ค้างคาวช่างเลือก: ไม่ใช่แค่ได้ยินเสียง แต่ต้องอร่อยด้วย

By: Halley
Writer
on Tue, 22/05/2012 - 22:58

เป็นที่รู้กันดีว่าสัตว์จำพวกค้างคาว สามารถใช้คลื่นเสียงความถี่สูงบ่งบอกตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ที่อยู่ไกลออกไปได้ ซึ่งถูกนำมาใช้เพื่อการระบุทิศทางและการหาอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล่าเหยื่อ

แต่โลกนี้อยู่ยากกว่านั้น เพราะนอกจากจะต้องค้นหาตำแหน่งของอาหารแล้ว ยังต้องดูด้วยว่าเหยื่อที่ระบุตำแหน่งได้นั้นมีขนาดพอเหมาะแก่การกินหรือเปล่า และมันมีพิษหรือไม่

คณะวิจัยของดอกเตอร์ Rachel Page จาก Smithsonian Tropical Research Institute ศึกษาและทดลองกับค้างคาว Fringe-lipped 8 ตัวในประเทศปานามาจนพบว่า ค้างคาวใช้ประสาทสัมผัสอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อประเมินดูว่าเหยื่อตัวใดกินได้หรือกินไม่ได้

ทีมวิจัยออกแบบการทดลองโดยใช้เสียงร้องของกบ Túngara จากลำโพงเป็นตัวเรียกร้องความสนใจของค้างคาว แต่บนลำโพงนั้นมีกบหลายๆ ประเภทวางอยู่ ทั้งกบตัวใหญ่ กบตัวเล็ก กบมีพิษ กบไม่มีพิษ และกบไม่มีพิษที่ถูกทาด้วยพิษของกบชนิดอื่น แล้วดูว่าค้างคาวเข้ามางับ และกินเหยื่อหรือไม่

ผลการวิจัยพบว่าค้างคาวทั้งหมดบินวนรอบกบตัวใหญ่ และไม่มีตัวไหนโฉบลงมางับเหยื่อเลย ส่วนกบตัวเล็กถูกค้างคาวทุกตัวงับหมด แต่เฉพาะกบตัวเล็กที่ไม่มีพิษเท่านั้นที่จะถูกค้างคาวกิน ส่วนพวกที่มีพิษ หลังจากงับแล้วค้างคาวก็จะปล่อยออกมาตามเดิม

ทำให้ทีมนักวิจัยสรุปได้ว่า ค้างคาว Fringe-lipped มีขั้นตอนในการล่าเหยื่อดังนี้

  1. ใช้คลื่นเสียงความถี่สูงในการระบุตำแหน่งของกบ
  2. ประเมินขนาดของกบในระยะใกล้ๆ ถ้าขนาดใหญ่เกินตัวก็จะไม่เข้าไปยุ่งด้วย
  3. ถ้าขนาดพอเหมาะ ก็จะใช้ปากงับแล้วรับรสว่ามีพิษหรือไม่ ถ้าไม่มีพิษก็เรียบร้อยโรงเรียนค้างคาว

งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์การล่าเหยื่อของค้างคาวซับซ้อนกว่าที่คิด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตอยู่เพื่อให้รอดพ้นจากเหยื่อที่สร้างพิษขึ้นมาป้องกันตัวเอง

ข่าวจาก PhysOrg
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Naturwissenschaften เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2555

2 Comments

terminus's picture

ข้างบนพาดหัวข่าว "ต้องต้อง..." น่าจะเป็น "แต่ต้อง..." หรือเปล่าครับ