คนน้ำใจงามจะมีอายุยืน

By: terminus
Writer
on Mon, 12/09/2011 - 21:23

ใครที่ไม่เชื่อว่าทำดีแล้วจะได้ดี คงต้องหันกลับมาอ่านข่าวนี้แล้วแหละ เมื่อมีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าคนที่มีน้ำใจชอบช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนจะได้รับสิ่งที่ประเสริฐที่สุดในชีวิต นั่นคือ อายุที่ยืนยาวขึ้น

ทีมวิจัยที่นำโดย Sara Konrath แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกน ได้ติดตามข้อมูลสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 10,317 คนในรัฐ Wisconsin ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 1957 ถึง 2008 กลุ่มตัวอย่างมีทั้งชายและหญิงอย่างละประมาณครึ่งต่อครึ่ง รายละเอียดของข้อมูลที่ติดตาม ได้แก่ ข้อมูลทางด้านสุขภาพ ความถี่ในการอาสาช่วยงานสาธารณะ เหตุผลในการออกช่วยงาน การสูบบุหรี่ การดื่มเหล้า ฯลฯ

ผลปรากฏว่ากลุ่มตัวอย่างโดยรวมมีอายุเฉลี่ย 69 ปี กลุ่มตัวอย่างที่ไม่เคยอาสาช่วยงานสาธารณะเลยในช่วงเวลา 10 ปีหลังมีอัตราการตาย 4.3% ส่วนกลุ่มตัวอย่างที่ชอบอาสาบำเพ็ญประโยชน์โดยคิดถึงส่วนรวมเป็นสำคัญมีอัตราการตายเพียงแค่ 1.6% และเมื่อตัดปัจจัยด้านสุขภาพอื่นๆ ออกไป อัตราการตายของทั้งสองกลุ่มก็ยังแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญอยู่ดี

ที่น่าประหลาดใจ คือ กลุ่มตัวอย่างที่ออกไปทำงานอาสาแต่ทำไปด้วยเหตุผลส่วนตัว (เช่น เห็นว่ามันทำให้ตัวเองรู้สึกดี, หรือทำไปเพราะอยากหลีกหนีปัญหาของตัวเอง) มีอัตราการตาย 4% ซึ่งแทบจะไม่ต่างจากกลุ่มที่ไม่ได้ทำงานอาสาเลย

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ผลประโยชน์ที่ได้รับ (ในที่นี้คืออัตราการตายที่ลดลง) จากพฤติกรรมเสียสละ (altruism) น่าจะเป็นสิ่งที่ชดเชยให้กับมนุษย์ที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นซึ่งต้องเสียผลประโยชน์ส่วนตัวไปในตอนต้น (ต้นทุนทางด้านเวลาและแรงงาน) หรือพูดในเชิงวิวัฒนาการ ผลประโยชน์นี้ช่วยรักษาสมดุลให้ลักษณะพฤติกรรมเสียสละ (altruism) ยังคงอยู่ในประชากรได้

นอกจากนี้ยังเคยมีงานวิจัยเมื่อปี 2008 แสดงให้เห็นว่า มนุษย์โดยเฉพาะผู้หญิงให้คะแนนพฤติกรรมเสียสละว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเลือกคู่ครอง

สรุป คือ ใครอยากมีอายุยืนๆ มีแฟนเยอะๆ ให้รีบเสียสละออกไปบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมให้มากๆ (เอ๋! แล้วอย่างนี้จะเรียกว่า เห็นแก่ตัว หรือ เสียสละแบบมีจุดประสงค์ ดีหละ?)

ที่มา - Live Science

9 Comments

Architec's picture

ขอแย้งด้วยความเคารพครับ นักการเมืองที่ไหนก็ไม่รู้ปาเข้าไป 70-80 ยังอยู่ยงคงกระพัน งาบเงินภาษีสบายใจเฉิบ ให้ชาวบ้านด่าว่าเมื่อไหร่จะตายซะที orz

terminus's picture

อันนี้ไม่ได้ว่าใครเจาะจงนะครับ แค่อยากสวนกระแสบ้างอะไรบ้าง

ผมสังเกตมาหลายที่แล้วว่าหากมีเรื่องไหนโยงไปให้ "ด่า" นักการเมืองได้ พวกเราจะสนุกกับการด่าหรือการร่วมด่า (และที่น่ารำคาญที่สุด คือ พวกที่พอด่านักการเมืองที่ตัวเองไม่ชอบเสร็จแล้ว ก็สะบัดตูดเดินหนี ใครมาโพสต์แย้ง ก็จะโดนชี้หน้าด่าว่า "อย่ามาการเมืองได้ปะ")

ผมอยากถามว่ามันเป็น "อคติ" เกินไปหรือเปล่าครับ? ที่เราจะด่านักการเมืองอย่างเมามันเลย ทั้งที่บางครั้งมันไม่เกี่ยว (irrelevant) และไม่ถูกต้องตามตรรกะ (illogical)

อย่างความเห็นข้างต้นของคุณ Architec ผมเห็นว่ามันก็ไม่ถูกต้องที่จะสรุปแย้งด้วยกลุ่มตัวอย่างที่คุณสังเกตแค่ไม่กี่คน (ผมไม่เชื่อว่าคุณจะรู้จักนักการเมืองในโลกนี้ถึง 300 คน) [illogical] และ คำด่าที่ตามมาก็ไม่เกี่ยวกับประเด็น [irrelevant]

ขอย้ำอีกทีว่าผมไม่ได้ประสงค์ด่าใครจริงๆ นะ (ถ้าคุณ Architec รู้สึกว่าถูกกระทบ ผมต้องกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ผมแค่ยกตัวอย่างเฉยๆ) เพียงแค่รู้สึกแปลกๆ และอยากเสนอแนวคิดสวนกระแสบ้าง บางทีผมอาจเป็นหมาที่เห็นหมาตัวอื่นวนงับหางตัวเองตามเข็มนาฬิกา แล้วเกิดอยากเด่นกว่าตัวอื่น ก็เลยวนทวนเข็มไล่งับหางตัวเอง

Architec's picture

อู๊ย.... จิ๊บ.... ผมไม่ซีเครียสกับนักการเมืองครับ และก็ไม่เข้าฝ่ายไหนด้วย(จริงๆ) เวลาผมด่าก็ด่านโยบายหรือความประพฤติส่วนบุคคลครับ ฉะนั้นแล้วก็อย่าได้ไปเครียดกับข้อความนั้นเลยครับ (ต้องขออภัย)

ฉะนั้นแล้วด่าผมโลดตามสบายครับ ไม่เครียด :D

lertburut's picture

ชอบอันนี้อะครับ วันหลังขอเอาไปใช้บ้างนะครับ ^-^

PaPaSEK's picture

ผมล่ะชอบคนที่กล้าพูดแบบคุณ terminus จังเลยครับ ที่สำคัญคือควรมีสติอย่าไปหลงกับการเมืองมาก แล้วคุณกล้าที่จะพูดเพื่อให้สติคน แบบนี้ดีครับ

หลายๆ คนหายใจเข้าออกเป็นการเมือง โยงเข้าเรื่องการเมืองได้ทุกเม็ดแบบนี้ก็ไม่ไหวนะครับ

เห็นผมพูดแบบนี้แต่ผมชอบด่านักการเมืองนะ :)

lew's picture

ผมไม่ขำกับการออกความเห็นแบบนี้นะครับ มันเป็นการเหยียดคนตามอาชีพ ไม่ต่างอะไรกับการเหยียดเพศ หรือเหยียดอายุ

การกระทำเช่นนี้ไม่ได้รับการยอมรับนะครับ และการทำซ้ำมีโทษแบน

mementototem's picture

เท่าที่อ่านมาในตอนต้น รู้สึกว่า ถ้าทำแบบหวังผล (ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไรก็ตาม) ก็ไม่แตกต่างจากที่ไม่ได้ทำ ดังนั้น การสรุปในย่อหน้าสุดท้ายจึงไม่มีทางเป็นจริงได้ครับ :P

BLiNDiNG's picture

คาดว่า การหวังผลแฝงไปด้วยความเครียดว่าจะสำเร็จมั้ย เพราะต้องการผลลัพธ์มาก
ในขณะที่ไม่หวังผลก็ทำไปละกัน ไม่ได้ลุ้นผลตัวเองเท่าไร