ดาไลลามะได้รางวัล Templeton Prize ด้วยผลงานสนับสนุนวิทยาศาสตร์และศาสนา

By: terminus
Writer
on Fri, 30/03/2012 - 21:29

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2012 คณะกรรมการของ Templeton Foundation ประกาศให้ Tenzin Gyatso ดาไลลามะองค์ที่ 14 (องค์ปัจจุบัน) เป็นผู้ได้รับรางวัล Templeton Prize ในฐานะที่ทุ่มเทส่งเสริมงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์และศาสนาอย่างต่อเนื่อง

รางวัล Templeton Prize ถือเป็นรางวัลที่ทรงเกียรติที่สุดของผู้ทำงานด้านศาสนาเทียบเท่าได้กับรางวัลโนเบลทางฝั่งวิทยาศาสตร์

John M. Templeton, Jr ผู้อำนวยการ Templeton Foundation คนปัจจุบัน (ลูกชายของ Sir John Templeton ผู้ก่อตั้งรางวัล) กล่าวชื่นชมดาไลลามะว่าเป็นดั่ง "กระบอกเสียงแห่งจริยธรรมสากล, อหิงสา, และความสมานฉันท์ของศาสนาทั่วโลกอย่างที่ไม่สามารถหาใครมาเปรียบได้" เขาให้ความเห็นว่าในโลกที่พึ่งพาความก้าวหน้าเทคโนโลยี มนุษย์ก็ยังคงต้องการความมั่นคงทางจิตวิญญาณจากศาสนา

ดาไลลามะมีความสนใจวิทยาศาสตร์หลากหลายแขนงไม่ว่าจะเป็นชีววิทยา, ประสาทวิทยา, จักรวาลวิทยา, คณิตศาสตร์, เคมี, ฟิสิกส์, กลศาสตร์ควอนตัม ฯลฯ และมีผลงานตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับศาสนาและวิทยาศาสตร์หลายเล่ม เช่น The Art of Happiness, The Universe in a Single Atom, The Dalai Lama at MIT

นอกจากนี้ องค์ดาไลลามะก็ยังริเริ่มโครงการ "Science for Monks" ในอินเดีย และสถาบัน Mind & Life Institute ในรัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์และพระร่วมกันทำงานวิจัยในแขนงที่วิทยาศาสตร์และศาสนาพุทธมีความเชื่อมโยงซ้อนทับกัน

หลังจากผลประกาศ ดาไลลามะกล่าวตอบรับอย่างถ่อมตนว่าเขาเป็นแค่พระธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น เกียรติยศของรางวัล Templeton Prize เป็นเพียงสัญลักษณ์ที่เตือนให้ระลึกถึงผลงานอันเล็กน้อยที่เขาได้ทำให้กับมนุษยชาติ โดยเฉพาะการต่อสู้เพื่อยุติความรุนแรงและการสร้างเอกภาพบนความแตกต่างระหว่างศาสนาต่างๆ

ดาไลลามะถือเป็นมนุษย์คนที่สองที่ได้ทั้งรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ (ปี 1989) และรางวัล Templeton คนแรกที่ทำได้คือ แม่ชีเทเรซา ผู้ซึ่งได้รับรางวัล Templeton ในปี 1973 และรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 1979

อย่างไรก็ตาม การเข้ามายุ่งกับวิทยาศาสตร์ของดาไลลามะก็สร้างความไม่พอใจให้กับนักวิทยาศาสตร์บางคน ตัวอย่างเช่น ในปี 2005 ก็มีนักวิทยาศาสตร์กว่า 500 คนเข้าร่วมลงรายชื่อประท้วงที่ดาไลลามะมาปรากฏตัวในการประชุมของ Society for Neuroscience โดยอ้างว่าเป็นการลากเอาศาสนากับวิทยาศาสตร์มาปนกัน

ดาไลลามะจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 1.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ พิธีมอบรางวัลจะจัดขึ้นที่วิหารเซนต์พอล ณ กรุงลอนดอน ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2012
(ตามธรรมเนียมของรางวัลโนเบลนี่ คนได้รับรางวัลส่วนใหญ่จะบริจาคเงินรางวัลให้กับการกุศลหรือไม่ก็เอาไปตั้งมูลนิธิเพื่อสังคมอะไรสักอย่าง แต่สำหรับรางวัล Templeton Prize นี่ผมไม่แน่ใจ แต่คาดว่าคนระดับนี้ก็คงไม่เก็บเงินรางวัลไว้หาผลประโยชน์เข้ากระเป๋าตัวเองหรอก)

ที่มา - ScienceInsider, Huffington Post

ป.ล. ข้างล่างนี้ผมแค่นึกเปรียบเทียบเล่นๆ นะ อย่าคิดมาก

ในประเทศไทย มูลนิธิวิทยาศาสตร์ฯ มอบรางวัลบุคคลคุณภาพแก่พระที่บอกว่าคนที่บอกว่า "อย่างมงายวิทยาศาสตร์"

ขณะที่ต่างประเทศ องค์การทางศาสนามอบรางวัลให้แก่พระที่บอกว่า "ถ้าวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ว่าความเชื่อของศาสนาพุทธผิด ศาสนาพุทธต้องเป็นฝ่ายเปลี่ยน"
(คำพูดของดาไลลามะเต็มๆ คือ "If science proves some belief of Buddhism wrong, then Buddhism will have to change. In my view, science and Buddhism share a search for the truth and for understanding reality. By learning from science about aspects of reality where its understanding may be more advanced, I believe that Buddhism enriches its own worldview.")

4 Comments

BLiNDiNG's picture

ฮ่าๆๆๆ ถูกใจย่อหน้าสุดท้ายจริงๆ วัดกันที่กระแสความดัง ไม่ใช่วัดที่ผลงาน

นึกถึงพวกรางวัลลูกกตัญญูที่มอบให้ เซเลบ-ดารา เพราะ"ความดัง"

tontpong's picture

คนที่เค้าเหมาะสมตามวัตถุประสงค์จิงๆ ก้อมี.. จะไปเหมาทุกคนว่าเพราะ "ความดัง" ก้อคงไม่ได้ ถ้าจะวิจารณ์ก้อควรแยกเปนรายคนไป

แต่จิงๆ ส่วนตัวแล้วไม่เคยใส่ใจพวก โล่/รางวัล/ใบประกาศ ไรนี่เลย .. "ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน" ผลงานผลการกระทำมันชี้วัดตัวเองอยู่แล้ว แค่ดูอย่างมีสติมีปัญญา ก้อไม่ต้องอาศัยตัวชี้วัดอื่นอีก

mementototem's picture

"ถ้าวิทยาศาสตร์พิสูจน์ได้ว่าความเชื่อของศาสนาพุทธผิด ศาสนาพุทธต้องเป็นฝ่ายเปลี่ยน"

เป็นคำพูดที่ตรงใจมาก : )