โศกนาฏกรรมเรือไททานิกไม่ได้เกิดจากความประมาท แต่เป็นธรรมชาติลงโทษ?

By: terminus
Writer
on Tue, 10/04/2012 - 03:04

โศกนาฏกรรมของเรือไททานิกในคืนวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1912 นั้นเป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนยังคงให้ความสนใจแม้เวลาจะผ่านเนิ่นนานมาถึง 100 ปีแล้ว มีการขุดหาหลักฐานและทฤษฎีต่างๆ นานาเพื่อมาอธิบายว่าทำไมอุบัติเหตุของเรือที่ทันสมัยที่สุดในยุคนั้นถึงได้เป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ มีผู้เสียชีวิตถึงกว่า 1,500 คน

จนถึงวันนี้เราเชื่อกันว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เรือไททานิกล่มเกิดจากความประมาทเลินเล่อของกัปตันและลูกเรือที่ผยองว่าเรือไททานิกไม่มีวันจม เลยแล่นเรือแบบชิวๆ ไปชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็ง แต่ว่า Tim Maltin นักประวัติศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้ค้นคว้าเจอข้อมูลใหม่และนำไปสู่ข้อสรุปว่า "เรือไททานิกล่มด้วยสาเหตสุดวิสัยตามธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะความประมาทของกัปตันเรือ"

Tim Maltin พบงานวิจัยของนักวิจัยจาก Texas State University-San Marcos ระบุว่า ในเดือนธันวาคมของปี 1911 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ของปี 1912 วงโคจรของโลกเคลื่อนเข้าใกล้ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์อย่างมาก ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงที่สูงกว่าปกติ น้ำทะเลก็เลยไปชะลากเอาก้อนน้ำแข็งออกมาจากฝั่งลาบราดอร์และนิวฟาวนด์แลนด์ลงสู่ท้องทะเลแอตแลนติกเหนือ ทับเส้นทางเดินเรือของไททานิกพอดี

ผลของการที่มีน้ำแข็งเต็มท้องทะเลทำให้อากาศเหนือพื้นน้ำเย็นจัดกว่าอากาศข้างบน บิดเบี้ยวการเดินทางของแสงจนเกิดเป็นภาพลวงตา (mirage) แบบเดียวกับที่เราเห็นภาพลวงตาบนถนนที่ร้อนจัด

Tim Maltin สันนิษฐานว่าภาพลวงตานี่แหละที่เป็นตัวการทำให้เจ้าหน้าที่บนเรือไททานิกมองไม่เห็นภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ตรงหน้า กว่าจะรู้ตัวก็สุดวิสัยที่จะหักหลบได้ทันแล้ว ข้อสันนิษฐานนี้สอดคล้องกับคำให้การของพยานเรือไททานิกที่บอกว่าวันนั้นมองเห็นเส้นขอบฟ้าพร่าเลือนผิดธรรมชาติ

นอกจากจะทำให้คนบนเรือมองไม่เห็นภูเขาน้ำแข็งแล้ว ภาพลวงตายังพร่าสายตาของเรือแคลิฟอร์เนียนที่แล่นอยู่ใกล้ๆ กับเรือไททานิกในคืนนั้นด้วย กัปตันและลูกเรือของเรือแคลิฟอร์เนียนบอกตรงกันว่าเห็นพลุสัญญาณที่เรือไททานิกยิงขึ้นของความช่วยเหลือ แต่ก็สับสนว่ามันเป็นพลุสัญญาณอะไร เนื่องจากพวกเขาเห็นพลุสัญญาณพุ่งขึ้นไม่สูงนัก แถมเมื่อส่องกล้องส่องทางไกล ก็เห็นว่าเรือที่ยิงพลุขึ้นมามีลักษณะแปลกๆ ท้องเรือกว้างผิดเรือเดินสมุทรทั่วไป เลยไม่แน่ใจว่าเป็นเรือไททานิกหรือไม่

ความสับสนจากภาพลวงตาทั้งหมดนี้ทำให้การตัดสินใจเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยช้ากว่าที่ควรจะเป็น แถมพอจะเข้าไปช่วย เรือแคลิฟอร์เนียนยังโดนภาพลวงตาหลอกหลอนเรื่องระยะทางและทิศทางของเรือไททานิกอีก กว่าจะไปถึง ก็ไม่ทันกู้สถานการณ์แล้ว

ข้อมูลและทฤษฎีใหม่ของ Tim Maltin รวบรวมตีพิมพ์ไว้ในหนังสือของเขาที่ชื่อ A Very Deceiving Night ซึ่งซื่อหนังสือก็เป็นการสื่อถึงภาพลวงตาที่เกิดขึ้นในคืนหายนะนั้นนั่นเอง

ที่มา - New York Times

6 Comments

iheresss's picture

วิเคราะห์ได้น่าสนใจทีเดียว แต่ยังไงเรือก็ควบคุมโดยมนุษย์ ผมมั่นใจว่าการบังคับเรือที่ผิดพลาดยังเป็นสาเหตุหลักมากกว่าเรื่องภาพลวงตาเพราะสภาพอากาศหรือการที่ภูเขาน้ำแข็งเคลื่อนที่ลงต่ำกว่าที่คาดการณ์
หรือการที่มีผู้รอดชีวิตน้อยก็มาจากการจัดการอพยพที่ไม่ดีมากกว่าความช่วยเหลือที่มาถึงช้า

ผมอ่านจากที่มาแล้วเค้าใช้คำว่า 'natures role' หมายความว่าธรรมชาติเป็นแค่องค์ประกอบหนึ่งของสาเหตุทั้งหมดมากกว่าครับ

b4lmung's picture

ดูสารคดีเรื่องนี้ทาง National Geographic ได้อธิบายเพิ่มเติมไว้ดังนี้ครับ

  • เนื่องจากภาพปรากฏการภาพลวงตาจากมวลอากาศอุ่น และอากาศเย็น ทำให้ต้นหนเรือไม่สามารถมองเห็นภูเขาน้ำแข็งได้ก่อนจะมาเห็นตอนมันใกล้มากจนเรือหักหนีไม่ได้แล้ว (เพราะภาพขอบฟ้าจะดูเหมือนถูกยกระดับขึ้น ทำให้ภูเขาน้ำแข็งอยู่ภายใต้เงามืดๆ ของน้ำทะเลแทน) ซึ่งถ้าไม่เกินเหตุการณ์นี้ เรือก็ยังมีโอกาสหักเลี้ยวหลบได้ก่อน

  • เรือไททานิกออกแบบให้รองรับน้ำท่วมห้องกันน้ำ (?) แค่ไม่กี่ห้อง แต่ภูเขาน้ำแข็งดันฉีกห้องกันน้ำไปซะ 6 ห้อง ซึ่งไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนว่ามันจะเกิด และไม่เคยเกิดขึ้นในสมัยปัจจุบันเลย (ซึ่งในสารคดีกล่าวว่าถ้าเอาหัวเรือชนกับภูเขาน้ำแข็งตรงๆ ยัังมีโอกาสรอดมากกว่าอีก เพราะทำให้ความเสียหายน้อยกว่า)

  • เรื่องน๊อตที่ไม่ได้มาตรฐานเป็นเหตุให้เรือจมนั้นเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะถึงได้มาตรฐานก็ไม่สามารถรับมือกับภูเขาน้ำแข็งมาชนได้ ยังไงก็แตกอยู่ดี

  • เรื่องคนตายเยอะนี่เกิดจากมีเรือชูชีพไม่พอ (รับได้เพียง 700 คน จากหลายพันคน) ไม่ใช่เรื่องการอพยพที่ไม่ดี ซึ่งสาเหตุที่เรือลำเลียงคนมีน้อย เพราะในสมัยนั้นมีความเชื่อ ว่า การสร้างเรือที่สามารถทนทานต่อสภาวะการจมได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใส่เรือชูชีพไปเยอะๆ เพราะตัวเรือหลักจะเป็นเรือชูชีพอยู่แล้ว

  • อีกสาเหตุที่คนตายเยอะมากกว่าที่ควรเป็นคือว่า เรือที่อยู่ใกล้ๆ มองเห็นภาพลวงตา ทำให้ไม่เห็นเป็นเรือไททานิก นึกว่าเรื่อสินค้าธรรมดาๆ ทำให้คนในเรือนั้นไม่ได้สนใจ เลยขับไกลห่างออกไปเรื่อยๆ (ถ้าไม่เกิดปรากฏการณ์นี้ เรือนั้นก็สามารถช่วยคนได้อีกมาก)

  • ในสารคดีเน้นว่าต้นเหตุเกิดจากธรรมชาติ ความอยู่ไม่ถูกที่ถูกเวลา ความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้คนตายเยอะ

zipper's picture

หลักการนี้น่าจะทดลองไม่ยาก หาสถานที่ที่มีสภาพแวดล้อมคล้ายๆ วันที่เรือไททานิคจม คือสถานที่ที่มีก้อนน้ำแข็งลอยอยู่เหนือน้ำเยอะๆ แล้วลองใช้กล้องวีดีโอบันทึกภาพมาให้เห็นเลยว่าภาพที่เห็นนั้นเป็นยังไง คนที่อยู่บนเรือสามารถมองเห็นได้ไกลแค่ไหน ภาพที่เห็นมีการบิดเบือนอย่างไรที่เกิดจากสภาพอากาศอย่างนั้น จะให้ลองยิงพลุขึ้นมาดูเลยก็ได้

tekkasit's picture

เอิ่ม scale นั่นแหล่ะครับ ยาก

ที่เกิด mirage ระดับนี้มันใหญ่มากเลยนะครับ อย่างน้อยๆก็น่าจะระดับทะเลสาบสักที่ แถมต้องควบคุมให้น้ำมันเย็นจัดและยังมีมวลอากาศอุ่นล้อมอีก แล้วใครจะไปออกทุนทำให้