โค้กกับเป๊บซี่เปลี่ยนสูตรสีคาราเมลน้ำดำ เลี่ยงโดนแปะป้ายเตือนสารก่อมะเร็ง

By: terminus
Writer
on Sat, 10/03/2012 - 23:54

สีดำของน้ำอัดลมพวกโค้กและเป๊บซี่นั้นได้มาจากสีของคาราเมล หรือที่เรียกกันว่า Caramel colouring (ถ้าใครช่างสังเกตก็จะเห็นคำนี้เขียนอยู่บนฉลากข้างขวดหรือกระป๋องด้วย - อยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ต้องหัดสังเกต) ซึ่งโดยพื้นฐานมันก็คือปฏิกิริยาเคมีของน้ำตาลเมื่อโดนความร้อนจะกลายเป็นสารที่มีสีน้ำตาลดำๆ และมีกลิ่นหอม

ในการทำคาราเมลสำหรับใส่น้ำอัดลม โรงงานผู้ผลิตจะเพิ่ม ammonia หรือ ammonia sulfite ลงไปเพื่อให้สีของคาราเมลเข้มขึ้น และในปฏิริยานี้จะเกิดผลพลอยได้เป็นสารตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า 4-methylimidazole

ปัญหาคือ เมื่อไม่กี่ปีที่แล้วมีงานวิจัยชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่า 4-methylimidazole ก่อให้เกิดมะเร็งในหนูทดลอง นักวิทยาศาสตร์และนักโภชนาการจึงกังวลว่ามันอาจเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ได้ด้วย ดังนั้นจึงมีการผลักดันกฏหมายบังคับให้อาหารและเครื่องดื่มที่มี 4-methylimidazole เกินกำหนดต้องติดฉลากเตือนผู้บริโภค

และในเดือนธันวาคม 2011 รัฐแคลิฟอร์เนียก็ประกาศให้ 4-methylimidazole เป็นสารก่อมะเร็งที่ถูกควบคุมด้วยญัตติ Proposition 65 ซึ่งขีดเส้นระดับขั้นต่ำของ 4-methylimidazole ไว้อยู่ 29 ไมโครกรัม ซึ่งถ้าเป็นตามนี้ โค้กและเป๊บซี่ที่จำหน่ายในรัฐแคลิฟอร์เนียก็ต้องติดฉลากเตือนผู้บริโภค เพราะจากการสำรวจโดย Center for Science in the Public Interest (CSPI) โค้กและเป๊บซี่หนึ่งกระป๋องมี 4-methylimidazole ประมาณ 103-153 ไมโครกรัม เกินกว่าระดับขั้นต่ำมาตั้งหลายเท่าตัว

แล้วมันเรื่องอะไรบริษัทโคคา-โคลาและเป๊บซี่จะยอมทำอะไรที่ลดยอดขายสินค้าตัวเองแบบนั้น! ดังนั้นโฆษกของทั้งสองบริษัทจึงแถลงข่าวว่าบริษัทจะจัดการให้โรงงานที่ทำคาราเมลส่งป้อนบริษัทเปลี่ยนสูตรขั้นตอนการผลิตคาราเมล โดยควบคุมให้มีปริมาณของ 4-methylimidazole น้อยลงจนต่ำกว่าข้อกำหนดของ Proposition 65

ทั้งสองบริษัทยังยืนยันต่อไปว่าจะไม่มีการเปลี่ยนสูตรส่วนประกอบของน้ำอัดลมเพื่อให้ผู้บริโภคยังคงได้รับสัมผัสรสชาติเหมือนเดิมทุกประการ

อย่างไรก็ตามบริษัทน้ำอัดลมก็มีทีท่าไม่ค่อยเห็นด้วยกับการบังคับกฏหมายนี้นัก เนื่องจากบริษัทเห็นว่ามีงานวิจัยออกมาแค่ชิ้นเดียว ทั้งที่ทั่วโลกยอมรับการใส่สีคาราเมลมาตั้งนานหลายปีดีดักแล้ว แถมที่สำคัญ หากจะให้ร่างกายได้รับ 4-methylimidazole ปริมาณเท่าๆ กับที่ทดลองกับหนูในงานวิจัย นั่นคือคนคนหนึ่งจะต้องดื่มโค้กหรือเป๊บซี่เป็นพันๆ กระป๋องทุกวันติดต่อกันเป็นเวลา 70 ปี!

แต่บริษัทโคคา-โคลาและเป๊บซี่ก็รับปากว่าการเปลี่ยนสูตรสีคาราเมลจะมีผลสำหรับน้ำอัดลมที่จำหน่ายทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่เฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียเท่านั้น ส่วนสูตรในประเทศอื่นๆ จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ (แต่ผมคาดว่าถ้าประเทศไหนออกกฏหมายมาบังคับเพิ่ม รอบนี้บริษัททั้งสองก็คงทำตามแต่โดยดี ไม่มีอาการฮึดฮัดแล้วแหละ)

ดังนั้นหากวันหน้าใครไปเที่ยวสหรัฐอเมริกา แล้วพบว่าโค้กกับเป๊บซี่ที่นั่นสีจางกว่าของบ้านเรา ก็อย่าแปลกใจ

ที่มา - BBC News, Medical Xpress

11 Comments

mementototem's picture

แค่วันละพันกระป๋องก็ตั้ง 250 ลิตร... เป็นเบาหวานตายก่อนแหง ๆ

altimate's picture

ไม่ต้องรอเบาหวานฆ่าหรอกครับ ถ้าวันละพันกระป๋อง ผมว่าตายตั้งแต่ 100กระป๋องแรกแล้วล่ะ ขนาดน้ำเปล่ายังให้กินแค่วันละ 8-10 แก้วเอง

eol's picture

เดือนนึง ผมประมาณ 10 ขวด (1.25 ลิตร) ......... กี่ร้อยปีจะกินครบ =w=! หุหุ

ผมถือคติว่ากิน Pepsi ดีกว่า คนอื่นไม่เดือนร้อน .......... กินเหล้า กินเบียร์ แล้วอาจจะทำให้คนอื่นเดือดร้อน (ดังนั้น นานๆ กินที 555+ จะได้ลดโอกาศทำคนอื่นเดือดร้อน)

kowittan's picture

แต่เป็บซี่กระป๋องที่กำลังกินอยู่ ไม่มีคำว่า คาราเมล หรือ Caramel colouring เลยนะ

terminus's picture

จริงป่าวครับ ผมจำได้ว่าผมเห็นข้างขวดโค้กตอนเด็กๆ เลยนะ หรือว่าผมนึกไปเอง หรือว่าสมัยนี้มันไม่ต้องแปะกันแล้ว

mementototem's picture

ผมเห็นหลายผลิตภัณฑ์จะเขียนว่า "เจือสี แต่งกลิ่น แต่งรสตามธรรมชาติ" ครับ