แบคทีเรียที่อยู่กับจู๋อาจช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

By: Halley
Writer
on Tue, 15/05/2012 - 22:18

เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า ภายในช่องคลอดจำเป็นต้องมีแบคทีเรียชนิดต่างๆ คอยดูแลปกปักรักษา หากสมดุลภายในเสียไป ก็จะทำให้เป็นโรคติดเชื้อในช่องคลอด หรือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ง่ายขึ้น

ฝ่ายผู้ชายก็พอเดาได้ว่า หากเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็ย่อมมีแบคทีเรียบางชนิดจากผู้หญิงติดสอยห้อยตามมาด้วย แหล่งเพาะเชื้อชั้นเยี่ยมก็คงหนีไม่พ้นส่วนหัวที่บานออกและกลายเป็นร่องที่เชื่อมต่อระหว่างส่วนของ หัวเห็ด และ โคนเห็ด ส่วนอีกที่คือปลายๆ ท่อทางเดินปัสสาวะ

ก่อนหน้านี้เคยคิดกันว่าผู้ชายที่ยังบริสุทธิ์อยู่ยังไม่น่ามีแบคทีเรียมาอาศัยอยู่เยอะ และโดยเฉพาะอย่างยื่งภายในท่อปัสสาวะก็ควรจะสะอาดปราศจากมลทิน

ที่ไหนได้ ทีมนักวิจัยที่ได้รับเงินสนับสนุนจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา กลับพบว่าแม้แต่บนจู๋และภายในท่อปัสสาวะของเด็กวัยรุ่นชาย ก็ยังมีเหล่าแบคทีเรียมาอาศัยอยู่ด้วยเหมือนกัน

ทีมนักวิจัยเก็บตัวอย่างแบคทีเรียจากวัยรุ่นชายสุขภาพดีจำนวน 18 คน อายุตั้งแต่ 14-17 ปี เดือนละครั้ง เป็นเวลา 3 เดือน โดยการตรวจฉี่และใช้ก้านพลาสติกพันสำลีถูวนรอบๆ โคนเห็ด (ไม่ต้องคิดลึกครับ เค้าฝึกให้เด็กทำเอง) แล้วนำตัวอย่างที่ได้มาวิเคราะห์ว่ามีสารพันธุกรรมของแบคทีเรียชนิดไหนบ้าง

จากการวิเคราะห์และเปรียบเทียบกับปัจจัยต่างๆ พบว่า

  • กลุ่มของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนจู๋กับในท่อปัสสาวะนั้นแตกต่างกัน โดยภายในท่อปัสสาวะจะพบแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน เช่นพวก Lactobacillus และ Staphylococcus
  • ชนิดและสัดส่วนชนิดของแบคทีเรียที่อาศัยบนจู๋ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงมากนัก เมื่อเทียบกับที่อาศัยอยู่ในท่อปัสสาวะ
  • วัยรุ่นที่เคยผ่านการมีเพศสัมพันธ์แล้ว จะพบแบคทีเรียคล้ายๆ กับที่เจอในช่องคลอด และในจำพวกนั้น ส่วนหนึ่งเป็นแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค (เช่นในกลุ่ม Sneathia, Mycoplasma, และ Ureaplasma)
  • แบคทีเรียบางกลุ่มก็พบได้ทั้งในช่องคลอดและบนจู๋ แสดงว่าอาจจะทำหน้าที่คล้ายๆ กัน คือช่วยสร้างสภาวะที่เป็นกรดอ่อนๆ และปกป้องไม่ให้แบคทีเรียตัวร้ายเข้าจู่โจม
  • การขริบกับไม่ขริบก็ส่งผลต่อชนิดของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บนจู๋ เช่น พวกที่ขริบแล้วจะพบกลุ่ม Staphylococcus มากกว่า ส่วนคนที่ยังไม่ได้ขริบจะพบ Porphymonas มากกว่า นี่อาจจะนำไปสู่คำตอบที่ว่า เหตุใดคนที่ขริบแล้วมีความเสี่ยงที่จะส่งผ่านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางโรค (เช่นโรคเอดส์ และมะเร็งปากมดลูก) ไปยังคู่นอนได้น้อยกว่าคนที่ยังไม่ได้ขริบ

งานวิจัยชิ้นนี้เลือกศึกษาในวัยรุ่นสุขภาพดีที่บางคนก็ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เราได้ภาพของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่กับจู๋ในภาวะปกติ โจทย์ต่อไปคือการศึกษาชนิดและจำนวนของแบคทีเรียในภาวะของคนที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ เพื่อศึกษาว่าแบคทีเรียเหล่านี้มีบทบาทต่อเราอย่างไรทั้งสภาวะปกติและที่เป็นโรค และกระทาชายทุกท่านควรดูแลรักษาอวัยวะแสนรักนี้อย่างไร

ข่าวจาก Medical Xpress
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน PLoS ONE

ทราบหรือไม่
ร่างกายของเรามีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ อย่างพวกแบคทีเรีย เชื้อรา และยีสต์อาศัยอยู่มากกว่าจำนวนเซลล์ที่เรามีเสียอีก จุลชีพพวกนี้บ้างก็เป็นผู้ร้ายที่ก่อให้เกิดโรค บ้างก็เป็นพระเอกคอยปกป้องเรา บ้างก็เป็นผู้อาศัยธรรมดาๆ (เรียกว่า ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฏ) บ้างก็เป็นพวกฉวยโอกาสคอยเล่นงานตอนเราอ่อนแอ

26 Comments

MN's picture

Staphylococcus น่าจะเป็นแบคที่เรียที่ใช้ออกซิเจน และพบได้ตามผิวหนังทั่วๆร่างกายนะ

อีกอย่าง น่าจะมีคนไปสำรวจว่าแบคที่เรียในช่องปากของคนที่ไม่เคย oralsex ต่างจากคนที่เคยอย่างไร

Halley's picture

เท่าที่เช็ค Staphylococcus เป็นพวก Facultative anerobe น่ะครับ จะมีหรือไม่มีออกซิเจนก็ได้ และใช่ครับ มันอยู่ตามผิวหนังด้วย

ส่วนที่เสนอมาก็น่าสนนะครับ หึหึ รวมถึงคนที่เคยกับไม่เคย Anal sex ด้วย

terminus's picture

ผมว่าตอนนี้ต้องเริ่มมีคนนึกว่า พวกหมกมุ่น คือ stereotype ของ นศ. bio [มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มีวิทยาเขตพญาไท] แล้วแหละ

มันต้องมีอะไรผิดปกติกับภาควิชานี้แน่ๆ

mementototem's picture

คนที่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้น่าจะแปลกกว่าคนที่สนใจนะ

MN's picture

ไม่สนใจก็ไม่แปลกหรอกอย่างนักบวชไง แต่คนที่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้น่าจะมีน้อยกว่าคนที่สนใจนะ

PaPaSEK's picture

รู้ได้ไงครับว่านักบวชไม่สนใจ ไม่งั้นคงไม่มีคำว่า "ปลงอาบัติ" หรอกครับ

แต่ถ้าบอกว่าเป็นนักบวชที่ฝึกตนมาเป็นอย่างดี ... ก็คงใช่มั้ง

MN's picture

นักบวชส่วนใหญ่ไม่สนใจเรื่องอย่างนี้ไม่ใช่หรือ

hisoft's picture

แล้วแต่ว่าศาสนาไหนนิกายไหนด้วยครับ

The Phantom Thief

EThaiZone's picture

ผมเคยบวชมา มีปลงอาบัติหลังทำวัตรเช้าทุกวัน ผมถามหลวงพี่ว่าทำไมต้องทำทุกวัน ไม่ใช่ว่าผิดอะไรค่อยทำหรอกเหรอ หลวงพี่บอกทำไปเถอะ ศีลตั้งสองร้อยกว่าข้อรักษาหมดเหรอ ... ผมเงียบแล้วกลับกุฎิเลย (ถามตอนหลังปลงอาบัติเสร็จ)

Halley's picture

อืม ต่อไปคงมี Biomarker ใช้ตรวจพิสูจน์ว่าของผมน่ะสะอาดจริง มีประโยชน์
แถมมี Probiotics อยู่ด้วยนะเออ :b

superballsj2's picture

อร่อยดี มีประโยชน์ มีแบคทีเรียมีชีวิต 12000 ล้าน ตัว อึ๋ย!!!

-Rookies-'s picture

ผมนึกไปถึงวิธีตรวจสอบความบริสุทธิ์ของผู้ชายแฮะ (เอ่อ..แต่ตรวจสอบรักร่วมเพศไม่ได้ เหอๆๆ)

ป.ล.รู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นอาศัยอยู่ทั้งภายนอกและภายในร่างกาย แต่เพิ่งรู้นี่แหละว่ามันมีเยอะกว่าเซลล์เราเสียอีก แล้วมันไปอยู่ไหนกัน? หรือเพราะมันตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับเซลล์เรา

Halley's picture

บางที่ก็ยอมให้อยู่ได้ครับ เพราะอยู่แล้วมันดีกับเราและเราก็ดีกับมัน แนวว่า win-win เช่นตามผิวหนัง ในช่องปาก อวัยวเพศที่คอยรักษาความชุ่มชื้น ป้องกันจุลชีพตัวร้าย บางพวกก็อยู่ตามระบบทางเดินอาหาร ก็คอยช่วยป้องกันอันตรายจากแบคทีเรียที่ไม่ดีที่มารุกรานเรา และสร้างวิตามิน K

บางที่ก็ไม่ยอมให้อยู่ โดยเด็ดขาด ครับ เช่นภายในหลอดเลือด สมอง ปอด หัวใจ ไต
อวัยวะพวกนี้เกิดติดเชื้อขึ้นมาเมื่อไหร่ เป็นเรื่องครับ

-Rookies-'s picture

ผมรู้ครับว่ามันอยู่ตรงไหนบ้างในร่างกาย แต่ผมหมายถึงมันเยอะกว่าเซลล์ทั้งตัวของเราเชียวหรือ? เพราะตัวทั้งตัวของเราใหญ่โตกว่ามันหลายล้านเท่า แล้วเซลล์เราจะมีไม่เยอะไปกว่ามันเหรอ นั่นแปลว่าเซลล์เราแต่ละเซลล์ก็ยังใหญ่โตกว่ามันมากถูกมั้ยครับ

terminus's picture

ใช่ครับ เซลล์แบคทีเรียเล็กกว่ามาก

อีกอย่าง ส่วนใหญ่มันอยู่ในลำไส้ซึ่งมีพื้นที่ผิวมหาศาลอยู่แล้ว

จำนวนที่ว่าเยอะกว่านี่คือเยอะกว่าเซลล์ร่างกายเรา 10 เท่าตัวนะครับ http://en.wikipedia.org/wiki/Gut_flora

ชุมชนของ gut flora จะต่างกันไปตามแต่ละคน ส่วนใหญ่แบคทีเรียที่เราได้มาในสัปดาห์แรกที่เราคลอดออกจากท้องแม่ก็จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต

-Rookies-'s picture

ขอบคุณครับ พอมานึกว่าตัวเราเป็นชุมชนขนาดใหญ่มากขนาดนี้ เลยกำลังคิดว่า เอ๊ะ ตอนนี้เจ้าพวกนั้นคิดอะไรกันอยู่นะ มันจะมีการเมือง มีการโจมตีแย่งชิงดินแดนกันอยู่เหมือนโลกเรารึเปล่า 555 คิดไปได้เนอะ

Halley's picture

หากอยากรู้ว่ามีแบคทีเรียพวกไหนอาศัยอยู่กับเราบ้าง ตามไปดูที่เว็บของ Scientific American ได้้เลยครับ สวยงามทีเดียว

PaPaSEK's picture

ภาษาสุภาพใหม่: กระบวนการแลกเปลี่ยนแบคทีเรีย

mementototem's picture

อ้าว ผมนึกว่าเตะบอลมันเป็นกิจกรรมที่ทำคนเดียวได้

EThaiZone's picture

เตะบอลนี้ผมว่าคนละเรื่องกับ "แลกเปลี่ยนแบคทีเรีย" นะครับ

เว้นแต่กับผู้ชายด้วยกัน คุณก็อยากไป "แลกเปลี่ยนแบคทีเรีย" ด้วย ซึ่งอนิจจา.. มีแต่ประตูหลังให้ทำเท่านั้น

superballsj2's picture

เจอสาวน่ารัก : อยากชวนเธอไปแลกเปลี่ยนแบคทีเรีย

ultimateohm's picture

แล้วถ้าใช้ถุงยาง หรือกินยาแก้อับเสบ

แล้วก็ ถ้าแปลงเพศ จากชายเป็นหญิง จะมีแบคทีเรียทั้งจากตอนที่เป็นชาย หรือมีแบบเดียวกับที่ผู้หญิงมีไหม
http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2695466/
http://journals.lww.com/jpgn/Fulltext/2009/01000/Crohn_Disease_of_the_Neovagina_and_Augmented.18.aspx