คนโบราณอาจสร้างสโตนเฮนจ์ตามเสียงดนตรีงานเต้นรำ

By: terminus
Writer
on Fri, 17/02/2012 - 23:32

จุดประสงค์ของสโดนเฮนจ์ (Stonehenge) กองหินเก่าแก่อายุ 5,000 ปี เป็นเรื่องลึกลับที่วงการวิทยาศาสตร์ยังหาข้อสรุปลงตัวไม่ได้ บางคนก็บอกว่ามันเป็นปะรำพิธีเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บางคนก็เชื่อว่ามันเป็นที่สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์หรือเป็นปฏิทินรุ่นโบราณ

ที่งานประชุมของ American Association for the Advancement of Science (AAAS) ในแวนคูเวอร์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2012 นักโบราณคดีขาวอเมริกา Steven Waller ได้เสนอทฤษฎีใหม่เกี่ยวกับสโตนเฮนจ์ สิ่งทีเขาหยิบยกขึ้นมานั้นเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีนักวิทยาศาสตร์คนใดนึกถึงเลย

Steven Waller คิดว่าคนโบราณเอาหินมาวางเป็นหลักวงกลมตามรูปแบบของเสียงที่ได้ยินในงานเต้นรำ!

ฟังดูทีแรกอาจตลกสักหน่อยที่เสียงดนตรีจะมาเกี่ยวกับก้อนหินได้อย่างไร แต่ทฤษฎีของ Steven Waller นั้นเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ของเสียงอย่างหนึ่งที่เรียกว่า "การแทรกสอดของคลื่น" (interference)

ตามความคิดของเขา คนโบราณน่าจะจัดงานดนตรีอะไรสักอย่างที่มีคนเล่นเครื่องตนตรีจำพวกขลุ่ยตรงกลางสองชิ้น ฟิสิกส์ ม. ปลายบอกให้เรารู้ว่าเมื่อคลื่นเสียงที่มีความถี่เดียวกันสองแหล่งกำเนิดสองจุดเคลื่อนที่มาเจอกัน มันจะเกิดรูปแบบของการแทรกสอด บางจุดคลื่นก็จะเสริมกัน บางจุดก็จะหักล้างกัน (ใครอยากเห็นปรากฏการณ์นี้ ก็สามารถทดลองทำเองที่บ้านได้เลย ตักน้ำใส่กะละมัง แล้วเอานิ้วสองนิ้วจิ้มขึ้นๆ ลงๆ พร้อมกัน ก็จะเห็นรูปแบบการแทรกสอดของคลื่นบนผิวน้ำ แต่ถ้าบ้านใครมีส้อมเสียง ใช้ส้อมเสียงทดลองดีกว่า เห็นชัดกว่า)

บังเอิญว่าคนโบราณเมื่อ 5,000 ปีที่แล้วไม่รู้เรื่องนี้ เมื่อพวกเขาเต้นรำไปรอบๆ นักดนตรี พวกเขาก็พบว่าเสียงในบางจุดเงียบหายไปราวกับว่ามีก้อนหินมาบดบังเสียงเอาไว้ คนโบราณอาจเชื่อว่ามี "วิญญาณของหิน" อยู่ตรงนั้น ก็เลยเอาก้อนหินมาวางไว้ให้วิญญาณสถิต

Steven Waller ถึงกับทำการทดลองให้นักศึกษาปิดตาแล้วเดินวนรอบเสียงขลุ่ย จากนั้นก็ให้นักศึกษาทำเครื่องหมายว่าได้ยินเสียงและไม่ได้ยินเสียงในจุดใดบ้าง ผลปรากฏว่ารูปแบบที่นักศึกษาทำเครื่องหมายนั้นสอดคล้องกับรูปแบบการวางของกองหินสโตนเฮนจ์พอดี

ทฤษฎีของ Steven Waller อาจโยงเข้ากับทฤษฎีเกี่ยวกับการสังเกตปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ได้ด้วย ตำแหน่งของนักดนตรีกลางวงอาจถูกจัดตามหลักดาราศาสตร์อะไรสักอย่าง เราจึงเห็นว่าก้อนหินสโตนเฮนจ์เรียงตัวชี้ไปทางดวงอาทิตย์ในวัน summer solstice

นอกจากนี้ตำนานเกี่ยวกับสโตนเฮนจ์ก็มีอันหนึ่งเล่าว่า กาลครั้งหนึ่งมีนักดนตรีสองคนเป่าขลุ่ยเป็นดนตรีที่ไพเราะมากจนหญิงสาวออกมาเต้นรำกัน แล้วสุดท้ายทุกคนในวงเต้นรำก็กลายเป็นหินไปหมด หากว่าทฤษฎีของ Steven Waller ถูกต้อง ก็เป็นไปได้ว่าตำนานนี้อาจมีที่มาจากเรื่องจริง

ที่มา - COSMOS Magazine, The Telegraph, PhysOrg

8 Comments

hisoft's picture

บอกเรื่องแทรกสอดมา ผมนึกว่าเค้าตั้งหินให้สะท้อนเสียงนะเนี่ย XD

The Phantom Thief

GuBaRaK's picture

แนวคิดนี้น่าสนใจมากครับ เจ๋งอ่ะ คิดได้ไง

wichate's picture

ก็แล้วทำไมต้องเป่าขลุ่ยพร้อมกัน 2 คนด้วยล่ะครับ

PaPaSEK's picture

ตัวนึงลีด อีกตัวโซโลไงครับ :D

เอาความจริงคือดนตรีจะเล่นเครื่องดนตรีพร้อมกันกี่ตัวก็ได้ แล้วแต่ใจอยากครับ

เครื่องดนตรีเหมือนกัน 2 ชิ้นเล่นพร้อมกันอาจดูแปลก แต่ถ้านึกถึงวงดนตรีเราจะเห็นว่าเครื่องดนตรีทุกชิ้นก็เล่นพร้อมกัน แถมเล่นคนละโน๊ต คนละแบบด้วย แต่พอผสมผสานแล้วก็ออกมาเป็นเพลงไงครับ

neizod's picture

เพิ่มเติมสำหรับกรณีที่ใช้เครื่องดนตรีชิ้นเดียวกัน เล่นเมโลดี้เหมือนกัน (ไม่ได้หวังผลทางการประสานเสียง) เพราะสมัยก่อนไม่มีเครื่องขยายเสียงครับ การเล่นพร้อมกันจะทำให้เสียงดังขึ้น และเนื้อเสียงจะหนักแน่นขึ้นด้วยครับ