พระเยซูเคยบวชเรียนในศาสนาพุทธ!? และไม่ได้ตายบนกางเขน

By: terminus
Writer
on Sun, 10/06/2012 - 19:44

เมื่อหลายปีที่แล้ว มีสารคดีเรื่อง "Did Jesus die?" ฉายทางช่อง BBC 4 ของอังกฤษ (ผมเพิ่งได้ดูผ่านทาง Youtube เมื่อเดิือนที่ผ่านมา และคงให้ลิงค์ไว้ในที่นี้ไม่ได้เนื่องจากอาจมีปัญหาทางด้านลิขสิทธิ์ แต่ถ้าใครสนใจ ผมคิดว่าคงหาทางเอาเองได้ไม่ยากนัก)

สารคดีนี้เริ่มจากประเด็นที่ว่าพระเยซูตายบนกางเขนจริงหรือไม่ (อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการตายบนกางเขนได้จากหมายเหตุข้างล่าง) ซึ่งหลายคนเชื่อว่าไม่จริง มีข้อมูลหลายตัวที่แสดงความเป็นไปได้ว่าพระเยซูไม่ได้ตายบนกางเขน

ข้อสงสัยแรกอยู่ตรงที่พระเยซูถูกตรึงบนกางเขนแค่ 3-6 ชั่วโมงเท่านั้น (ตัวเลขใน gospel แต่ละอันไม่ตรงกัน) และสาวกพระเยซูก็ดูรีบร้อนในการขนศพไปไว้ในถ้ำเหลือเกิน แถมยังขนสมุนไพรเข้าไปในถ้ำอีกมากมาย นักประวัติศาสตร์เลยเชื่อว่ามีการวางแผนไว้ล่วงหน้าที่จะรักษาชีวิตพระเยซูจากการตรึงกางเขน

ซึ่งมันก็มีวิธีตบตาที่จะทำให้นักโทษที่ยังไม่ตายบนกางเขนรอดพ้นจากสายตาของทหารโรมัน คือ

  1. พระเยซูถูกทำให้เหมือนตาย เป็นแผนของสาวกที่จะช่วยพระเยซู หรือ

  2. พระเยซู "ตาย" แต่เป็นการตายแบบที่หยุดหายใจไปชั่วครู่เท่านั้น สมองยังไม่ได้ตายไปด้วย

ดังนั้นเมื่อพระเยซู "ฟื้นคืนชีพ" ขึ้นมา จึงต้องหาทางหลบหนีให้พ้นจากโรมัน ซึ่งในสารคดีนี้ก็อ้างว่ามันมีหลักฐานและคำใบ้ทางประวัติศาสตร์ว่าพระเยซูหนีไปทางตะวันออก ไปลี้ภัยอยู่ที่แคชเมียร์จนตาย

ตรงนี้แหละที่เนื้อหาสารคดีโยงไปว่าเหตุผลที่เยซูเลือกหนีไปทางตะวันออก ก็เพราะว่าเขาคุ้นชินกับพื้นที่ เนื่องจากตอนวัยรุ่น 14-15 ขวบ เขาเคยไปศึกษาปรัชญาพุทธอยู่ในอินเดีย พอ 29-30 ก็กลับมาอิสราเอล โดยโยงไปว่าพระเยซูคือบุคคลที่ชื่อว่า "Isa" ซึ่งมีปรากฏอยู่ในคัมภีร์โบราณของธิเบต

นักประวัติศาสตร์ในสารคดีอ้างว่าแนวทางของเยซูที่พัฒนาศาสนายิวให้เป็นไปในทางที่อ่อนโยนและมีเมตตามากขึ้น ก็มาจากการผนวกรวมปรัชญาสายกลางแบบพุทธเข้าไปใน Abrahamic religion นั่นเอง และยังมีหลักฐานอีกด้วยว่ามีหลุมศพหนึ่งในแคชเมียร์ที่หันทิศผิดไปจากศพอื่นๆ รูปปั๊มรอยเท้าของเจ้าของศพก็มีรอยที่จงใจทำไว้ให้ตรงกับรอยที่เกิดจากการตอกตะปูลงตรงเท้า

ผมแปลกใจเหมือนกันที่ผมยังไม่เห็นชาวพุทธคนไหนเอาสารคดีของ BBC อันนี้มาอวดอ้างกันแพร่หลายทั้งที่สารคดีนี้ก็ค่อนข้างเก่า ฉายมาหลายปีแล้ว เท่าที่ลองค้นดูผมเจอแค่ที่ http://truth4thai.org/node/250 ที่เสนอเรื่องนี้อย่างเอาจริงเอาจัง (แต่เว็บที่สอนฝึกถอดจิต ทำนายวันโลกแตก ฯลฯ แบบนี้ ผมก็ไม่แนะนำให้เชื่อถืออะไรมากนะ แม้ว่าจะดูวิชาการจริงจังแค่ไหนก็ตาม)


ความเห็นส่วนตัวของผม
สมมติว่าเนื้อหาของสารคดีนี้เป็นเรื่องจริง ผมก็ไม่คิดว่าเราควรนับศาสนาพุทธเป็นต้นกำเนิดของศาสนาคริสต์อยู่ดี หากเป็นตามนี้ ผมก็ยังจะนับว่าศาสนาคริสต์ spin ออกมาจากศาสนายิวเช่นเดิม เพียงแต่จะเป็นการระบุว่าเยซูได้รับแรงบันดาลใจมาจากปรัชญาพุทธในการปรับปรุงศาสนายิวให้มีลักษณะที่สอดคล้องกับจริยธรรมสากลมากขึ้น ไม่ใช่เอะอะอะไรก็อ้างพระเจ้าแล้วฆ่ากันอย่างเดียว แค่นับถือพระเจ้าไม่ตรงกันก็จะให้ฆ่าลูกฆ่าพี่น้องตัวเองแล้ว


หมายเหตุเรื่องการตายบนกางเขน

การที่ศาสนาคริสต์เอา "ไม้กางเขน" มาเป็นสัญลักษณ์สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไล่ภูตผีปิศาจนี่ เป็นอะไรที่พิกลมาก

ถ้าจะมีคนกลัวไม้กางเขนจริงๆ มันก็ต้องเป็นคนที่โดนจับตรึงกางเขนนั่นแหละ รวมถึงพระเยซูด้วย

ความตายบนไม้กางเขนไม่ได้เป็นการตายแบบสงบ ถูกตรึงนิ่งๆ แล้วก็ค่อยๆ ขาดลมหายใจเพราะความอ่อนเพลียจากการเสียเลือดและอดอาหารอย่างที่เราเข้าใจกัน

นักโทษที่ถูกตรึงกางเขนจะโดนตอกตะปูเข็มที่ฝ่ามือและข้อเท้า ตรงนี้ในวงการวิชาการถกเถียงกันว่า ที่จริงตำแหน่งที่ตอกน่าจะเป็นตรงข้อมือมากกว่า เพราะเส้นเอ็นและกระดูกตรงฝ่ามือไม่น่าจะรองรับน้ำหนักของร่างกายได้

มันมีเหตุผลอย่างหนึ่งที่สำคัญมากๆ ว่า ทำไมถึงต้องตอกในตำแหน่งที่รองรับน้ำหนักร่างกายได้ นอกจากเรื่องกลัวว่านักโทษจะร่วงหล่นลงมาจากไม้กางเขน

เหตุผลนั่นคือ การตรึงบนกางเขนจะทำให้นักโทษหายใจไม่ถนัด เพราะน้ำหนักร่างกายจะกดดึงให้กระดูกทรวงอกและกะบังลมขยับขึ้นลงไม่ได้ตามปกติ เมื่อขาดอากาศหายใจช่วงสั้นๆ ร่างกายจะพยายามกระเสือกกระสนเกร็งกล้ามเนื้อแขนและขา ยกตัวเองขึ้นเพื่อหายใจโดยอัตโนมัติ การขยับดึงตัวเองขึ้นจะกดแผลที่โดนตอกให้เจ็บปวดทรมาน นักโทษก็จะทนไม่ไหว คลายแรงลงไป แล้วก็จะอยู่ในท่าที่หายใจไม่ได้อีกรอบ พอขาดอากาศก็จะเด้งตัวขึ้นมาใหม่ วนไปเรื่อยๆ เช่นนี้ จนกระทั่งนักโทษหมดแรง ในที่สุดก็จะขาดอากาศหายใจตาย

บางคนอึดๆ ก็จะขยับขึ้นลงแบบนี้อยู่เป็นวันๆ อยากตายก็ตายไม่ได้

ชาวโรมันหรือคนที่คิดไม้กางเขนนี่ต้องจัดว่าเป็น "อัจฉริยะแห่งการทรมานคน" โดยแท้ วิธีการทรมานคนที่สุดแสนโหด ในขณะเดียวกันก็ไม่มีกลไกซับซ้อนตรงไหนเลย อาศัยเพียงแรงโน้มถ่วงของโลกและการสังเกตกายวิภาคและสรีรวิทยาของมนุษย์ วิธีการแบบนี้คิดออกมาได้ นับถือจริงๆ

PaPaSEK's picture

คงไม่มีข้อคิดเห็นใดๆ ครับ รอว่ามี Time machine ละกัน

ข้อสันนิษฐานแบบนีั้ผมมองว่ามันก็คือการนั่งเทียน โดยตั้งอยู่บนหลักฐานที่มีแค่นั้นเอง

A: แหม ... Jurassic park นี่ทำไดโนเสาร์เหมือนนะ

B: เคยเห็นไดโนเสาร์เหรอ ...

ขำๆ ก่อนจากครับ

terminus's picture

เห็นด้วยครับ ผมว่าข้อสันนิษฐานมันอ่อนมาก แต่ผมรู้สึกว่า "หลักฐาน" ทางประวัติศาสตร์หลายอันก็อ่อนไม่ได้ต่างจากนี้เท่าไร

PaPaSEK's picture

จริงๆ แล้ว Isa ก็เป็นชื่ออีก variation นึงก็ Jesus ใช่มั้ยครับ?

nant's picture

จริงๆ ข้อสันนิฐานข้อนี้ผมเคยได้ยินมานานแล้ว และไม่เคยเชื่อจนกระทั่ง คุณ terminus เอามาโพสนี่หละครับ

-Rookies-'s picture

มันตลกตรงที่ว่า ทุกวันนี้เราเรียนประวัติศาสตร์จากหลักฐานอ่อน ๆ ปนแข็ง ๆ จนไม่รู้อันไหนจริงอันไหนสมมติฐานแล้วเนี่ยสิครับ = ="

ป.ล. ผมเคยเห็นคนนั่งถกเถียงกันเรื่องประวัติศาสตร์ ทั้ง ๆ ที่เขาทั้งคู่ก็ไม่รู้เลยซักนิดว่าหลักฐานมันอ่อนหรือแข็ง ฟังแล้วก็รู้สึกตลกไปอีกแบบ

hisoft's picture
  • (แต่เว็บที่สอนฝึกถอดจิต ทำนายวันโลกแตก ฯลฯ แบบนี้ ผมก็ไม่แนะนำให้เชื่อถืออะไรมากนะ แม้ว่าจะดูวิชาการจริงจังแค่ไหนก็ตาม)

พวกหลอกขายของ หลอกนั่นหลอกนี่ก็ดูวิชาการจัดทั้งนั้นล่ะครับ เอาเข้าจริงก็ไปขุดอะไรมาบอกเราก็ไม่รู้ 555

The Phantom Thief

THM's picture

อะไรก็เป็นไปได้จริงๆ แต่กว่าจะพิสูจน์ไดเก็คงอีกนานนม

tvchampion's picture

"ถ้าจะมีคนกลัวไม้กางเขนจริงๆ มันก็ต้องเป็นคนที่โดนจับตรึงกางเขนนั่นแหละ รวมถึงพระเยซูด้วย"
ชาวคริสต์เขาเชื่อว่าพระเยซูยอมตายเพื่อไถ่บาปนี่ครับ ดังนั้นการตายครั้งนั้นจึงเป็นความเสียสละความกล้าหาญเพื่อผู้อื่นไม่ใช่ความกลัว
ดังนั้นจะอนุมาณ ว่า ความเสียสละความกล้าหาญเพื่อผู้อื่น สามารถขจัดผีปีศาจได้ผมว่ามันเข้าใจได้นะ

มองกลับกัน ฝรั่งก็อาจจะแปลกใจ ทำไมคนไทยถึงเชื่อว่าผีจะกลัวก้อนดิน โลหะ ที่ทำเป็นรูปพระพุทธเจ้า ไม่เห็นจะน่าเกรงขามตรงไหน

-Rookies-'s picture

ก็น่าคิดนะ แต่ผมว่าต่างกันอยู่

ระลึกถึงความเสียสละของพระเยซูผ่านกางเขน แต่ยังไงก็ตาม "ความเสียสละ" หรือ "ความกล้าหาญ" ที่ว่าก็อยู่ที่ตัวพระเยซูไม่ใช่เหรอครับ ผีควรจะกลัวตัวพระเยซูมากกว่ากลัวกางเขนที่ทรมานพระเยซูนะ ดังนั้นคนไทยจะเชื่อว่าผีกลัวพระพุทธรูปก็ไม่น่าแปลกนะผมว่า เพราะความศักสิทธิ์ หรือธรรมะ พลังเหนือธรรมชาติใด ๆ ก็ตามที่เชื่อกันก็ควรจะอยู่กับพระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธรูปเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้าก็ควรจะมี "พลัง" นั้นด้วย (ตามความเชื่ออีกนั่นแหละ)

ป.ล. ส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าผีจะกลัวพระพุทธรูปหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ผมเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีไว้เตือนใจให้ผู้เคารพรักษาศีลต่างหาก ไม่ใช่ไว้กันผีหรือเป็นของขลัง

hisoft's picture

ชอบใจตรงป.ล. แต่คนไทยเชื่อไปหมดล่ะครับ - -"

The Phantom Thief

Jessy's picture

ในศาสนาอิสลามเรียก นบีอีซา(พระเยซู) ผมไม่ยืนยันว่าใช่ตามที่กล่าวอ้าง แต่เอาเป็นว่าชื่อมันคล้ายกันแค่นั้น

ในการปฏิบัติทางศาสนาไม่ว่าศาสนาไหน และได้รับคำตอบส่วนตัวว่า "ใช่สำหรับตัว" มันก็น่าจะเพียงพอแล้ว และไม่ก้าวก่ายศาสนาอื่น

แต่ถ้าคำตอบออกมาว่า "ยังไม่ใช่" ก็หากันต่อไป เพราะความสุขจะเกิดก็ต่อเมื่อเราพบทางที่เป็นคำตอบของเราเอง

PaPaSEK's picture

"ในการปฏิบัติทางศาสนาไม่ว่าศาสนาไหน และได้รับคำตอบส่วนตัวว่า "ใช่สำหรับตัว" มันก็น่าจะเพียงพอแล้ว"

พอดีว่านักวิทยาศาสตร์ไม่พร้อมจะเชื่อตามนั้นครับ ต้องพิสูจน์ตามขั้นตอนของวิทยาศาสตร์ได้เท่านั้น

แต่ถึงแม้ว่าจะพิสูจน์ได้ ... นักวิทยาศาสตร์ก็ไม่เปลี่ยนใจจาก "ศาสนาวิทยาศาสตร์" หรอกครับ