สหพันธ์กาชาดเผย "จำนวนคนอ้วนบนโลกแซงหน้าคนขาดสารอาหารแล้ว"

By: terminus
Writer
on Fri, 23/09/2011 - 00:47

สหพันธ์กาชาดสากล (the International Federation of the Red Cross) ได้เผยตัวเลขสถิติอันน่าเศร้าว่า ประชากรโลกทุกวันนี้มีจำนวนคนที่เป็นโรคอ้วนมากกว่าคนที่ตกอยู่ในภาวะขาดสารอาหารแล้ว

ตัวเลขของคนที่เป็นโรคอ้วน (obesity) ในปัจจุบันอยู่ที่ 1.5 พันล้านคน หรือประมาณ 20% ของประชากรโลก ส่วนคนขาดสารอาหารนั้นอยู่ที่ 925 ล้านคน หรือประมาณ 15% ของประชากรโลก

สถิตินี้ยืนยันข้อเท็จจริงอันโหดร้ายของความไม่เท่าเทียมทางด้านปัจจัยอาหาร ขณะที่คนส่วนหนึ่งบนโลกเป็นทุกข์เพราะภาวะโภชนาการเกิน (หรือมีให้กินมากเกินไป) คนอีกส่วนหนึ่งกลับไม่สามารถหาอาหารมาประทังความหิวได้

สาเหตุของปัญหาไม่ใช่ว่าโลกเราประสบภาวะขาดอาหาร แต่เป็นเพราะปัญหาเรื่องการกระจายทรัพยากร ยิ่งตัวเลขคนอ้วนแซงจำนวนคนขาดสารอาหารก็แปลได้ว่าปัญหายิ่งหนักขึ้นทุกวัน นี่ไม่ต้องพูดถึงราคาของอาหารที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากลัวในช่วงปีที่ผ่านมา (จะว่าไปการกระจายทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรมก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการพุ่งขึ้นของราคาอาหารด้วย)

Bekele Geleta เลขาธิการของสหพันธ์กาชาดฯ ให้ความเห็นว่า "หากแรงของตลาดเสรีให้ผลลัพธ์ออกมาเป็นโลกที่ประชากรมนุษย์ 15% ต้องอดอยาก ขณะที่คนอีก 20% อ้วนเกินไป แสดงว่ามันต้องมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้นที่ไหนสักที่แล้ว"

>"If the free interplay of market forces has produced an outcome where 15 percent of humanity are hungry while 20 percent are overweight, something has gone wrong somewhere."

ที่มา - Medical Xpress

ป.ล. ผมรู้ว่าต้องมีบางคนอยากแสดงความเห็นอะไรสักอย่างแน่ๆ ผมเตือนไว้ก่อนนะว่า "การเหยียดคนรวย เหยียดนักการเมือง เหยียดแบบ prejudice ทุกรูปแบบ มีโทษแบนใน Blognone" ตามลิงค์นี้ เนื่องจาก JuSci เป็นเว็บน้องของ Blognone (น้องชายหรือน้องสาว อันนี้ไม่รู้แฮะ) ผมจึงคิดว่ากฏข้อนี้ย่อมมีผลบังคับใช้ที่นี่ด้วยโดยอัตโนมัติ

ผมเตือนไว้แล้วนะ หน้าที่ผมคือยุให้คนตีกัน แต่คนที่มีสิทธิ์แบนคุณไม่ใช่ผม

ป.ล. ของ ป.ล. : จำไว้ "กฏมีไว้แหก" นะครับ (แหกไม่ได้ ก็ให้อ้อมเอา) ^.^

14 Comments

Peterben's picture

ไอ้ปล.นี่ตกลงอยากห้ามมวย หรืออยากเห็นมวยกันแน่ครับ 555

lertburut's picture

ชอบ ป.ล. นี่หละครับ ทำให้อ่าน Jusci สนุก
แต่หลังๆผมก็เห็นคนมาดราม่ากันบ่อยขึ้นนะครับ(ผมตามอ่านทุกอันมาได้หลายเดือนละครับ)
อยากให้ Jusci (หรือจูซี่ที่ผมเรียกเล่นๆ) ปลอดดราม่าน่ะครับ
รัก Jusci ครับ ^-^

terminus's picture

ผมเคยตอบเรื่องประเด็นว่า "ทำไมผมอยากเห็นการโต้เถียง" มาแล้วนะครับ http://jusci.net/node/1623#comment-4947 (อันที่จริงก็เป็นการตอบคุณ lertburut โดยตรงเลยด้วยซ้ำ)

จุดสำคัญที่ทำให้วิทยาศาสตร์พัฒนาได้ คือ "การตั้งปัญหาและการหาคำตอบ" ครับ

questioning mind คือลักษณะสำคัญที่แยกนักวิทยาศาสตร์ออกจากคนประเภทอื่นๆ ไม่ใช่การอ่านข่าววิทยาศาสตร์หรือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ไปเรื่อยๆ แล้วคิดว่าตัวเองเป็นนักวิทยาศาสตร์แล้ว ผมอุตส่าห์เขียนข่าวที่นี่ก็เพื่อจะให้แนวคิดนี้ฝังรากในสังคมไทย เป็นฐานให้แนวคิดวิทยาศาสตร์จริงๆ โตได้สักที

ต่อให้การเถียงนั้นจะลงเอยด้วยการไร้สาระ หยาบคาย ด่าพ่อล่อแม่ (ในแบบที่คุณนิยามว่า "ดราม่า") ผมก็ขอให้คุณลองพิจารณาหาสาระจากการโต้เถียงนั้นดีๆ ครับ มันมีประเด็นที่มีประโยชน์อยู่เบื้องหลังอยู่ทุกครั้ง และบอกตรงๆ ว่าผมได้บทเรียนดีๆ หลายอย่างจาก "ดราม่า" หลายๆ เรื่องทั้งที่นี่และเว็บอื่นๆ

Job_The_Gamer's picture

แหม ผมเห็นคุณ Terminus เคยเล่นก็คันไม้คันมืออยากเล่นบ้างอ่ะครับ XD

EX: http://jusci.net/node/1935

istyle's picture

แล้วถ้าสลับกันเป็น อด20% อ้วน15% มันดีกว่าตรงไหนกัน?

mementototem's picture

ดีกว่าตรงที่ ดูเหมือนช่องว่างระหว่างคนที่มีอาหารให้กินอุดมสมบูรณ์กับคนที่ขาดแคลนอาหารนั้นห่างกันไม่มากไงครับ

nidlittle's picture

ไม่ใช่แล้ว จะสลับกันทำไมล่ะครับ ต้องหาทางลดทั้งสองอย่างสิ

lazywahwah's picture

การคัดเลือกโดยธรรมชาติ หรือ natural selection อยู่กับเราเสมอครับ ทุกๆ อย่างที่คนเราเป็นอยู่ ก็ล้วนเป็น subset ของธรรมชาตินี่แหละ

Perl's picture

ต้องโทษแก๊สโซฮอลครับ...

น้ำมันขึ้นราคาอาหารก็แพงขึ้นตาม

wichate's picture

คนรวย != อ้วน

ไม่ได้เกียวอะไรกับการกระจายทรัพย์ยากรเลย

ปล.เคยเห็นคนอ้วน เป็นโรคขาดสารอาหารมั๊ย....

ปล.ไม่น่าเอาคนอ้วนมาเทียบกับคนขาดสารอาหาร น่าจะเอาไปเทียบกับคนผอมมากกว่า (อ้วน ก็ขาดสารอาหารได้)

mementototem's picture

ในกรณีนี้ มันเป็นการกระจายสินค้าที่ไปกระจุกตัวอยู่ในบางพื้นที่ เพราะขายได้ราคาสูงกว่าการขายในพื้นที่ที่ขาดแคลนอาหาร เพราะกำลังซื้อแตกต่างกัน

แม้แต่การขายแบบเน้นปริมาณก็ยังเสี่ยงต่อการขาดทุนอยู่ สินค้าที่ใช้บริโภคต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ในการขนส่ง/จัดเก็บ แถมมีระยะเวลาจำกัด ต้นทุนจึงสูง การแปรรูปทำให้ค่าต้นทุนสูงขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงด้านอื่น เช่น รัฐบาลไม่มีความมั่นคง มาเฟีย เสี่ยงต่อการถูกขโมย ปล้นสะดม ทำให้การลงทุนมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วจึงไม่คุ้มที่จะลงทุน และถ้าบริษัททำกำไรไม่ได้ ก็จะไม่มีนักลงทุนคนไหนสนใจที่จะร่วมลงทุนเป็นแน่

บริษัทไม่ใช่มูลนิธิ บริษัทหวังผลกำไรเป็นหลัก และแม้แต่มูลนิธิยังมีการกระจายไม่ทั่วถึง รวมทั้งมีการปล้นสิ่งของที่บริจาคเพื่อเอาไปขายกันให้เห็นอยู่บ่อย ๆ ครับ

ป.ล. ที่จริงผมคิดว่า ขาดสารอาหาร ในที่นี้ หมายถึง มีอาหารบริโภคไม่เพียงพอต่อความต้องการมากกว่าครับ เรียกว่า ขาดแคลนอาหาร น่าจะถูกต้องมากกว่า

lew's picture

ประโยคแรกของคุณเป็นจริงเพราะเราอยู่ในสังคมที่หาอาหารได้อย่างพอเพียง (อย่างน้อยก็ "แคลลอรี่" ไม่นับสารอาหารอื่นๆ)

ในระดับโลกแล้ว ประเทศที่ยากจนยังมีน้ำหนักตัวต่อคนเป็นแนวโน้มที่เกี่ยวข้องกันครับ (อ่านเพิ่มเติม - แผนที่การบริโภคพลังงาน)

TOTEETIME's picture

รู้สึกว่าเคยอ่านเจอข่าวคนจนเป็นโรคอ้วนมากขึ้นนะครับ

และต่อให้คนเป็นโรคอ้วน 0% และคนขาดสารอาหาร 1% มันก็ยังน่าเศร้าอยู่ดี T_T