นักฟิสิกส์ยุโรปจะใช้เลเซอร์เจาะมิติกาล-อวกาศให้เป็นรู

By: terminus
Writer
on Tue, 08/11/2011 - 02:14

แม้ว่า LHC จะยังไม่สร้างหลุมดำอย่างที่คาดหวังไว้ แต่นักฟิสิกส์ก็ไม่ยอมล้มเลิกความคิดทำลายล้างโลกง่ายๆ ล่าสุดนักฟิสิกส์ของสหภาพยุโรปก็สมคบคิดวางแผนกันจะใช้เลเซอร์เจาะมิติกาล-อวกาศ สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนคนธรรมดาอีกแล้ว

โครงการฟิสิกส์อันน่ากลัวนี้มีชื่อว่า Extreme Light Infrastructure Ultra-High Field Facility (ELI) จุดประสงค์ของโครงการก็ไม่มีอะไรนอกไปจากการสนองความอยากรู้อยากเห็นของนักฟิสิกส์ผู้โรคจิตทั้งหลายที่สนใจว่าถ้าใช้แสงเลเซอร์เจาะกาล-อวกาศให้เป็นรูแล้ว จะมีอนุภาคหลุดออกมาจากมิติอื่นหรือไม่

ตามที่วางแผนไว้ นักฟิสิกส์จะยิงแสงเลเซอร์ระดับ 200 petawatt (ประมาณ 15,000 เท่าของการบริโภคพลังงานไฟฟ้าของมนุษย์โลกในปัจจุบัน) ไปยังจุดสุญญากาศเล็กๆ เป็นระยะเวลาประมาณ 1 ส่วนล้านล้านวินาที เพื่อเผากาล-อวกาศให้เป็นรู

แนวคิดที่เป็นต้นเหตุของความพยายามในคร้งนี้ คือ ทฤษฎีควอนตัมที่บอกไว้ว่าสุญญากาศไม่ได้ว่างเปล่าจริงๆ แต่จะมีอนุภาคเสมือน (virtual particle) ผลุบๆ โผล่ๆ เข้าออกอยู่ตลอดเวลา อนุภาคเสมือนเหล่านี้เกิดมาจากการ "ยืม" พลังงานที่ล่องลอยอยู่ในมิติของอวกาศมาสร้างตัวเองให้มีชีวิตเป็นอนุภาคต่างๆ เช่น โฟตอน, คู่สสาร-ปฏิสสาร เป็นต้น ชีวิตของอนุภาคเสมือนเหล่านี้สั้นมากจนไม่สามารถใช้เครื่องตรวจวัดใดๆ ตรวจจับได้ ยกเว้นในกรณีที่มีพลังงานหรือแรงสักอย่างป้อนเข้าไปให้มันกลายเป็น "อนุภาคจริง" ขึ้นมา ตัวอย่างเช่น ในกรณีของหลุมดำซึ่งแรงโน้มถ่วงจะลากอนุภาคเสมือนตัวใดตัวหนึ่งให้พลัดพรากจากคู่ของมัน อนุภาคเดี่ยวๆ ที่เหลืออยู่ก็จะกลายเป็นอนุภาคจริง วิ่งเล่นในอวกาศได้ตามใจชอบ เพราะไม่มีคู่ให้ต้องจับกันสลายกลายเป็นพลังงานคืนกลับสู่พลังงานต้นทุนที่มันยืมมา ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Hawking Radiation (เพราะผลลัพธ์ที่ได้มีลักษณะคล้ายกับว่าหลุมดำเปล่งอนุภาคออกมาจากตัวเอง)

ดังนั้นนักฟิสิกส์จึงมีสมมติฐานว่า หากยิงเลเซอร์ที่แรงพอไปยังจุดเล็กมากๆ จนทำให้เกิดรูโหว่ของกาล-อวกาศในมิติที่เราอยู่ มันก็มีโอกาสที่อนุภาคเสมือนจะยืมพลังงานจากมิติอื่นมาโผล่ในมิติของเราได้ หากเราตรวจจับได้ว่ามีอนุภาคเสมือนเกิดขึ้นจริง ก็จะเท่ากับเป็นการพิสูจน์ในตัวเองว่ามีมิติอื่นอยู่อีกนอกจากมิติกาล-อวกาศที่เราคุ้นเคย และจะได้ศึกษามิตินั้นๆ ผ่านทางอนุภาคเสมือนที่เกิดขึ้นด้วย

นักฟิสิกส์ก็ไม่ได้หวังว่าจะเปิดมิติอวกาศให้ทะลุเป็นรูขนาดย้ายดาวไซเบอร์ตรอนมาไว้ที่โลกหรอก อย่างมากก็หวังกันแค่ให้พลังงานรั่วเข้ามานิดหน่อยจนอนุภาคเสมือนที่เกิดขึ้นมีชีวิตยาวนานพอที่เครื่องตรวจจับจะวัดได้เท่านั้นเอง ฉะนั้นแล้วก็ขอให้พวกเราวางใจกันได้ แต่อย่าประมาท นักฟิสิกส์ไร้คุณธรรมพวกนี้อาจจะแอบไปรับงานใครทีหลังอีกรอบก็ได้

ตอนนี้คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เห็นชอบในแผนดำเนินการเบื้องต้นแล้ว และก็ได้มีการทดลองเดินเครื่องกำเนิดเลเซอร์ต้นแบบแล้วด้วยใน 3 จุดที่ตั้ง (เรียกว่า ELI pillar) ซึ่งแยกกันอยู่ในสามประเทศ ได้แก่ ฮังการี โรมาเนีย และสาธารณรัฐเช็ค ส่วนเครื่องที่สี่ซึ่งเป็นเครื่องหลักที่มีพลังงานสูงสุด ยังตกลงกันไม่เรียบร้อยว่าควรสร้างไว้ที่ประเทศไหน ต้องรอลงมติอีกรอบในปี 2012 (แต่หนังสือพิมพ์สัญชาติอังกฤษ The Telegraph คาดว่าประเทศอังกฤษจะล็อบบี้เอามาตั้งที่ประเทศตัวเองได้)

งบประมาณที่ตั้งไว้สำหรับ ELI คือ £200,000,000 หรือประมาณเก้าพันแปดร้อยล้านบาท และคาดว่าเครื่องตัวจริงจะได้ยิงลำแสงเลเซอร์ครั้งแรกในปี 2017

ที่มา - The Telegraph, Discovery News

22 Comments

moondrop's picture

พวกนี้ไม่กลัวกันเลยเหรอ ถ้ายิงไปแล้วมีสัตว์ประหลาดจากมิติอื่นโผล่มาจะทำไง ฮ่าๆ

TOTEETIME's picture

+1 อ่านปุ๊บผมก็นึกถึง The Mist ปั๊บ ชอบมากๆ เสียดายที่ไม่ได้อ่านแบบหนังสือ เห็นเค้าว่าหนังทำไม่เหมือนหนังสือ โดยเฉพาะตอนจบ ซึ่งก็ดี เพราะตอนจบในหนังทำร้ายจิตใจผมมาก

superballsj2's picture

+1 จบได้หดหู่สุดๆ แต่ก็เซอไพมากๆ แหวกแนวดี

mementototem's picture

"ถ้ายังไม่ตาย จะรีบตายไปไหน ให้ตายก่อนค่อยว่ากันอีกที"

OXYGEN2's picture

อยากรู้ว่าจะเอาพลังงานเยอะขนาดนี้มาจากไหนครับ ?

terminus's picture

คงสะสมไว้นะครับ แล้วปล่อยออกมาเป็นระยะสั้นๆ ทีเดียว

lancaster's picture

กำลังนึกภาพ cluster ของตัวเก็บประจุใหญ่เท่าสนามฟุตบอล

levy's picture

โว้ว อะไรจะขนาดนั้น เดี๋ยวโดเรมอนกับโนบิตะก็ขี่พรมโผล่มาหรอก

pitisave's picture

ใช้แค่โทรศัพท์ กับเตาไมโครเวฟเอง ทำที่บ้านก็ได้

nant's picture

มีคนดพสลงพันทิปแล้วครับ
http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X11303273/X11303273.html

ps0. สำนวนข่าวนี้ทำให้ผู้คนใน pantip เชื่อว่าข่าวนี้ก๊อปมาจากหนังสือพิมพ์ :)

terminus's picture

นึกว่าจะชมว่าเขียนดีเหมือนหนังสือพิมพ์ กลายเป็นว่าโดนด่าซะงั้น ^.^ สงสัยเป็นพวกนักฟิสิกส์มั้ง หรือไม่ก็ต้องรับงานใครมา 555+

ข่าววิทยาศาสตร์หนังสือพิมพ์กระแสหลักมีแต่แปลแบบคำต่อคำ (แม้แต่ค่ายเมเนเจอร์ที่มีข่าววิทย์-เทคโนฯ ดีที่สุด ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้ --- ผมไม่ได้ประชดนะ ของเค้าดีกว่าอันอื่นจริง) ถ้าเปิดไปดูที่มาก็จะรู้ว่าการแปลแบบนี้ไมใช่คอลัมน์หนังสือพิมพ์แน่

ผมรู้สึกว่าคนส่วนใหญ่มองนักวิทยาศาสตร์แปลกแยกอยู่แล้วจากอิทธิพลของหนังหรือสื่อต่างๆ และก็มีหลายคนพยายามแก้ปัญหาอันนี้โดยการอธิบายเป็นจริงเป็นจังว่านักวิทยาศาสตร์เป็นคนธรรมดายังโง้นยังงี้ แต่ภาพพจน์อันแปลกแยกของนักวิทยาศาสตร์หรือแม้แต่ตัววิทยาศาสตร์เองก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไร ผมเลยลองวิธีใหม่โดยการเล่นกับ stereotype ให้เว่อร์ๆไปเลย ทำให้การนึกถึง stereotype เหล่านี้เป็น joke ไร้สาระให้หมด ผมคิดว่ามันน่าจะทำให้ความรู้สึกแปลกแยกน้อยลงได้ เพราะคนจะตระหนักได้โดยอัตโนมัติว่า stereotype พวกนี้ไม่ใช่เรื่องจริง ต่างจากการรับสื่ออื่นๆ ที่สอดแทรกแนวคิด stereotype แบบนี้มาเนียนๆ จนผู้อ่านเคลิ้มตามไป

ซึ่งถ้าดูจากการด่าในเว็บ pantip (และบางทีผมก็เห็นใน twitter ด้วย) ผมคิดว่ามันได้ผลบ้างแล้วนะ

superballsj2's picture

เป็นกำลังใจให้ครับ ข่าวคุณอ่านเข้าใจง่าย และสนุกมากสำหรับคนทั่วไปอย่างผม

เว็บเมเนเจอร์ ข่าววิทย์เจ๋งที่สุดแล้วล่ะในเว็บนั้น ข่าวอื่นรู้สึกว่าจะกากๆ โดนเฉพาะข่าวบันเทิง เขียนหัวข้อข่าวได้กากมาก (เว็บนี้ผมชอบเข้าไปอ่านข่าววิทย์ กับอ่านคนด่ากันในคอมเม้นท์ ไร้สาระดี)

xxxooo's picture

สิ่งที่ได้กลับมามันมี มูลค่ามากกว่านั้น ชนิดที่เงินลงทุนเทียบไม่ติดเลยนะครับ

hisoft's picture

รวมถึงกรณีที่ "ผลการยิงแสดงให้เห็นว่าเราไม่สามารถเปิดช่องได้แม้แต่นิดเดียว และไม่สามารถสรุปได้ว่าไม่มีมิติอื่นอยู่" ด้วยหรือเปล่าครับ

The Phantom Thief

Thaina's picture

ใช่ครับ เพราะมันเป็นการยืนยันว่าทฤษฎีมีช่องโหว่ ต้องแก้ทฤษฎีทั้งหมดที่วางรากฐานอยู่
อย่างน้อยก็บอกได้ว่า ด้วยพลังงานเท่านี้ก็ยังไม่สามารถทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ได้ ก็จะมีการประเมินตัวเลขที่เกี่ยวข้อง

แค่มีนิวตริโนเร็วกว่าแสงไปเสี้ยวเดียวก็พลิกโลกฟิสิกส์ได้แล้วครับ

nununu's picture

ถ้าพลังงานนี้มากพอที่จะเจาะกาลอวกาศให้เป็นรู จนเกิดเป็นรูโหว่
แล้วมีปฏิสสารมากมายรั่วเข้ามาทางรูนั้น (เหมือนลูกโป่งรั่ว)
จนมีปฏสสารมากมายเข้ามาชนกับสสาร จะเกิดอะไรขึ้น