ประเทศกว้างๆ มีความหลากหลายน้อยกว่าประเทศยาวๆ

By: terminus
Writer
on Thu, 14/06/2012 - 02:47

ในหนังสือขายดี Guns, Germs and Steel ของ Jared Diamond ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1997 เสนอคำอธิบายเชิงภูมิประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุผลว่าทำไมอารยธรรมของยูเรเซียถึงได้ก้าวรุดหน้าจนแผ่ไปทั่วโลก ขณะที่คนในอารยธรรมส่วนอื่นๆ ของโลกจึงถูกกดให้ยากจน

หนึ่งในหลักการคำอธิบายของ Jared Diamond คือ ความก้าวหน้าทางอารยธรรมจะแพร่กระจายไปในแนวเส้นละติจูด (เส้นแนวนอน, ตะวันออก-ตะวันตก) เดียวกันได้ง่ายกว่าที่จะแพร่ไปทางเส้นลองจิจูด (เส้นแนวตั้ง, เหนือ-ใต้) เนื่องจากสภาพภูมิอากาศของพื้นที่แนวละติจูดเดียวกันไม่ต่างกันมากนัก สามารถปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ชนิดเดียวกันได้

ทีมวิจัยที่นำโดย David Laitin แห่ง Stanford University ในแคลิฟอร์เนีย ต้องการที่จะพิสูจน์ว่าทฤษฎีของ Jared Diamond เป็นจริงหรือไม่ พวกเขาจึงลองตั้งสมมติฐานว่าหากอารยธรรมแพร่ไปทางแนวนอนได้ง่ายกว่าแนวตั้ง ประเทศที่มีความกว้างในแนวนอนมากกว่าความยาวในแนวตั้งก็ควรที่จะมีความหลากหลายของวัฒนธรรมท้องถิ่นน้อยกว่าประเทศแคบๆ ที่ยาวในแนวตั้ง เพราะอารยธรรมสามารถเกิดได้จากที่เดียวแล้วแพร่กระจายออกไปทั้งประเทศ

ตัวแปรทางวัฒนธรรมที่ David Laitin เลือกใช้ คือ จำนวนของภาษาท้องถิ่น โดยอาศัยข้อมูลภาษาจากฐานข้อมูล Ethnologue ซึ่งรวบรวมข้อมูลของภาษาทั่วโลกไว้มากกว่า 7,000 ภาษา

ผลจากการศึกษาเปรียบเทียบภาษาทั้งหมดกับความกว้าง-ความยาวของประเทศต่างๆ กว่า 140 ประเทศ (ในการศึกษาตัดประเทศที่เป็นเกาะออกไป เช่น ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ ฟิจิ เป็นต้น) ปรากฏว่าทฤษฎีของ Jared Diamond มีแนวโน้มเป็นจริง นั่นคือ ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า จำนวนภาษาท้องถิ่นแปรผกผันต่ออัตราส่วนความกว้างแนวนอนกับความยาวแนวตั้งของแต่ละประเทศ ประเทศที่กว้างๆ อย่างเช่นประเทศมองโกเลียมีความหลากหลายของภาษาท้องถิ่นน้อยกว่าประเทศแคบๆ ยาวๆ อย่างเปรู เป็นต้น

การวิเคราะห์ของ David Laitin มีการควบคุมตัวแปรอื่นๆ อย่างรัดกุม ได้แก่ ระยะห่างจากเส้นศูนย์สูตร, จำนวนเทือกเขาในแต่ละประเทศ, อายุของแต่ละประเทศ

แค่นั้นยังไม่พอ David Laitin ยังได้เอาเขตแดนของประเทศทั้งหมดมาสร้างแบบจำลองของประเทศจินตนาการ 538 ประเทศในคอมพิวเตอร์ ผลก็ยังปรากฏเช่นเดิม ประเทศที่กว้างในแนวนอนมีความหลากหลายทางภาษาน้อยกว่าประเทศที่ยาวในแนวตั้ง

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน PNAS DOI: 10.1073/pnas.1205338109

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการที่ไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีของ Jared Diamond ก็ยังมองว่าผลการทดลองของทีมวิจัยของ David Laitin ไม่ได้ให้หลักฐานสนับสนุนอะไรมากมาย เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่าจำนวนของภาษาใช้เป็นตัวแทนของความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้หรือไม่

ที่มา - COSMOS Magazine, Nature News

8 Comments

virusfowl's picture

คิดเล่นๆ ในโลกนี้มีมากกว่า 7,000 ภาษา และโลกนี้มีประชากร >7,000 ล้านคน ถ้าแต่ละภาษามีคนใช้ 1 ล้านคน มันคนวุ่นวายพิลึก >;<

แต่อ่านพาดหัวแล้วฮาดีอะ 55

In2theBlue's picture

น่าจะมีคนคิดภาษาโลก (ภาษาใหม่) ไว้คุยกันที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษนะ แบบทุกประเทศต้องเรียนใหม่หมด ไว้คุยกับมนุษย์ต่างดาว 555

shelling's picture

มีแล้วครับ ภาษา Esperanto https://en.wikipedia.org/wiki/Esperanto

ปัญหาคือไม่มีใครพูดครับ มี native speaker แค่พันคน

ultimateohm's picture

แต่ผมว่ารัสเซีย ประเทศที่กว้างเกือบครึ่งโลก ความหลากหลายมากกว่า ประเทศที่ยาวๆ แคบๆ อย่างชิลีนะ

istyle's picture

ก็ควรจะเป็นแบบนั้น? อากาศมันแตกต่างกันมากกว่านิ

ComSci-MFU's picture

ยาวนี่คงมายถึงยาวลงมาจาก เหนือลงใต้ เพราะภูมิประเทศกับสภาพอากาศจะมีความแตกต่างกัยมาก อย่างประเทศไทยเป็นต้น แต่ประเททที่กว้างจาก ตกไปออก นี่ภูมิประเทศกับสภาพอากาศจะไม่ต่างกันมาก เพราะอยู่ในระนาบเส้นศูนย์เดียวกัน

terminus's picture

ใช่ครับ ผมขยายคำอธิบายแล้ว จะได้เข้าใจง่ายขึ้น