้าที่หลั่งฮอร์โมนเพื่อควบคุมการตั้งครรภ์ต่อไป)

Gregg Adams สันนิษฐานว่า NGF คงจะทำตัวคล้ายกับฮอร์โมนวิ่งผ่านกระแสเลือดเข้าไปยังสมองส่วนที่ชื่อว่า hypothalamus และต่อม pituitary gland ที่อยู่ใต้สมอง (เป็นศูนย์กลางหลักของระบบฮอร์โมนในร่างกาย) แล้วกระตุ้นให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสืบพันธุ์ แต่มีการทดลองอันหนึ่ง (Mol. Hum. Reprod. 11:229–236) ในปี 2005 แสดงให้เห็นว่ารังไข่ผู้หญิงสร้าง NGF และโปรตีนในกลุ่ม neurotrophins บางตัวขึ้นมา และโปรตีนพวกนี้มีส่วนช่วยในการตั้งครรภ์ เพียงแต่ผลของการทดลองนั้นเป็นผลที่เกิดจากการหลั่งสารจากรังไข่เองและมีผลกับรังไข่โดยตรง ไม่ใช่เป็นการทำงานในลักษณะของฮอร์โมนที่วิ่งพล่านไปตามระบบหมุนเวียนเลือด

แม้ผลการทดลองเกี่ยวกับ NGF จะยังไม่ชัดเจนนักว่ามันทำงานอย่างไร แต่นักวิทยาศาสตร์ก็เริ่มจะเมียงมองหาหนทางประยุกต์มาใช้แก้ปัญหาของคู่สมรสที่มีบุตรยากแล้ว เนื่องจากผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าในคู่สมรสที่มีบุตรยากบางคู่ ฝ่ายชายมีความผิดปกติของปริมาณ NGF ในน้ำอสุจิ หรือไม่ก็ฝ่ายหญิงมีความผิดปกติเกี่ยวกับตัวรับ NGF บางกรณีการฉีด NGF เข้าร่างกายสม่ำเสมออาจช่วยแก้ปัญหาการมีบุตรยากของผู้หญิงได้บ้าง

ในขณะเดียวกัน การค้นพบ NGF/OIF ในน้ำอสุจิก็ทำให้เราไม่สามารถมั่นใจในวิธีการคุมกำเนิดด้วยวิธีนับรอบประจำเดือนได้อีกต่อไป (เท่าที่ผมรู้มา วิธีนี้ก็ไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไรอยู่แล้ว)

ที่มา - Nature News, Science News, ScienceNOW

4 Comments

sp's picture

แปลว่า ครั้งแรกยังไงก้อไม่ท้อง ...ครั้งสองยังไม่แน่

-Rookies-'s picture

เท่าที่ได้ยินมา วิธีนับรอบเดือนก็ได้ผลอยู่นะครับ แต่ต้องใช้กับผู้หญิงที่มีประจำเดือนปกติหน่อย (คือรอบเดือนไม่แกว่ง) และถ้าจะให้แน่ก็ลดจาก 7 เป็น 5 หรือ 4 ไปเลย เอ๊ะ หรือผมได้ยินจากคนที่ผู้ชายเป็นหมัน (แต่ไม่รู้ตัว) หมดเลยหว่า?

mementototem's picture

"ทดลองฉีดน้ำอสุจิของตัวลามะตัวผู้" อ่านแล้วขำ ก็แหงสิ อสุจิมันต้องมาจากตัวผู้อยู่แล้ว (แซว)

virusfowl's picture
  • เกิดจากการกระตุ้นโดยสัมผัสทางกายภาพที่บริเวณอวัยวะสีบพันธุ์เพศเมีย << สีบพันธุ์ > สืบพันธุ์
  • นักวิทยาศาสตร์บางคนก็เสนอว่ามันอาจจะมีาสารกระตุ้นอยู่ในน้ำอสุจิ
    << มีสระอาเกินมาระหว่าง มีกับสาร ครับ