ยา Delamanid ความหวังใหม่ของคนไข้วัณโรค MDR-TB ?!

By: Tommy Patrics
Writer
on Thu, 07/06/2012 - 22:03

วัณโรค (Tuberculosis หรือ TB) เป็นโรคที่ "กลับมาระบาดใหม่" อีกครั้ง หมายความว่า สมัยก่อนเคยมีการระบาดของโรค และมนุษย์เราเคยสู้รบตบมือจนควบคุมมันได้แล้ว จากนั้นก็มีการกลับมาระบาดใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาที่ต่างกัน

เราเชื่อกันว่า ผู้ป่วยเอดส์ (AIDS) มีส่วนสำคัญในการแพร่ของเชื้อวัณโรคในครั้งใหม่ เนื่องจากเชื้อ HIV ทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำลงและติดเชื้อประหลาดๆที่คนแข็งแรงทั่วๆไปไม่ติดเชื้อกันเช่นเชื้อวัณโรคนี้ สัดส่วนของการเป็นเอดส์ที่เพิ่มขึ้นก็ยิ่งทำให้มีสัดส่วนของการเป็นวัณโรคเพิ่มขึ้นจากอดีต แต่ใช่ว่า AIDS ทุกคนต้องมีเชื้อวัณโรคร่วมด้วยเสมอไปนะครับ ต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่พบร่วมกันได้เท่านั้น

สาเหตุของวัณโรค คือ การติดเชื้อวัณโรค Mycobacterium tuberculosis การติดเชื้อนั้นติดต่อกันผ่านทางการหายใจ ในลักษณะละอองฝอย (air droplets) ดังนั้นเชื้อจะชอบไปอยู่ที่ปอดมากที่สุด เราเรียก form นี้ว่า วัณโรคปอด (Pulmonary tuberculosis) อาจจะตรวจเจอได้จากภาพถ่าย X-ray ปอด และการเก็บเสมหะส่งย้อมเชื้อและเพาะเชื้อ แต่เราอาจจะเคยได้ยินว่าวัณโรคสามารถไปอยู่ที่กระดูก อัณฑะ หรือแม้แต่เยื้อหุ้มสมอง พวกนี้เราจะเรียกรวมๆว่า วัณโรคนอกปอด (Extrapulmonary tuberculosis)

การติดเชื้อ ทำให้มีการระบาด และทำให้มีการนำยามาใช้มากขึ้น ร่วมกับเจ้าเชื้อวัณโรคเป็นเชื้อที่ตอบสนองต่อยาช้า และอีกอย่างที่สำคัญคือการรักษาวัณโรคที่ต้องกินยาต่อกันนานถึง 6 เดือน ทำให้ผู้ป่วยชอบลืมกินยา หรือกินไปสักพักคิดว่าตนเองอาการดีขึ้นแล้วก็เลิก ทั้งๆที่ๆจริงเชื้อในร่างกายยังไม่ถูกกำจัดจนหมด โอกาสที่เชื้อจะรู้จักยาสามารถทำความคุ้นเคยกับยาก็มากขึ้น นำมาสู่ "การดื้อยา" ของเชื้อในที่สุด จึงเป็นที่มาของงานวิจัยที่หยิบมาให้ชมกันในครั้งนี้

วัณโรคปกติเราจะเรียกว่า TB เฉยๆ
วัณโรคที่ดื้อยา เราจะแบ่งออกเป็นสองอย่าง คือ
1.MDR-TB = Multidrug-resistance TB คือ วัณโรคที่ดื้อยาหลายตัว คือ isoniazid และ rifampin (ซึ่งเป็นยาหลักในการรักษาวัณโรค) เป็นอย่างต่ำ
2.XDR-TB = Extensively drug resistance TB คือ วััณโรคที่ (โคตรจะ) ดื้อยาหลายตัวมากๆ ตัวนี้น่ากลัวมากที่สุด

เราจะเห็นได้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้เรื่อยๆ เราจะต้องแพ้วัณโรคแน่ แต่มีงานวิจัยที่เพิ่งจะตีพิมพ์สดๆร้อนๆ วันที่ 7 มิ.ย. 2012 ที่ NEJM นำโดย แพทย์หญิง Maria Tarcela Gler แห่งกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยคณะวิจัยได้นำยาใหม่ที่ชื่อว่า Delamanid ซึ่งกลไกการออกฤทธิ์ของยาคือการยับยั้งการสร้าง Mycolic acid ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของผนังเซลล์ของเชื้อวัณโรค มาใช้ทดลองให้ในผู้ป่วยจริงที่ไม่มีเชื้อ HIV และเป็น MDR-TB ที่ปอด 481 คน (ใช้ Study design แบบ Randomized controlled trial)

แบ่งเป็น
1.กลุ่มที่ได้ยาเดิมตามที่ WHO แนะนำ + Delamanid 100 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง 161 คน
2.กลุ่มที่ได้ยาเดิมตามที่ WHO แนะนำ + Delamanid 200 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง 160 คน
3.กลุ่มที่ได้ยาเดิมตามที่ WHO แนะนำ + ยาหลอก (placebo) 160 คน

โดยให้ยาไปและติดตามผลเพาะเชื้อจากเสมหะ สัปดาห์ละครั้ง แล้วดูว่า เชื้อจะเพาะไม่ขึ้นติดต่อกันอย่างน้อย 5 สัปดาห์ (พูดง่ายๆคือดูความสามารถในการควบคุมเชื้อของยานั่นเอง) ภายใน 2 เดือนหรือไม่ ถ้าทำได้จึงจะถือว่ายามีประสิทธิภาพ

ผลพบว่าผู้ป่วยในกลุ่มที่ได้ยาใหม่ทั้งสองกลุ่มสามารถควบคุมเชื้อได้ สูงกว่าในกลุ่มที่ได้ยาหลอก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อีกทั้งผลข้างเคียงที่พบไม่รุนแรง จึงสรุปงานวิจัยได้ว่า ยา Delamanid น่าจะเป็นความหวังใหม่ในการรักษา MDR-TB นั่นเอง

แต่อย่างไรก็ดี ผลข้างเคียงของ Delamanid ที่สำคัญคือ ทำให้เกิด คลื่นไฟฟ้าหัวใจมีความผิดปกติ ในรูปแบบที่เรียกว่า QT Prolongation ซึ่งนักวิจัยได้ตั้งข้อสังเกตว่าสามารถตรวจพบ QT Prolongation ในกลุ่มทดลองที่ได้ Delamanid มากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้ยานี้ อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งน่าติดตามต่อไปว่า จะมีรายงานการเกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือไม่ หากมีการนำไปใช้ในวงกว้าง

อ้างอิงบทความ : N Engl J Med 2012; 366:2151-2160June 7, 2012

4 Comments

MN's picture

ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรมาเป็นความหวังเสียเลย

virusfowl's picture
  • หรือแม้แต่เยื้อหุ้มสมอง << เยื้อ > เยื่อ ครับ
  • วััณโรคที่ (โคตรจะ) ดื้อยาหลายตัวมากๆ << วัณโรค มีไม้หันเกินมาตัวนึงครับ