ความรุนแรงในครอบครัวอาจเป็นวิวัฒนาการทางธรรมชาติ

By: terminus
Writer
on Thu, 29/09/2011 - 11:17

แม้ว่าจะถูกมองว่าน่ารังเกียจแค่ไหน ความรุนแรงในครอบครัวก็เป็นพฤติกรรมที่พบได้ทั่วไปทุกสังคมทุกชาติทุกศาสนา David Buss และ Joshua Duntley นักชีววิทยาแห่ง Richard Stockton College of New Jersey ในสหรัฐอเมริกา ตั้งสมมติฐานว่าพฤติกรรมการใช้ความรุนแรงในครอบครัวอาจมีกำเนิดจากวิวัฒนาการระบบสืบเผ่าพันธุ์ของมนุษย์เอง

เขาทั้งสองได้ข้อสรุปจากการค้นคว้างานวิจัยหลายชิ้นว่า ผู้ชายมีแนวโน้มใช้พฤติกรรมความรุนแรงกับภรรยาของตนเมื่อรู้สึกว่าภรรยากำลังจะนอกใจหรือกำลังคิดหย่าร้าง เพื่อรับประกันว่าตัวเองจะได้มีสิทธิ์ในการผลิตลูกต่อไปและมั่นใจได้ว่าลูกที่เกิดขึ้นเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขตนเอง

ตัวอย่างเช่น งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่โดนสามีทำร้ายมักตั้งครรภ์ลูกของชายคนอื่นที่ไม่ใช่สามีตัวเอง, และงานวิจัยอีกชิ้นชี้ให้เห็นว่าผู้ชายที่ทำร้ายภรรยาตัวเองมักจะแสดงความหึงหวงภรรยาอย่างรุนแรงและเข้มงวด

David Buss ยังเชื่ออีกว่ายิ่งภรรยามีค่าในสายตาของสามีมากเท่าไร (เช่น สวย รวย เก่ง) สามีก็จะยิ่งหวงและมีแนวโน้มจะใช้ความรุนแรงในการข่มขู่เป็นหลักประกันให้ภรรยาอยู่กับตนเอง ไม่กล้าหนีไปไหน

แต่ Heather Douglas แห่ง University of Queensland ในออสเตรเลีย ไม่เห็นด้วยกับข้อสรุปเช่นนี้ เธอเห็นว่ามันเอนเอียงเกินไปสักหน่อย เช่น เน้นไปในเรื่องผลลัพธ์การมีลูก, เน้นว่าผู้หญิงต้องพึ่งผู้ชายเป็นหลัก, และก็ไม่สามารถอธิบายถึงความรุนแรงในครอบครัวของคนเพศเดียวกันได้

ผมไม่รู้จะสรุปข่าวนี้ยังไงจริงๆ แม้ว่าผมจะเป็น anti-feminism แต่ผมก็ห่างไกลจากการเป็น sexism มาก ข้อสรุปที่ได้ในเชิงวิวัฒนาการมันก็พอฟังขึ้นในแง่ของการสืบพันธุ์ แต่ถ้านับรวมอิทธิพลทางสังคมซึ่งมีผลอย่างมากในวิวัฒนาการของสังคมมนุษย์ ข้อสรุปเหมารวมแบบนี้ก็ออกจะเกินไปหน่อย

ที่มา - New Scientist

8 Comments

mementototem's picture

การใช้ความรุนแรงดูจะเป็นการผลักไสภรรยาออกไปจากชีวิตเสียมากกว่า คงมีไม่กี่คนที่ทนเจ็บเพราะรัก สักวันมันก็ต้องถึงขีดสุด และระเบิดออกมา

และมันยังขาดคำอธิบายในกรณีภรรยารุนแรงกับสามีด้วยอีกอย่างหนึ่ง เอ๊ะ หรือจัดเป็นข้อยกเว้น?

HMage's picture

แต่การใช้กำลังเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมันก็เป็นสัญชาตญาณของสัตว์ประเภทมนุษย์(โดยเฉพาะเพศผู้)นะครับ ประมาณว่าอยากจะได้อะไรก็ใช้กำลังไว้ก่อนโดยไม่ทันได้คิดว่าจริงๆ มันจะให้ผลลัพธ์ยังไง เพียงแต่สังคมมนุษย์มันพัฒนาจนการใช้สติยั้งคิดมันกดข่มไว้เท่านั้นเอง

(แต่ทำม้าย ผู้หญิงหลายคนกับเรื่องความรักถึงใช้แค่สัญชาติญาณอย่างเดียว "เธอก็ดีกับเรานะ แต่เธอไม่ใช่คนที่ใช่อะ เราเป็นเพื่อนกันเถอะ" T_T)

wichate's picture

อ้าว ...

ก็ทุกอย่างที่เป็นอยู่นี่มันก็เป็นผลของวิวัฒนาการทางธรรมชาติ อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ จะวิจัยไปทำไม

Cherry-Boy-Hunter's picture

ความรุนเเรงในครอบครัว ไม่ใช่เเค่สามีกับภรรยาน่ะครับ นับรวมทั้งพี่น้อง ปู่ ย่า ตา ยาย..เเล้วที่บอกว่ามีวิวัฒนาการ ในทางที่เเย่ลง หรือ ดีขึ้นกันเเน่ การที่ทะเลาะกัน เพราะความห่วงใย หึงหวง หรือ เรื่องอะไรก็ตาม ถ้าใช้เเต่อารมณ์โดยไม่มีเหตุผล มันก็ไม่ทำให้ดีขึ้นหรอก ถึงบางเรื่องอาจไม่ต้องมีเหตุผล เเต่ก็ต้องอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจด้วย เเละก็ไม่รู้ว่าฝ่ายอธิบายนั้นกับฝ่ายรับฟังนั้นฝ่ายไหนเป็นฝ่ายถูก ฝ่ายไหนที่ยอมรับฟังกับฝ่ายที่ไม่ยอมรับฟัง เเต่การทะเลาะกันก็มีดีเหมือนกัน เพื่อการปรับความเข้าใจกัน คือ ควรทะเลาะกันบ้างอาจเข้าใจซึ่งกันเเละกันมากขึ้นอีกก็ได้.....

terminus's picture

คุณกำลังเข้าใจ concept ของวิวัฒนาการ (ตามที่นักวิจัยใช้) ในข่าวนี้ผิดนะครับ

เขาไม่ได้บอกว่าความรุนแรงในครอบครัว "ดีหรือเลว" อันนั้นมันเรื่องมาตรฐานของสังคมครับ แต่ที่นักวิจัยยกขึ้นมาคือ เหตุผลทางวิวัฒนาการที่ทำให้พฤติกรรมนี้ยังคงอยู่ในประชากรมนุษย์ได้ แล้วเขาก็ยกข้อสันนิษฐานว่าพฤติกรรมนี้มันช่วยให้ผู้ชายมั่นใจว่าตัวเองได้สร้างทายาท (หรืออีกนัยหนึ่งได้ส่งผ่านยีนของตัวเองไปยังรุ่นต่อไป)

มันมีอยู่เท่านี้เองจริงๆ ครับ ไม่ได้บอกว่าพฤติกรรมนี้ดีหรือเลว

HMage's picture
  1. ครอบครัวในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่คงอยู่ด้วยกันแค่พ่อแม่ลูกมั้งครับ ปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอาเลยไม่อยู่ให้ใช้ความรุนแรงด้วย งานวิจัยนี้เลยสรุปสังเกตุได้แค่กรณีสามีตบภรรยา

  2. จะไปหาเหตุผลที่สมบูรณ์แบบกับสัญชาติญาณได้ยังไงล่ะครับ มันเป็น simple-react นะ

superballsj2's picture

ผมไม่เคยใช้กำลังทำร้ายผู้หญิงครับ

เคยแต่โดนผู้หญิงทำร้าย T T

Cherry-Boy-Hunter's picture

terminus อันนี้ผมรู้เเล้วล่ะ เเต่ผมเเค่(เพิ่มเติมความเห็น)เกี่ยวกับครอบครัวในความคิดของผมนอกเหนือจาก สามีภรรยา ว่าการทะเลากันมันอาจทำให้ดีขึ้นหรือเลวร้ายลงก็ได้