ทานตะวัน 3,000 ดอกจะบานสะพรั่งเพื่อ Alan Turing

By: terminus
Writer
on Wed, 20/06/2012 - 15:06

เนื่องด้วยปี 2012 นี้เป็นปีแห่งการครบรอบร้อยปีชาตกาลของ Alan Turing นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษผู้ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งคอมพิวเตอร์ (วันที่ 23 มิถุนายนที่จะถึงนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ 100 ของ ​Alan Turing พอดี) ดังนั้นเลยมีกิจกรรมเพื่อระลึกถึง Alan Turing ออกมามากมาย

คนส่วนใหญ่รู้จัก Alan Turing ด้วยผลงานที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์เช่น Turing Machine หรือการถอดรหัส ENIGMA แต่ช่วงเวลาไม่กี่ปีก่อนที่ Alan Turing จะฆ่าตัวตายนั้น เขาสนใจความมหัศจรรย์ทางคณิตศาสตร์ที่ซ่อนอยู่ในธรรมชาติด้วย หนึ่งในนั้นคือ ลำดับฟีโบนัชชี (Fibonacci sequence) ที่ปรากฏในการเรียงตัวของใบพืชและดอกทานตะวัน

ลำดับฟีโบนัชชี คือ ลำดับที่เกิดจากการเอาเลขสองตัวหน้าบวกกันไปเรื่อยๆ โดยเริ่มจากเลข 0 และ 1 ( 0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34,...) หากใครช่างสังเกต ก็จะพบว่าจำนวนดอกย่อยในแต่ละวงของดอกทานตะวันนั้นมักปรากฏเป็นลำดับฟีโบนัชชี ("ดอก" ทานตะวันที่เราเห็นบานชูท้าแสงอาทิตย์นั้น ความจริงเป็น "ช่อดอก" ที่มีดอกย่อยเรียงกันเป็นวง - อ่านรายละเอียดได้จากข่าวเก่า)

Alan Turing สนใจปัญหาลำดับฟีโบนัชชีของดอกทานตะวันมากจนถึงกับเขียนโปรแกรมสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ Mk1 เพื่อที่จะหาคำตอบว่าทำไมดอกย่อยดอกทานตะวันถึงเรียงตัวกันเช่นนั้น แต่น่าเสียดายที่เขามาด่วนจากโลกไปก่อนที่จะแก้ปัญหาได้สำเร็จ

Museum of Science & Industry (MOSI) ในเมืองแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร ร่วมกับ Manchester Science Festival และ University of Manchester จึงจัดกิจกรรม "Turing's Sunflower's project" ขึ้นมาให้สาธารณชนได้มีส่วนร่วมเฉลิมฉลองครบรอบร้อยปีชาตกาล สานความฝันของ Turing ให้เป็นจริง โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจปลูกดอกทานตะวันกันคนละต้นสองต้นให้ครบ 3,000 ต้น เมื่อดอกทานตะวันบาน ก็ให้นับดอกย่อยในแต่ละวงแล้วถ่ายรูปส่งเข้ามายัง University of Manchester หรือจะเอาไปนับในจุดที่ MOSI เตรียมไว้ให้ก็ได้ นักวิทยาศาสตร์ของ University of Manchester จะเป็นคนรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ว่าความถี่ของลำดับฟีโบนัชชีที่ปรากฏในดอกทานตะวันเป็นอย่างไร และลักษณะดอกเช่นไรที่เอื้อให้เกิดหรือไม่ให้เกิดลำดับฟีโบนัชชี

นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะสามารถเริ่มเก็บข้อมูลได้ในเดือนสิงหาคม และสามารถเผยแพร่ผลเบื้องต้นได้ในงาน Manchester Science Festival ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2012 จากนั้นก็จะส่งผลงานเข้าตีพิมพ์ในวารสารวิชาการต่อไป ชื่อผู้ที่ช่วยปลูกดอกทานตะวันทุกคนจะได้ปรากฏอยู่ในบทความที่ลงตีพิมพ์ด้วย

ผู้ที่สนใจและสะดวกเข้าร่วมสามารถอ่านรายละเอียดได้จาก Press Release ของกิจกรรม

ที่มา - Scientific American

4 Comments

adente's picture

แท้จริงมันเป็นบักตัวเลขของระบบ the matrix นั้นเอง

virusfowl's picture

สงสัยว่าทำไมเอาแค่ 3,000 ปกติการทดลองถ้ากลุ่มตัวอย่างยิ่งมาก ความคลาดเคลื่อนก็ยิ่งน้อยไม่ใช่เหรอครับ? หรือว่าเขาขี้เกียจจัดการกับข้อมูลเยอะกว่านี้หว่า