กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ระบบสุริยะอาจเคยเตะดาวเคราะห์พี่เบิ้มออกไปหนึ่งดวง

By: terminus
Writer
on Sat, 12/11/2011 - 20:31

ทีมนักดาราศาสตร์ที่นำโดย David Nesvorny จาก Southwest Research Institute ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาเทหวัตถุที่ล่องลอยใน Kuiper Belt และร่องรอยการชนของอุกกาบาตบนพื้นผิวดวงจันทร์ พวกเขาพบว่าในช่วงแรกๆ ประมาณ 600 ล้านปีหลังจากระบบสุริยะถือกำเนิด มีความไม่เสถียรทางพลวัตร (dynamical instability) เกิดขึ้นในระบบวงโคจร ส่งผลให้วัตถุอวกาศในวงโคจรชั้นนอก เช่น ดาวเคราะห์ยักษ์ทั้งสี่ดวง (ดาวพฤหัส, ดาวเสาร์, ดาวยูเรนัส, ดาวเนปจูน) และเศษวัตถุชิ้นเล็กชิ้นน้อยทั้งหมดเคลื่อนที่ห่างออกจากกัน บางชิ้นก็เคลื่อนขยับเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น บางชิ้นก็เคลื่อนห่างออกไป

เมื่อพวกเขาลองสร้างแบบจำลองในคอมพิวเตอร์ดู ผลปรากฏว่า หากดาวพฤหัสค่อยๆ เคลื่อนขยับเลื่อนเข้ามาอยู่ในวงโคจรปัจจุบันด้วยแรงอันตรกิริยากับวัตถุอวกาศชิ้นเล็กๆ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโมเมนตัมเป็นลูกโซ่จนดาวเคราะห์ชั้นในเคลื่อนที่ชนกันมั่วซั่วไปหมด เช่น โลกอาจชนกับดาวศุกร์หรือดาวอังคาร เป็นต้น

พวกเขาเลยใช้แบบจำลองใหม่ที่ดาวพฤหัส "กระโดด" เปลี่ยนวงโคจรอย่างฉับพลันด้วยแรงอันตรกิริยากับดาวเคราะห์ยักษ์ชั้นนอกซึ่งจะเลี่ยงผลกระทบต่อดาวเคราะห์ชั้นในได้ แต่ผลข้างเคียงกลับกลายเป็นว่าดาวยูเรนัสหรือดาวเนปจูนดวงใดดวงหนึ่งจะถูกเด้งออกไปจากระบบสุริยะแทน

กรณีหนึ่งก็ทำให้โลกแตก อีกกรณีก็มีดาวเคราะห์ยักษ์หายไป พวกเขาจึงตอบโจทย์ด้วยทางเลือกสุดท้ายอันชาญฉลาด นั่นคือ ลองเพิ่มดาวเคราะห์ยักษ์เข้าไปในวงโคจรชั้นนอกอีกดวง ซึ่งถ้าเป็นตามแบบจำลองนี้ ดาวพฤหัสก็จะสามารถกระโดดเปลี่ยนวงโคจรได้ เหลือผลลัพธ์เป็นดาวเคราะห์ชั้นนอก 4 ดวงตามที่สังเกตได้ในปัจจุบัน และดาวเคราะห์ในวงโคจรชั้นในก็ไม่ต้องชนกันด้วย

David Nesvorny เชื่อว่า ถ้าดูจากหลักฐานทางดาราศาสตร์ทั้งหมดในปัจจุบัน เรื่องดาวเคราะห์ยักษ์ในตำนานที่โดนเตะออกไปนี้สมเหตุสมผลที่สุดแล้ว เพราะในอวกาศเองก็มีดาวเคราะห์อิสระหลายดวงที่ไม่ได้โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงใดดวงหนึ่งโดยเฉพาะ

ที่มา - Science Daily, Wired.co.uk

7 Comments

tonkung's picture

อาจจะต้องใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์คำนวนด้วยมังครับ