[18+] ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงไม่ได้แปลว่าหื่น แต่ผู้หญิงฮอร์โมนสูงชอบช่วยตัวเองมากกว่ามีเซ็กส์

By: terminus
Writer
on Sun, 24/06/2012 - 21:11

เป็นความเข้าใจ(ผิด)ของคนส่วนมากที่ชอบคิดว่าความต้องการทางเพศของผู้ชายผกผันตามปริมาณฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศตัวหลักของผู้ชาย ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจากงานวิจัยทางด้านนี้มักจะทำกับกลุ่มตัวอย่างสัตว์หรือมนุษย์ที่มีความผิดปกติทางฮอร์โมนและพบลักษณะอาการไร้ความต้องการทางเพศหรือความต้องการทางเพศสูงปรี๊ดผิดธรรมชาติจากกลุ่มตัวอย่างนั้น

แต่ Sari van Anders แห่ง University of Michigan ไม่เชื่อเช่นนั้น เนื่องจากเธอเห็นว่าหลักฐานงานวิจัยที่ทำในกลุ่มตัวอย่างมนุษย์หรือสัตว์ที่สุขภาพปกตินั้นมีน้อยมากเกินกว่าที่จะสรุปได้

ทีมวิจัยที่นำโดย Sari van Anders จึงทำการทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่เป็นอาสาสมัครสุขภาพปกติ ชาย 105 คน และหญิง 91 คน กลุ่มตัวอย่างจะต้องมาตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์, การช่วยตัวเอง (masturbation), การเกิดความรู้สึกอยากมีเพศสัมพันธ์และอยากช่วยตัวเอง จากนั้นนักวิจัยก็จะเก็บตัวอย่างน้ำลายมาวิเคราะห์ปริมาณฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน

ผลของกลุ่มตัวอย่างผู้ชายปรากฏว่า แม้ว่าผู้ชายจะมีความรู้สึกทางเพศและปริมาณเทสโทสเตอโรนมากกว่าผู้หญิงก็ตาม แต่ความแตกต่างในปริมาณฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนของผู้ชายแต่ละคนไม่ได้ทำให้ผู้ชายที่สุขภาพปกติมีความรู้สึกทางเพศมากขึ้นหรือน้อยลงอย่างใด ผู้ชายคนไหนมีเทสเตอโรนสูงก็ไม่ได้แปลว่าเขาต้องเป็นคนหื่นจัด เงี่ยนน้ำลายไหลอยู่ตลอดเวลา

ในขณะที่ผลการวิเคราะห์ของกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงแสดงให้เห็นว่า ผู้หญิงที่มีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงจะไม่ค่อยมีความรู้สึกอยากมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนของตนเอง แต่ยังคงมีความรู้สึกอยากช่วยตัวเองอยู่

และกลุ่มตัวอย่างผู้หญิง 27 คน ที่ตอบแบบสอบถามว่าไม่ชอบช่วยตัวเอง เป็นกลุ่มที่มีปริมาณเทสโทสเตอโรนต่ำกว่ากลุ่มตัวอย่างผู้หญิงที่ช่วยตัวเองเป็นประจำ

ผลของการวิจัยนี้สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้าที่รายงานว่าผู้หญิงที่มีความสัมพันธ์ระยะยาวกับคู่แต่งงานมีปริมาณเทสโทสเตอโรนต่ำกว่าผู้หญิงในกลุ่มอื่น ส่วนการที่ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนปริมาณสูงทำให้ผู้หญิงมีความต้องการหันไปพึ่งการช่วยตัวเองมากกว่าการมีเพศสัมพันธ์นั้นอาจจะมีเหตุผลมาจากความเครียดและอิทธิพลทางสังคม ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนส่วนหนึ่งสร้างมาจากต่อมหมวกไต (adrenal gland) ซึ่งมักจะทำงานผิดปกติเมื่อจิตใจเกิดความเครียด

Sari van Anders ยกระดับข้อสันนิษฐานจากผลการทดลองของตนเองว่า ถ้าการแปรผันของระดับฮอร์โมนไม่ใช่ตัวการกำหนดความต้องการทางเพศแล้ว สิ่งที่เป็นตัวกำหนดก็น่าจะมีความเกี่ยวเนื่องกับความถี่ในการช่วยตัวเอง เนื่องจากผลการศึกษาของเธอแนะโดยนัยว่าการช่วยตัวเองเป็นปัจจัยร่วมกันระหว่างความต้องการทางเพศของกลุ่มตัวอย่างผู้ชายและผู้หญิง (ผลการทดลองชี้ว่าผู้ชายช่วยตัวเองและอยากช่วยตัวเองบ่อยกว่าผู้หญิง)

Sari van Anders ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ป่วยที่หมดความรู้สึกทางเพศบางคนสามารถแก้ปัญหาของตัวเองได้ด้วยการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ที่ให้ลองช่วยตัวเองหรือมีเพศสัมพันธ์เป็นประจำแม้ว่าจะไม่เกิดความรู้สึกในขณะนั้นก็ตามที

ดังนั้นบางทีเราอาจต้องมองภาพความต้องการทางเพศในมุมมองใหม่ ความสัมพันธ์ระหว่างความต้องการทางเพศและกิจกรรมทางเพศอาจไม่ใช่เส้นตรงที่นำจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่งเสมอไป กิจกรรมทางเพศอาจสลับบทบาทมาเป็นตัวการที่ส่งเสริมและนำไปสู่ความต้องการทางเพศก็ได้

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน Archives of Sexual Behavior DOI: 10.1007/s10508-012-9946-2

ที่มา - Live Science

6 Comments

panther's picture

"ผู้ชายคนไหนมีเทสเตอโรนสูงก็ไม่ได้แปลว่าเขาต้องเป็นคนหื่นจัด เงี่ยนน้ำลายไหลอยู่ตลอดเวลา" << บรรยายได้เห็นภาพมากๆ ครับ