สารสกัดจากกระเทียมฆ่าแบคทีเรียโรคอาหารเป็นพิษได้ดีกว่ายาปฏิชีวนะ 100 เท่า

By: terminus
Writer
on Thu, 03/05/2012 - 04:34

แบคทีเรีย Campylobacter เป็นตัวการอันดับต้นๆ ของอาการป่วยที่เกิดจากอาหารที่ทำให้เกิดอาการท้องร่วง, ปวดท้องอย่างหนัก, เป็นไข้ นอกจากนี้ยังมีรายงานค้นพบว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับ Guillain-Barré syndrome ซึ่งเป็นโรคอัมพาตหายากชนิดหนึ่งด้วย

ยาปฏิชีวนะที่นิยมใช้จัดการ Campylobacter คือ erythromycin และ ciprofloxacin แต่ยาทั้งสองก็มีฤทธิ์แต่กับแบคทีเรียที่ลอยอยู่เดี่ยวๆ เป็นอิสระเท่านั้น ถ้าแบคทีเรียเกาะอยู่รวมกันและสร้างชั้นเมือกที่เรียกว่า biofilm มาปกป้อง มันก็จะสามารถทนทานต่อยาปฏิชีวนะได้มากกว่าเดิมถึง 1,000 เท่า

ทีมวิจัยที่นำโดย Xiaonan Lu แห่ง Washington State University ค้นพบว่าสารประกอบ diallyl sulfide ซึ่งอนุพันธุ์ที่สกัดจากหัวกระเทียม (ชื่อของมันก็มาจากชื่อจีนัส Allium ของพืชพวกหอม, กระเทียมนั่นเอง) มีฤทธิ์ฆ่า Campylobacter ได้ชะงัดนัก ไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรียอิสระรักสันโดษหรือแบคทีเรียที่เกาะอยู่ใน biofilm ก็ตาม

นักวิจัยทดลองกับแบคทีเรีย Campylobacter jejuni ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ erythromycin และ ciprofloxacin เทียบกับการให้ diallyl sulfide แล้วก็ตรวจสอบเซลล์แบคทีเรียด้วยเทคนิค infrared spectroscopy และ Raman spectroscopy

ผลปรากฏว่า diallyl sulfide ฆ่าแบคทีเรียได้ดีกว่า erythromycin และ ciprofloxacin ถึง 100 เท่า และเวลาที่ใช้ก็น้อยกว่าด้วย

นักวิจัยวิเคราะห์กลไกกระบวนการแล้วพบว่า diallyl sulfide สามารถทะลุผ่านชั้น biofilm เข้าไปจับกับโครงสร้างโปรตีนที่สำคัญของแบคทีเรีย ทำให้กระบวนการของเซลล์เกิดการขัดข้องและเซลล์แตกตายในที่สุด

งานวิจัยก่อนหน้านี้ของทีม Xiaonan Lu ก็เคยแสดงให้เห็นว่า diallyl sulfide และสารประกอบประเภท organosulfur มีฤทธิ์กำจัดแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในอาหารหลายชนิด เช่น Listeria monocytogenes และ Escherichia coli O157:H7 เป็นต้น

ผลนี้ยังไม่ถึงขั้นที่ว่าจะมาใช้รักษาโรคอาหารเป็นพิษให้ผู้ป่วย แต่ก็เป็นขั้นที่พอจะไปประยุกต์ใช้ในการกำจัดเชื้อโรคในอาหารได้

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ใน Journal of Antimicrobial Chemotherapy DOI: 10.1093/jac/dks138

ที่มา - Science Daily

3 Comments

PaPaSEK's picture

บังอาจ!!! เอาพี่แดร๊กไปเทียบกับแบคทีเรียได้ยังไง!!