นักวิทยาศาสตร์พบเป็นครั้งแรกว่าผีเสื้อใช้ความชื้นเป็นสัญญาณของน้ำหวานดอกไม้ได้

By: terminus
Writer
on Sun, 01/07/2012 - 23:23

นักชีววิทยาคิดกันว่าสัญญาณที่แมลงใช้ในการหาน้ำหวานจากดอกไม้ควรจะเป็นสัญญาณที่สัมผัสได้โดยเฉพาะจากดอกไม้หรือต้นไม้ งานวิจัยส่วนมากจึงเน้นไปที่ลักษณะของดอกไม้ เช่น สี, กลิ่น, รูปดอก เป็นต้น และพากันมองข้ามปัจจัยที่แปรผันตามสิ่งแวดล้อม แต่ทีมวิจัยที่นำโดย Martin von Arx และ Goggy Davidowitz แห่ง University of Arizona พบว่าความชื้นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ผีเสื้อเหยี่ยวสฟิงซ์ลาย Hyles lineata ใช้ในการหาน้ำหวานด้วย

นักวิจัยสังเกตเห็นว่าขณะที่ดอกอีฟนิ่งพริมโรส Oenothera cespitosa บานในตอนเย็น ความชื้นรอบๆ ดอกที่มีน้ำหวานอยู่จะสูงกว่าความชื้นของอากาศโดยรอบเล็กน้อย เนื่องจากการระเหยของน้ำในท่อน้ำหวาน ซึ่งช่วงเวลาเดียวกันนี้ก็เป็นเวลาที่ผีเสื้อเหยี่ยวชอบบินมาตอมดอกอีฟนิ่งพริมโรสพอดี พวกเขาจึงสนใจว่าผีเสื้อจะตอบสนองต่อความชื้นที่แตกต่างกันอย่างไร

พวกเขาทดลองโดยเอาดอกไม้เทียมที่มีระดับความชื้นต่างๆ กันมาวางเรียงอยู่ในเรือนทดลองที่กว้างพอให้ผีเสื้อบินไปมาได้อย่างอิสระ ผลจากการทดลองสรุปได้ว่าผีเสื้อใช้เวลาบินเข้าไปหาดอกไม้เทียมที่มีความชื้นสูงมากกว่า

และผลจากการทดสอบในกรงก็แสดงให้เห็นว่าผีเสื้อสามารถสัมผัสความแตกต่างของความชื้นได้เมื่อความชื้นของดอกไม้สูงกว่าความชื้นของอากาศโดยรอบ 4% ขึ้นไป

นี่เป็นหลักฐานครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าแมลงใช้ความชื้นเป็นสัญญาณในการหาน้ำหวานจากดอกไม้ Martin von Arx คิดว่าสำหรับผีเสื้อเหยี่ยวสฟิงซ์ลายที่อาศัยในเขตแห้งแล้งนั้น การหาน้ำหวานให้ได้ก่อนคู่แข่งนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ เนื่องจากการกินน้ำหวานของมันค่อนข้างจะเปลืองพลังงานมากกว่าแมลงอื่นๆ เวลาดูดน้ำหวาน ผีเสื้อเหยี่ยวสฟิงซ์จะบินอยู่จุดเดียวนิ่งๆ แล้วค่อยๆ ยื่นงวงปาก (proboscis) ยาวๆ ของมันลงไปยังท่อน้ำหวานของดอกไม้ นักวิทยาศาสตร์เคยทำการวัดพลังงานที่ผีเสื้อเหยี่ยวใช้ในการบินอยู่กับที่นิ่งๆ พบว่าการบินในท่านั้นใช้พลังงานมากกว่าการเกาะอยู่นิ่งๆ ถึง 100 เท่า นอกจากเรื่องของพลังงานแล้ว การอยู่นิ่งๆ เป็นระยะเวลานานก็ยังเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะโดนค้างคาวหรือนกจับกินด้วย

ข้อดีอีกอย่างของการใช้ความชื้นเป็นสัญญาณ คือ มันเป็นสัญญาณที่ดอกไม้โกหกไม่ได้ ผีเสื้อสามารถรู้ได้ทันทีว่ามีน้ำหวานอยู่ในดอกไม้ดอกนั้นๆ หรือไม่ ไม่ใช่ว่าพอเห็นสีสวยๆ กลิ่นหอมๆ (ซึ่งส่วนใหญ่กลิ่นหอมของดอกไม้ก็มักจะสร้างจากกลีบดอก ไม่ใช่มาจากน้ำหวาน) แต่พอเข้าไปใกล้ๆ เอาปากเขี่ย กลับกลายเป็นว่ากลวงโบ๋ ไม่มีอะไรให้กิน

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน Proceedings of the National Academy of Sciences DOI: 10.1073/pnas.1121624109

ที่มา - Science Daily

1 Comment