[COP17/CMP7] การประชุมโลกร้อนยืดเวลาเจรจาเพิ่ม

By: terminus
Writer
on Sat, 10/12/2011 - 22:29

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2554 ผู้แทนเจรจาจากนานาประเทศนำโดยของจีน, อินเดีย, กลุ่มประเทศแอฟริกาและสหภาพยุโรป ถกกันเครียดถึงข้อตกลงร่วมกันในการแก้ไขปัญหาภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก เนื่องจากเป็นคืนสุดท้ายตามกำหนดการณ์ของการประชุม COP17/CMP7 ที่ Durban ประเทศแอฟริกาใต้

แต่การประชุมก็ยังไม่ได้ข้อยุติ จนในที่สุดต้องจำใจเลื่อนกันมาประชุมต่อในวันนี้ซึ่งเป็นวันเสาร์ ทีแรกก็ตั้งใจกันว่าจะประชุมเพิ่มกันอีกไม่กี่ชั่วโมง แต่ทำไปทำมา สุดท้ายก็ต้องลากยาวไปจนเต็มวัน และมีทีท่าว่าจะเลยเถิดไปถึงวันอาทิตย์ด้วย

ในคืนวันศุกร์ โต๊ะประชุมได้มีการหยิบร่าง "Durban Mandate" ขึ้นมาเจรจากันแล้ว แต่ Su Wei ตัวแทนของจีนและ Senyi Nato ตัวแทนของกลุ่มประเทศแอฟริกา คัดค้านอย่างหนักจนร่างตกไป

Su Wei อ้างว่ากลุ่มประเทศ G77 (กลุ่มประเทศกำลังพัฒนากว่า 100 ประเทศ) ไม่เห็นด้วยกับใจความของร่างฉบับดังกล่าว เนื่องจากร่างนั้นนำไปสู่การปิดฉาก Kyoto Protocol

แต่ตัวแทนของสหภาพยุโรปกลับบอกอีกทางว่า ประเทศกลุ่ม G77 ส่วนใหญ่สนับสนุนร่างนี้ สรุปตอนนี้ก็เลยยังงงๆ กันอยู่ว่าร่าง "Durban Mandate" ถูกตีตกไปแล้วหรือยังพิจารณากันอยู่

Kyoto Protocol เป็นข้อผูกพันควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงอันเดียวในตอนนี้ที่มีผลบังคับทางกฏหมาย (แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีผลในทางปฏิบัติเท่าไร เช่น แคนาดาที่ทำตามข้อตกลงไม่ได้ก็กำลังชิ่งถอนตัวหนี) แม้ว่า Kyoto Protocol มีผลบังคับควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วและก็จะหมดอายุในปี 2012 ผู้แทนของหลายประเทศก็ยังเห็นว่า Kyoto Protocol มีความสำคัญอยู่

ผู้แทนประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกานั้นไม่สนใจ Kyoto Protocol เลยแม้แต่นิด (จะว่าไปผมแทบไม่เห็นการพูดถึงบทบาทในการประชุมครั้งนี้ของสหรัฐอเมริกาเท่าไรเลยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อย่างจีน สหภาพยุโรป หรือแม้แต่กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา) สหภาพยุโรปก็แบะท่าว่าจะต่ออายุ Kyoto Protocol ก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าจีนและประเทศกำลังพัฒนาจะต้องมีแผนโร้ดแมพในการร่างพันธะสัญญาอันใหม่ภายในปี 2015 และพันธะสัญญาใหม่นั้นจะต้องมีผลบังคับใช้กับทุกประเทศ (หรืออย่างน้อยก็ประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันดับต้นๆ) ภายในปี 2020

ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศก็ส่ายหัวให้กับข้อแม้ของสหภาพยุโรปเหมือนกัน เพราะต่างก็ต้องการข้อผูกพันที่อ่อนกว่านั้นหน่อย

เป็นไปได้ว่าหากไม่มีอะไรออกมาจาก Durban จริงๆ ภายในวันอาทิตย์นี้ เราก็จะต้องรอกันอีกจนถึงปี 2015 กว่าจะได้เห็นอะไรจริงจังจากบรรดาผู้นำประเทศอันทรงเกียรติทั้งหลาย เท่ากับระหว่างการรอนี้ มาตรการระดับโลกในแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกก็อยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงอย่างหลวมๆ ของ Copenhagen Accord (ซึ่งแทบไม่มีข้อผูกมัดทางกฏหมาย ไม่ต้องพูดถึงการบังคับในทางปฏิบัติ) และ Cancun Agreement (ซึ่งเป็นข้อตกลงตามความสมัครใจล้วนๆ)

ที่มา - The Guardian, New Scientist, GlobalPost

4 Comments

TOTEETIME's picture

อยากให้คิดเฉลี่ยต่อหัว ไม่งั้นจีนกับอินเดียก็ตายแหงๆ
และอยากให้เอามลพิษที่ประเทศพัฒนาปล่อยออกมาตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมมาถ่วงน้ำหนักด้วย
เพราะคาร์บอนไดออกไซด์ที่อังกฤษหรือเยอรมันปล่อยออกมาในสมัยนั้นมากมายมหาศาล
แต่ตอนนี้พอพัฒนาแล้วก็ลอยตัวไม่ต้องรับผิดชอบอะไร
แต่ประเทศที่กำลังพัฒนาที่ไม่เคยปล่อยมลพิษอะไร กลับต้องมาพยายามปรับปรุงเหมือนมารับผิดชอบแทนประเทศที่ปล่อยในอดีตกลายๆ

Thaina's picture

ผมก็ว่างั้น ความจริงคือประเทศพัฒนา(เสร็จ)แล้ว ควรจะรับผิดชอบลงนามไปก่อนด้วยซ้ำ