ตะลึงทั้งวงการ! เศรษฐีใจป้ำตั้งรางวัล Fundamental Physics Prize แจกทันทีคนละ 3 ล้านดอลลาร์

By: terminus
Writer
on Wed, 01/08/2012 - 01:24

ข่าวนี้น่าจะเป็นข่าวดีที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักฟิสิกส์ทฤษฎี (theoretical physicists) ทั้งโลก เมื่อ Yuri Milner เศรษฐีใจป้ำประกาศก่อตั้งรางวัล Fundamental Physics Prize เพื่อมอบให้กับนักฟิสิกส์ที่มีผลงานทางด้านทฤษฎีฟิสิกส์พื้นฐานอันโดดเด่น

Yuri Milner จบการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาฟิสิกส์จาก Moscow State University แต่ในปี 1989 ขณะที่ศึกษาระดับปริญญาเอกอยู่ที่ Russian Academy of Sciences เขาตัดสินใจลาออกกลางคัน แล้วเบนเข็มชีวิตหันมาลงทุนในกิจการไอที ซึ่งประมาณสามปีที่ผ่านมานี้เขาได้ทุ่มเงินลงทุนในบริษัทโซเชียลเน็ตเวิร์คหลายบริษัท เช่น Facebook, Twitter, Zynga, Groupon เป็นต้น ทำให้ปัจจุบันเขามีสินทรัพย์ประเมินอยู่ประมาณ 1 หมื่นล้านดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา

รางวัล Fundamental Physics Prize ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นมานี้เน้นไปที่งานทางด้านทฤษฎีโดยเฉพาะ ต่างจากรางวัลโนเบลซึ่งส่วนใหญ่มักจะมอบให้กับทฤษฎีที่ได้รับการพิสูจน์ชัดเจนก่อนหรืองานประเภทฟิสิกส์ประยุกต์

Yuri Milner ให้เหตุผลว่าบางครั้งนักฟิสิกส์ผู้บุกเบิกทฤษฎีสมควรที่จะได้รับเกียรติยศชื่อเสียงโดยไม่จำเป็นต้องรอการพิสูจน์ เพราะการพิสูจน์ทฤษฎีฟิสิกส์แต่ละอย่างอาจกินเวลานาน (ดูตัวอย่างจากกรณีของ Peter Higgs ที่ต้องรอนานถึง 48 ปี กว่าที่จะมีการค้นพบ Higgs boson ที่ยืนยันความถูกต้องของเขา)

เงินรางวัลสำหรับผู้ชนะ Fundamental Physics Prize คือ 3 ล้านดอลลาร์ต่อคน มากกว่ารางวัลโนเบลเสียอีก แถมยังไม่มีการหารแบ่งกับผู้ชนะร่วมคนอื่นเหมือนรางวัลโนเบลด้วย (เงินรางวัลโนเบลเปลี่ยนไปเรื่อยตามยุคสมัย และในปี 2012 เงินรางวัลลดจาก 10 ล้านโครนสวีเดนลงมาเหลือแค่ 8 ล้านโครนสวีเดนหรือ 1.2 ล้านดอลลาร์)

สำหรับในปีแรกของรางวัล Fundamental Physics Prize นี้ ไม่ต้องเสียเวลาลุ้นว่าใครจะได้รับรางวัล ไม่มีการเปิดพนันรับชิงโชคใดๆ ทั้งนั้น เพราะมันไม่ทันแล้ว! Yuri Milner ได้จัดการคัดเลือกแจกรางวัลนักฟิสิกส์ 9 คน (คิดเป็นเงินรวม 27 ล้านดอลลาร์) ด้วยตนเองก่อนที่สื่อจะได้กลิ่นเสียอีก รายชื่อผู้ได้รับรางวัล ได้แก่

  1. Nima Arkani-Hamed แห่ง Institute for Advanced Study, Princeton สำหรับทฤษฎีที่เสนอถึงการมีอยู่ของมิติมากกว่า 4 มิติ, การรวม Higgs mechanism เข้ามาอธิบายและสร้าง Standard Model, และการบุกเบิกทฤษฎี Supersymmetry, ทฤษฎีของสสารมืด, และโครงสสร้างทางคณิตศาสตร์ของ gauge theory

  2. Alan Guth แห่ง MIT สำหรับการบุกเบิกสร้างทฤษฎี inflation ของเอกภพหลังบิ๊กแบง

  3. Alexei Kitaev แห่ง California Institute of Technology สำหรับแนวคิดทฤษฎีการใช้ topological quantum phases ของ anyons มาใส่ในระบบ quantum computation

  4. Maxim Kontsevich แห่ง Institute of Advanced Scientific Studies แถบกรุงปารีส สำหรับการพัฒนารากฐานทางฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ของ homological mirror symmetry และการศึกษา wall-crossing phenomena.

  5. Andrei Linde แห่ง Stanford University สำหรับงานทฤษฎี new inflation, eternal chaotic inflation และ inflationary multiverse รวมถึงการเสนอ vacuum stabilisation mechanisms ในทฤษฎีสตริง

  6. Juan Maldacena แห่ง Institute for Advanced Study, Princeton สำหรับงานทฤษฎีทางด้าน gauge/gravity duality ซึ่งเสนอถึงความเข้ากันได้ของแรงโน้มถ่วงกับฟิสิกส์ควอนตัม และนำไปสู่การแก้ปัญหา black hole information paradox รวมถึงการเปิดหนทางใหม่ในการศึกษาวัสดุตัวนำยิ่งยวดและวัตถุนิวเคลียร์ในอุณหภูมิสูง

  7. Nathan Seiberg แห่ง Institute for Advanced Study, Princeton สำหรับการพัฒนา quantum field theory และ string theory

  8. Ashoke Sen แห่ง Harish-Chandra Research Institute, Allahabad สำหรับการค้นพบ strong-weak duality ใน supersymmetric string theories และ gauge theories ซึ่งนำไปสู่มุมมองที่ทำให้ตระหนักว่าทฤษฎีสตริงที่ดูแตกต่างกันนั้นมาจากทฤษฎีพื้นฐานตัวเดียวกัน

  9. Edward Witten แห่ง Institute for Advanced Study, Princeton สำหรับงานทฤษฎีและการค้นคว้าทางคณิตศาสตร์อันหลากหลาย เช่น non-perturbative duality symmetries, แบบจำลองฟิสิกส์อนุภาคใน string theory, การตรวจจับสสารมืด, และงานอีกมากมายในสาขา quantum field theory

และนักฟิสิกส์ทั้งเก้าท่านนี้ก็ได้รับเงินโอน 3 ล้านดอลลาร์เข้าบัญชีธนาคารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (มีการหักค่าธรรมเนียมบริการโอนเงินตามปกติ) โดยที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรก่อนหน้าเลย Alan Guth หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลบอกว่าตกใจมากที่เห็นยอดเงินในบัญชีของเขาพุ่งจาก $200 ไปเป็น $3,000,200 ในเวลาชั่วข้ามคืน

Yuri Milner วางแผนไว้ว่าผู้ชนะทั้งหมดจะรับหน้าที่เป็นคณะกรรมการในการคัดเลือกผู้สมควรได้รับรางวัลในปีถัดๆ ไป และเมื่อธรรมเนียมนี้ปฏิบัติต่อเนื่องไปได้สักปีสองปี คณะกรรมการก็จะมีขนาดใหญ่พอที่จะขจัดข้อครหาเรื่องความลำเอียงไปได้

อย่างไรก็ตาม นักฟิสิกส์บางคนก็มองว่ารางวัล Fundamental Physics Prize เป็นอะไรที่ออกจะเกินไปสักหน่อย เพราะทฤษฎีฟิสิกส์ใหม่ๆ บางอย่างยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ในอนาคตทฤษฎีนั้นๆ อาจจะผิดหรือมีข้อบกพร่อง หรือทฤษฎีบางอัน เช่น ทฤษฎีสตริง ก็ทำนายถึงหลักฐานที่แทบจะพิสูจน์ไม่ได้ อีกอย่างรายชื่อคนที่ได้รับรางวัลปีแรกก็มีแต่นักฟิสิกส์ชื่อดังทั้งนั้นแถมยังมาจาก Institute for Advanced Study ของ Princeton ถึง 4 คน อาจทำให้เกิดระบบเส้นสายในการคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลปีถัดไป

หากไม่มีอะไรผิดพลาด รางวัล Fundamental Physics Prize ครั้งที่สองจะประกาศภายในไตรมาสแรกของปี 2013

ถ้าผมตรวจสอบข้อมูลไม่ผิด นี่เป็นรางวัลวิทยาศาสตร์ที่มีมูลค่าเงินสูงสุด ณ ปัจจุบัน เพราะฉะนั้นงานประกาศรางวัลในปีถัดไปนับจากนี้จะต้องเป็นข่าวยิ่งใหญ่แน่นอน ไม่เหมือนปีแรกที่เล่นโอนเงินเข้าบัญชีกันดื้อๆ แบบนี้

ที่มา - The Guardian, Nature News, New York Times

8 Comments

BLiNDiNG's picture

แม่เจ้า 3M อยากจะอุทานเป็นชื่อเพจบนเฟซบุ้ค

"โหดสัxxxx"

เป็นคนที่มีใจรักในฟิสิกส์สุดยอดจริงๆ

McKay's picture

ครั้งที่สองจะประกาศภายในไตรมาสของปี 2013

ที่สามหรือเปล่าครับ

terminus's picture

ผมพิมพ์ตกไปครับ เป็น "ไตรมาสแรก" ครับ

ขอบคุณที่ท้วงครับ

rattananen's picture

เห็นแล้วอนาจใจนักวิทยาศาสตร์ จะเป็นได้ต้องใจรักจริงๆ จนกว่ากรรมกร IT อย่างผมอีก

Job_The_Gamer's picture

คนทั่วไป ถ้าจู่ๆ มีเงินโอนเข้าบัญชี 3 ล้านดอลล์แบบงงๆ

คงเตรียมเปิดบัญชีใหม่เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่หนีออกนอกประเทศ XD

g-man's picture

จริงด้วยนะ คนติก็ช่างกล้าติเขาจะแจกใครก็เงินเขาจะติเพื่อ?

AlexW's picture

เห็นเงินในบัญชีนักฟิสิกส์ระดับโลกบางคนแล้วอึ้ง $200 อยู่เข้าไปได้ยังไงล่ะนั่น ไอคิวระดับนี้ ใจไม่รักอยู่ไม่ได้นะเนี่ย

งานนี้ต้องขอยกย่อง Yuri Milner การสร้างรางวัลนี้จะมีคณูปการอย่างใหญ่หลวงไม่เฉพาะต่อวงการฟิสิกส์เท่านั้นแต่ต่อโลกด้วย ต่อแต่นี้ไปคงได้เห็นพัฒนาการของทฤษฎีฟิสิกส์ใหม่ๆแบบก้าวกระโดดแน่นอน