เรามีเบียร์ลาเกอร์เพราะแมลงวันกับยีสต์บนต้นบีช

By: terminus
Writer
on Sun, 20/05/2012 - 00:46

ทุกวันนี้เบียร์ลาเกอร์เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอลยอดนิยมของนักดื่มเบียร์ทั่วโลก เบียร์ลาเกอร์เป็นเบียร์ใสที่เกิดจากการหมักในอุณหภูมิต่ำ (ประมาณ 5 - 15 องศาเซลเซียส) ประวัติของเบียร์ลาเกอร์เริ่มต้นในคริสตศตวรรษที่ 16 จากการที่บาทหลวงของแคว้นบาวาเรียค้นพบว่ายีสต์ชนิดหนึ่งสามารถหมักเบียร์ได้ในอุณหภูมิต่ำและให้เบียร์ที่มีรสชาติดีกว่าเดิม จากนั้นยีสต์ชนิดนั้นก็ถูกใช้ในการหมักเบียร์ลาเกอร์เรื่อยมา

ยีสต์ชนิดพิเศษที่ใช้ในการหมักเบียร์ลาเกอร์ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Saccharomyces carlsbergensis เป็นลูกผสมของยีสต์หมักธรรมดา S. cerevisiae กับยีสต์ลึกลับอีกชนิดที่ไม่มีใครรู้จัก จนกระทั่งคณะนักวิทยาศาสตร์ที่นำโดย José Paulo Sampaio จากมหาวิทยาลัยนิว Universidade Nova de Lisboa ในโปรตุเกสได้วิเคราะห์ยีสต์สายพันธุ์ใหม่ตัวหนึ่งที่เก็บมาจากทวีปอเมริกาใต้ และพบว่าลำดับเบสของ S. carlsbergensis ที่ไม่ได้มาจาก S. cerevisiae มีส่วนตรงกับลำดับเบสของยีสต์ที่เพิ่งค้นพบนี้ถึง 99.5%

ยีสต์ตัวนั้นมีชื่อว่า Saccharomyces eubayanus ซึ่งเป็นยีสต์ที่ทำให้เกิดหูด (gall) บนต้นบีชในป่าบนเทือกเขาพาตาโกเนียของประเทศอาร์เจนตินา

นักวิทยาศาสตร์คาดเดาว่าในคริสตศตวรรษที่ 16 ที่ชาวยุโรปเดินทางทำการค้าขายข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกคงเอาเรือไปจอดพักแถวทวีปอเมริกาใต้ ระหว่างนั้นแมลงวันผลไม้ที่บินไปตอมที่โน่นที่นี่คงจะบังเอิญไปตอมหูดของต้นบีชและมียีสต์มาเกาะที่ขา พอแมลงวันบินมาตอมผลไม้หรือน้ำผลไม้ที่อยู่บนเรือของพ่อค้าชาวยุโรป ก็พายีสต์มาปล่อยลงไปด้วย ยีสต์จึงถูกขนส่งเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงยุโรปพร้อมกับเรือสินค้า

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ยีสต์ Saccharomyces eubayanus จะเกิดกระบวนการหมักในที่อุณหภูมิต่ำๆ ได้ เพราะอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีบนเทือกเขาพาตาโกเนียอยู่แค่ประมาณ 6 องศาเซลเซียสเท่านั้น ยีนสำคัญตัวหนึ่งของ Saccharomyces eubayanus ที่มาตกทอดมาถึง Saccharomyces carlsbergensis ก็คงเป็นยีนที่ทนอากาศหนาวเย็นนี่แหละ

เนื่องจาก Saccharomyces carlsbergensis เป็นลูกผสมที่เกิดจากพ่อแม่คนละสปีชีส์มันจึงสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศไม่ได้ ทำได้แค่การแตกหน่อหรือสร้างสปอร์แบบไม่อาศัยเพศเท่านั้น

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน PNAS doi: 10.1073/pnas.1105430108

ที่มา - ScienceNOW, Live Science

10 Comments

hisoft's picture

ถ้ามันสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศไม่ได้นี่ถือว่าเป็นเรื่องดีเพราะโอกาสกลายพันธุ์จะต่ำ เบียร์จะออกมาเหมือน ๆ กันทุกถังหรือเปล่าครับ?

The Phantom Thief

Halley's picture

Saccharomyces carlsbergensis
แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าขี้เมาแน่นอน

PaPaSEK's picture

มีสมมติฐานใดบ้างมั้ยครับ ว่าตาบาทหลวงคนดังกล่าวคิดยังไง จู่ๆ ถึงเอาน้ำหมักมากิน

ผู้ค้นพบอาหารหมักชนิดอื่นๆ ด้วยครับ อย่างปลาร้า ... จู่ๆ เอาปลาเหม็นเน่ามากินทำไม

-Rookies-'s picture

ผมเชื่อว่ามันเป็นเรื่อง "บังเอิญ" มั้งครับ อย่างปลาร้ามันอาจเหม็นสำหรับบางคน แต่สำหรับบางคนมันหอม คนค้นพบคนแรกคงเป็นอย่างหลัง ฤดูที่จับปลาได้เยอะจัด กินกันไม่ทัน เลยต้องโยนทิ้งกันบ้าง แต่เผอิญมีบางส่วนหล่นลงไปในน้ำเกลือ เลยกลายเป็นการหมักดองโดยบังเอิญ ต่อมาพบว่าเอ๊ะ ปลามันก็ไม่เหม็นเหมือนปลาเน่าตัวอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ (ซึ่งไม่ได้แช่ในน้ำเกลือ) เลยเอามาชิมดูละมั้งครับ

สมมติฐานคล้าย ๆ กำเนิดชาแหละครับ

PaPaSEK's picture

อาจเป็นเพราะผมไม่ใช่พวกแผลงๆ มั้ง ก็เลยงง

ถ้าเป็นพวกชอบกินอะไรประหลาดๆ ก็น่าจะเป็นคนที่ค้นพบก่อนใช่มั้ยครับ?

-Rookies-'s picture

คิดว่านะจะอย่างนั้นแหละครับ ของในโลกนี้มีของประหลาดตั้งเยอะ ผมว่าคนแรกถ้าไม่แผลงก็อยู่ในสถานการณ์จำเป็นแหละครับ (กำลังจะอดตาย มีอะไรพอกินได้ก็จับยัดปากหมด)

ยกตัวอย่าง ทุเรียน หนามเพียบ แถมเหม็นอีก ใครดันไปชิมได้ (คือผมเกลียดทุเรียนน่ะ 555)

เห็ด หน้าตามันไม่ได้ดูน่ากินซักเท่าไหร่ ไหงกินลงไปได้ (แถมดันอร่อยซะอีก) ยิ่งเห็ดบางชนิดอยู่ลึกลงไปใต้ดินโน่น ยังอุตส่าห์ขุดมันขึ้นมากิน

หน่อไม้ โตมามันเป็นต้นไผ่แข็งโป้ก ไปรู้ได้ยังไงว่าตอนเล็ก ๆ มันกินได้ฟระ

เม็ดมะม่วงหิมพาน กว่าจะเอามันมากินได้ ผ่านกระบวนการเยอะมาก คนแรกรู้ได้ไงว่าต้องทำไงมั่ง?

ฯลฯ

ถ้าไม่มีคนแผลง ๆ ที่เริ่มกินของพวกนั้น ป่านนี้เราก็กินของไม่กี่อย่างซ้ำไปซ้ำมาแหละครับ เบื่อตายเลย 555

-Rookies-'s picture

ของกินนี่ถ้าซ้ำกันวันละมื้อผมพอทนได้หลายเดือน แต่ซ้ำทุกมื้อไม่ไหวครับ ส่วนแฟนเนี่ย ทนได้ครับ ซ้ำคนเดิมคนเดียว เพราะเบื่อ = ตาย O.o

mementototem's picture

ตอนเรียนผมกินอาหารเที่ยงแบบเดียวกันทุกวัน ไม่ยักเบื่อแฮะ ไม่รู้ตอนนั้นทำไปได้ไง

แต่ทุเรียนมันหอมจะตาย~

MN's picture

ทุกชาติก้มีของกินกลิ่นเน่าเหม็นประจำชาติกันทั้งนั้น