นักเชลโล่โดนไวรัสกินสมอง ความจำหายเกลี้ยง แต่ยังจำดนตรีได้

By: terminus
Writer
on Wed, 16/11/2011 - 23:56

นักเชลโล่วัย 71 ปีนามสมมติ "PM" (อย่าสับสนกับ @PM_Abhisit นะ) เป็นโรคไข้สมองอักเสบจากเชื้อไวรัส Herpes (Herpesviral encephalitis) ทำให้สูญเสียความทรงจำเกือบทั้งหมดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนปี 2005

การติดเชื้อไวรัสได้ทำลายเซลล์ประสาทจำนวนมากในส่วนที่เรียกว่า medial temporal lobes ของ PM ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจดจำข้อมูลและเหตุการณ์ ความจำทุกอย่างจึงหายไปเกือบทั้งหมด ยกเว้นเเพียงอย่างเดียว สิ่งนั้นคือเสียงดนตรี

จากการทดสอบ แพทย์พบว่า PM สามารถจดจำดนตรีที่เขาเคยเล่นก่อนจะความจำเสื่อมได้ และเขายังสามารถจดจำเพลงใหม่ๆ ที่เปิดให้ฟังได้ด้วย ทั้งๆ ที่เขามีปัญหากับการจดจำสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

แพทย์คิดว่านี่เป็นหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าความจำเกี่ยวกับเสียงดนตรีนั้นถูกเก็บแยกจากความจำข้อมูลและเหตุการณ์อื่นๆ กรณีศึกษาของ PM จะช่วยให้แพทย์ได้เข้าใจเกี่ยวกับการทำงานของระบบความจำในสมองมากขึ้น และตัวของ PM เองก็จะได้รับการบำบัดโรคความจำเสื่อมด้วยเสียงดนตรี โดยแพทย์กำลังพยายามฝึกให้เขาได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยการผูกเรื่องราวไว้กับเสียงตัวโน้ต

ที่มา - Medical Xpress

7 Comments

TOTEETIME's picture

เป็นพล็อตการ์ตูนหลายๆ เรื่องเลยนะเนี่ย
นักดนตรีโดนขโมยความทรงจำ (โดยสแตน, โดยชายชาวเฮติ, โดยความสามารถทาง ฯลฯ)
แต่ยังคงความสามารถทางดนตรีได้อยู่
ไม่แน่ เล่นๆ ไปอาจทำให้กำแพงพัง หรือเรียกคนที่ต้องการพบให้มาหาได้ ^^

wichate's picture

ถึงว่าล่ะ นี่คงเป็นเหตุผลที่ว่า ตอนเวลาเราว่างๆไม่รู้จะคิดอะไร เราก็มักจะได้ยินเสียงเพลงดังขึ้นมาในหัว
ผมล่ะสงสัยมาก อยู่ดีๆทำไมต้องมีเพลงดังซ้ำไปซ้ำมาจากในหัวด้วย (แต่ไม่เคยมีความจำด้านอื่นดังก้องอยู่ในหัวได้แบบความจำด้านเสียงเพลง)

ปล.รู้และ เพราะความจำด้านดนตรี เป็นความจำที่มีจังหวะ (ความจำด้านอื่นไม่มีจังหวะ)

งั้นถ้าอยากจำอะไรแม่นๆ หรือยากย้ายที่เก็บความทรงจำไปเก็บไว้ที่สมองส่วนอื่น ก็เอาข้อมูลนั้นๆมาแต่งเป็นเพลงเสียให้หมด

icez's picture

ยิ่งเพลงไหนได้ยินบ่อยๆ นี่ ถึงขั้นหลอนได้ยินเป็นเสียง background ในฝันกันเลยทีเดียว

ComSci-MFU's picture

ผมว่าอาจจะไม่ใช่เพราะเป็นเสียงดจตรีหรอกมั้งครับ มาว่าน่าจะเป็นเพราะเป็นความจำในส่วนที่ตัวเองรัก และได้ฝึกมันอยู่กับมันเป็นเวลานานๆ จนสมองอาจจะจำคิดว่ามันเป็นความจำที่สำคัญของคนๆนี้จึงได้เก็บไว้อีกที่เป็นพิเศษ เพื่อรักษาความปลอดภัยความจำอันมีค่านี้ ถึงอาจจะดูไม่ค่อยจะวิทยาศาสตร์สักเท่าไร แต่มันก็ไมใชว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะร่างกายเรามันอยากที่จะเข้าใจจริงๆ