เวียดนามประกาศตั้งเป้าพลังงาน 25% จากนิวเคลียร์

By: lew
Writer
on Fri, 09/03/2012 - 00:13

นาย Le Dinh Tien รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเวียดนาม ประกาศชัดว่าเวียดนามจะยังคงเดินหน้าแผนพลังงานนิวเคลียร์ต่อไปตามเดิม หลังจากที่เลือกผู้ผลิตมาตั้งแต่ปี 2010 คือบริษัท Rosatom จากรัสเซีย

เตาปฎิกรณ์เตาแรกของเวียดนามมีแผนก่อสร้างในปี 2013 และน่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2020 จากนั้นจะมีการสร้างต่อเนื่องจนครบสิบเตาในปี 2030 และเพิ่มขึ้นจนปี 2050 พลังงานนิวเคลียร์จะเป็นแหล่งพลังงานของประเทศถึง 25%

ในตอนนี้พลังงานของเวียดนามครึ่งหนึ่งมาจากน้ำมัน, 20% จากเขื่อน, 18% จากถ่านหิน, ที่เหลือเป็นก๊าซธรรมชาติ

ที่มา - UPI

19 Comments

tina's picture

เซลแมนขายหัวปรับแก็สนิรภัยคุยกับเจ้าของห้องแถวเพื่อขายของ
เซล: สนใจซื้อไว้สักหัวไหมครับ หัวปรับนิรภัยป้องกันไฟไหม้จากแก็สรั่ว
ห้องแถว: ผมถามนิด..ห้องก่อนหน้าซื้อหัวปรับนี้หรือเปล่าครับ
เซล: ..ไม่ครับ..ไม่ได้ซื้อ
ห้องแถว: ห้องถัดไปละซื้อไปกี่หัว
เซล: ห้องถัดไปจากคุณก็ไม่ซื้อครับ..เหลือคุณคนเดียวที่ดูฉลาดน่าจะซื้อ
ห้องแถว: แล้วผมจะซื้อไปทำใหม..ถ้าไม่มีใครซื้อ....แล้วผมซื้อห้องเดียว ผมจะรอดหรือ
เซล: :(

...แล้วประเทศไทยละ..

hisoft's picture

ว่ากันตรง ๆ ผมว่าถ้าประเทศไทยจะมีโรงไฟฟ้าได้ก็เพราะเสื้อแดงนี่แหละครับ ผมเชื่อว่าเค้าทำให้ชาวบ้านยอมรับได้

บอกก่อน นี่ผมชมนะครับไม่ได้ประชด

The Phantom Thief

tontpong's picture
ถ้าไม่ทำแบบลงประชามติ สงสัยจะไม่ได้สร้าง
จะทำ/ไม่ทำอะไรแต่ละที มีคนประท้วงตลอด
บางทีผลออกแล้วก้อยังไม่ค่อยยอมจบกันเลย
terminus's picture

เกี่ยวกันตรงไหนครับ

ผมยังเคยเถียงเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์กับเสื้อแดงบางคนเลย

PaPaSEK's picture

ถ้าบอกว่ามีได้เพราะเพื่อไทย => น่าเชื่อครับ

ถ้าบอกว่ามีได้เพราะเสื้อแดง => น่าเชื่อน้อยลงครับ

เพราะเสื้อแดงโดยรวม (โดยรวม) แล้วจะสนใจในเรื่องปากท้อง ความเป็นอยู่พื้นฐานมากกว่า นี่คือจุดแข็งของเสื้อแดงครับ

hisoft's picture

อันนี้ผมไม่ค่อยทราบเบื้องลึกเท่าไหร่น่ะครับ ถ้าผมเข้าใจผิดก็ขอโทษด้วย แต่ผม "ค่อนข้าง" จะคิดว่าถ้าเพื่อไทยอธิบายให้เสื้อแดงฟัง เสื้อแดงน่าจะยอมรับฟังบ้าง แล้วก็จะเกิดความเข้าได้กันได้ง่ายขึ้น เทียบกับปกติที่ใครพูดก็ไม่มีใครฟัง

รบกวนชี้แนะด้วยครับ

The Phantom Thief

altimate's picture

ถ้าว่ากันตามตรง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในไทยจะมีคนรับผลประโยชน์ก็แค่กลุ่มคนเมือง กลุ่มอุตสาหกรรม แล้วก็กลุ่มก่อสร้าง แค่นั้น ส่วนคนตามต่างจังหวัดหรือเกษตรกรรากหญ้า แทบไม่ต่างกัน เพราะปริมาณการใช้ไฟฟ้าน้อยอยู่แล้ว

lew's picture

ใช้น้อยแต่ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ และเราต้องหาพลังงานมาเติมครับ

เราคงไม่สามารถบอกได้ว่าเลิกทำโรงงาน เลิกทำตึกสำนักงานให้หมดเพราะใช้ไฟฟ้าเยอะแล้วเอาไฟฟ้าไปให้เกษตรกรกับคนรากหญ้า

p-joy's picture

เรื่องหาพลังงานมาเติม ถ้ามองในแง่ของราคาแล้วพลังงานแสงอาทิตย์ (คิดทุกอย่าง ตุ้นทุน ค่าบำรุงรักษา ฯลฯ) แล้วราคาถูกใกล้เคียงกับนิวเคลียร์แล้วครับ

สิ่งเดียวที่ฝ่ายสนับสนุนนิวเคลียร์ (บริษัทผู้นำเข้าเทคโนโลยีสร้างโรงไฟฟ้า) เน้นก็คือ เรื่องที่โรงไฟฟ้าพลังแสดงอาทิตย์ผลิตได้แค่ 8 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น จริง ๆ แล้วเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีด้าน Battery นั้นได้พัฒนาขึ้นมาก ถ้าเทียบระยะเวลาในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หนึ่งโรง (5 ปีขึ้นไป) ถึงเวลานั้นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อาจจะดีกว่าในทุก ๆ ด้านก็ได้

tontpong's picture

สรุปท้ายแบบนี้ ก้อสรุปได้เหมือนกันว่า "ถึงเวลานั้นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ 'อาจจะ' ดีกว่าที่มีอยู่ในทุกๆ วันนี้อีกก็ได้"

จิงๆ แล้วไม่ 'อาจจะ'.. เทคโนโลยีนิวเคลียร์เองก้อยังมีการพัฒนาอยู่เรื่อยๆ เฉกเช่นเทคโนโลยีอื่นๆ
http://en.wikipedia.org/wiki/Nuclear_reactor#Future_and_developing_technologies

จะหนุนจะแย้งก้อขึ้นกับแต่ละคน แต่ช่วยอ้างอิงข้อมูลด้วย ไม่งั้นก้อเถียงกันไม่จบถ้าเอะอะก้อ 'อาจจะ'

อย่างไรก้อตาม โดยส่วนตัวคิดว่า หากสุดท้ายแล้วบ้านเราจะเอานิวเคลียร์มาใช้ อย่างน้อยก้อช่วยหยิบรุ่นใหม่ๆ มาละกัน.. ก้อไม่ถึงกับต้องเปนรุ่นใหม่เอียมหรอก ล้าหลังเค้าซักสิบปีก้อยังพอไหว เพราะเท่าที่เหนๆ จากอุบัติเหตุที่ผ่านมา ถ้าจำไม่ผิด เตาแต่ละตัวออกแบบกันมาตั้งแต่ก่อนผมจะเกิดซะอีก

แล้วบ้านเราก้อควรพัฒนาและพาตัวเองเข้าไปสู่กลุ่มที่ทำ R&D ให้ได้ด้วย ไม่ใช่แค่รอซื้อมาใช้เพียงอย่างเดียว เวลาจะปรับปรุงหรือแก้ปัญหาอะไรจะได้เข้าใจและสื่อกับ ปชช ได้.. ส่วนฟาก ปชช เอง ถ้าจะแย้งเรื่องใด ก้อควรศึกษาเรื่องนั้นๆ ให้ละเอียดด้วย ไม่ใช่แย้งแบบตีเหมา เทคโนโลยีมันมีรายละเอียดย่อยๆ มี development path ของมัน ถ้าจะแย้งก้อแย้งแบบเจาะสเปคกันไปเลย ไม่งั้นคงไม่จบ

hisoft's picture

+1 โดยเฉพาะย่อหน้าสุดท้าย ถ้าไม่ R&D ยังไงก็เป็นได้แค่กำลังพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ (หรืออาจจะย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นอีก)

The Phantom Thief

lew's picture

"แล้ว" นี่ ทำ cost break-down ของสินค้าที่มีขายใน "ปัจจุบัน" ออกมาให้ดูได้ไหมครับ?

เสมา's picture

หากคิดที่ การผลิตพลังงานไฟฟ้าของไทยหนึ่งปีเท่ากับ 160,000 กิกะวัตต์ชั่วโมง

และแผงรับพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 1 ตรม. ผลิตพลังงานได้ 1000 วัตต์ ในหนึ่งวันผลิตได้ 8 ชั่วโมง

จะต้องใช้พื้นที่ทั้งหมด 160,000,000,000,000/(8x1,000x365) = 54794520 ตรม. หรือ 54.8 ตร.กิโลเมตร

สนามบินสุวรรณภูมิ มีพื้นที่ 20,000 ไร่ คิดเป็น 20,000/625 = 32 ตร.กิโลเมตร

สรุปใช้แผงรับพลังงานแสงอาทิตย์เท่ากับพื้นที่ 2 สนามบินสุวรรณภูมิก็มีไฟพอใช้ทั้งประเทศแล้ว

แต่ก็มีปัญหาเรื่องแสงไม่พอในบางวัน ต้องเก็บพลังงานไว้ใช้ตอนกลางคืน และที่สำคัญเรายังไม่มีเซลล์แสงอาทิตที่ผลิตพลังงานได้ถึง 1000 วัตต์ต่อตรม.

โดยส่วนตัวผมสนับสนุนพลังทางเลือก เพราะมันยั่งยืนกว่า อันตรายน้อยกว่า

(พลังงานปรมณูแบบฟิชชั่น ก็เหมือนน้ำมันใช้ๆไปยูเรเนียมก็หมดได้ แถมรังสีก็น่ากลัวใช่ย่อย...)

polaromonas's picture

ไม่ใช่ว่าผมไม่เห็นด้วยกับพลังงานทางเลือกนะครับ แต่คำตอบนี้สร้างความหวังลมๆ แล้งๆ มาก พลังงานแสงที่ตกกระทบผิวโลกยังไม่ถึง 200 วัตต์/ 1 ตร.ม. เลย ยิ่งไม่ต้องหวังว่าจะสร้างพลังงานให้ได้มากกว่าพลังงานที่ใส่เข้าไปอีก (กฎทรงพลังงาน)

http://www.eeweb.com/electronics-quiz/how-much-solar-energy-can-you-harvest-from-1-square-meter-on-earth

เสมา's picture

อะไรของคุณเนี่ย... ตัวเลขนั้นมันเป็นพลังงานเฉลี่ยทั้งผิวโลกแล้ว

พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ระดับอวกาศรอบโลกอยู่ที่ประมาณ 1366 วัตต์/ตร.ม

แต่ผลจากบรรยากาศจะทำให้ตกลงไปอยู่ที่ประมาณ 1000 วัตต์/ตร.ม ทั้งนี้ไม่นับเมฆ หมอก ฝุ่น

สำหรับประเทศไทยซึ่งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรค่าค่อนข้างใกล้เคียง วันไหนเห็นแดดร้อนๆนั่นแหละ 1000 วัตต์

http://en.wikipedia.org/wiki/Insolation

จริงๆถ้าเอาตามค่าของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานจะอยู่ที่ 20 MJ/m2-day

หรือก็คือ 20000000/3600 = 5,555 W/m2-day

http://www.dede.go.th/dede/images/stories/bsed/potential/solarmap.pdf

lew's picture

นอกจากเรื่องความเข้มแสงอาทิตย์ที่ตกลงมาสู่โลกแล้ว ยังมีคำถามเรื่องของ

  1. ประสิทธิภาพโซลาร์เซลล์ที่ทุกวันนี้แผงที่วางขายกันยังทำได้ไม่ถึง 10% (ทำให้ตัวเลขที่คุณว่ามา ไม่มีเทคโนโลยีอะไรทำได้จริง) ตัวเลขในห้องแลปที่ทำกันได้ 15-25% ก็เป็นตัวเลขที่ทดลองจากแสงที่ความเข้มสูงมากๆ (ใช้หลอดไฟในห้องแลปทดลอง)
  2. ของเสียจากการผลิตที่เป็นสารเคมีความเป็นพิษสูง
  3. ความเสถียรตามฤดูกาล หน้าฝนกลายเป็นไฟฟ้าไม่พอรึเปล่า????
  4. แบตเตอรี่ในกรณีที่ต้องใช้งานต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน
  5. ของเสียจากแบตเตอรี่ทั้งการผลิตและเมื่อแบตเตอรี่หมดอายุ

ไม่ใช่ว่านิวเคลียร์ดีทุกอย่าง แต่การ "เพ้อ" ด้วยพลังงานเลือกอย่างไม่ดูความเป็นจริง ประเมิณตัวเลขอย่างไร้หลักการแบบนี้ ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ครับ

เสมา's picture
  1. มันก็จริงแต่ถ้าคิดที่ 25% และพลังงานแสงอาทิตย์ 5,500 W/m2-day
    ตามกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน

    จะต้องใช้พื้นที่ทั้งหมด 160,000,000,000,000/(1,375x365) = 318804483 ตรม.
    หรือ 318.8 ตร.กิโลเมตร หรือประมาณ 10 สนามบินสุวรรณภูมิ

    จริงๆเซลล์แสงอาทิตย์เขาก็พยายามคิดค้นกันอยู่ประสิทธิภาพก็น่าจะเพิ่มได้อีกพอสมควร

  2. ของเสียนี่ถ้าเป็นตอนถลุงแร่ก็คงพอๆกับยูเรเนี่ยม

    ส่วนขั้นตอนการผลิตก็ต้องจัดการให้ดีแบบเดียวกับที่จัดการกากยูเรเนี่ยมแหละครับ

  3. นั่นสิ... คงต้องสำรองแก๊สโซฮอล์ไว้ละมั้ง

  4. ที่ใช้นิวเครียร์นี่ก็เพราะน้ำมันไม่มีมิใช่หรือ... รถยนต์ก็น่าจะหันมาใช้ไฟฟ้ากัน

    ซึ่งมันจะเป็นตัวบีบให้ต้องพัฒนาแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงอยู่แล้ว ก็น่าจะได้อานิสงส์พอควรแหละ

  5. รีไซเคิลสิครับ...

lew's picture

นั้นคือคุณสนับสนุนให้ใช้เทคโนโลยีที่ไม่มีอยู่จรืง, สร้างของเสียพอๆ กับเทคโนโลยีที่มีอยู่, และต้องสร้างโรงงานไฟฟ้าพลงังานน้ำมันควบคู่กันไป????

นี่คือความคิดคุณจริงๆ หรือครับ????

just's picture

ยุคนี้จะเป็นมิตร หรือศัตรูกับธรรมชาติก็เลือกได้

เหตุใดการใช้พลังงานที่ปลดปล่อยเป็นความร้อนที่ถูกส่ง หรือกระจายในธรรมชาติไม่เป็นพลังงานต้องมาเผาไหม้ให้เกิดความร้อนสูญเสียซ้ำ (^2) กันอีก