El Niño เพิ่มความเสี่ยงสงครามกลางเมืองในประเทศเขตร้อน

By: terminus
Writer
on Sat, 27/08/2011 - 02:15

วัฏจักร El Niño/La Niña หรือที่เรียกกันอย่างเป็นทางการว่า "El Niño Southern Oscillation" (ENSO) เป็นวัฏจักรของสภาพอากาศที่ทำให้หลายพื้นที่แห้งแล้งอย่างหนักหรือน้ำท่วมอย่างหนักสลับกันไป

ทีมวิจัยที่นำโดย Solomon M. Hsiang แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ได้นำข้อมูลเหตุการณ์ความไม่สงบของหลายประเทศมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูล ENSO ในช่วงปี 1950-2004 (นับแต่เหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างต่ำ 25 คนขึ้นไป) พวกเขาพบว่าในปีที่เกิด El Niño นั้น อัตราการปะทุของวิกฤติความขัดแย้งในประเทศเขตร้อนที่ได้รับผลกระทบจาก ENSO เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับปีที่มี La Niña (6% สำหรับปีที่มี El Niño และ 3% ในปีที่มี La Niña)

ส่วนประเทศที่อยู่ในเขตที่ไม่โดนผลกระทบของ ENSO มีอัตราการเกิดสงครามกลางเมืองค่อนข้างคงที่ประมาณ 2%

ผลการวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Nature

เหตุผลเบื้องหลังความสัมพันธ์นี้คงเกี่ยวกับความจริงที่ว่าปีที่เกิด El Niño มักจะเกิดความแห้งแล้งเป็นวงกว้าง ประเทศที่มีปัญหาเรื่องช่องว่างการกระจายรายได้อยู่แล้วก็จะยิ่งตกระกำลำบากเข้าไปอีก ประชาชนจึงได้ลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาล นักวิจัยเชื่อว่า El Niño น่าจะมีส่วนร่วมในเหตุการณ์สงครามกลางเมืองถึง 21% ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในช่วงที่ทำการศึกษา

อย่างไรก็ตาม อย่าได้ตระหนกตกใจกับ El Niño มากไปนัก ประเทศพัฒนาแล้วที่ประชาชนอยู่ดีกินดี เช่น ออสเตรเลีย ก็ไม่ได้เกิดสงครามกลางเมืองเลยในช่วงที่ทำการศึกษา แม้ว่าประเทศตั้งอยู่ในเขตที่รับผลกระทบจาก ENSO จังๆ ก็ตาม

ฉะนั้นแล้วรัฐบาลประชาธิปไตยที่เอาใจใส่ประชาชนจึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องกลัว El Niño เลย ส่วนรัฐบาลที่ไม่เคยเห็นหัวประชาชน แล้งก็ช่างมัน น้ำท่วมก็ช่างมัน จงระวังให้ดี ปีที่มี El Niño อาจจะเป็นปีสุดท้ายของทุกสิ่งที่พวกท่านขโมยมาจากประชาชนก็ได้

ที่มา - Discovery News, Scientific American

6 Comments

mementototem's picture

อ่านตอนแรกกะจะแซว แต่อ่านจบแล้วไม่ต้องแซวแล้วล่ะ : )

neizod's picture

โถ่ หมดกัน หลังจากนี้จะไม่มีข่าวอีกแล้ว

ปล.ดูที่เลข node

tuinui98's picture

บทความนี้เหมือนหมาโตขึ้นทำให้ลูกฉันโตขึ้นเลยแฮะ ปัจจัยคงไม่ได้มีแค่อากาศร้อนคนเลยอยากยิงกันหรอกมั้ง

แต่ถึงขนาดตีพิมพ์ใน Nature นี่ ...พลังงานสะอาดต้านโลกร้อน ดูท่าจะเป็นฟองสบู่ฟองต่อไปในอนาคตจริง ๆ แฮะ...

wichate's picture

ENSO > ความเป็นอยู่ของประชาชนตกต่ำ > รัฐบาลไม่แก้ไข > ประชาชนประท้วง

มันเป็นขั้นเป็นตอนของมัน แต่ผลวิจัยดันบอกว่า ENSO > ประชาชนประท้วง (จับแพะชนแกะอีกแล้ว)

ปล.เห็นด้วยกับคำที่บอกว่า "หมาโตขึ้นทำให้ลูกฉันโตขึ้น"

Thaina's picture

มันมีคำว่า "เพิ่มความเสี่ยง" ติดไว้อยู่ครับ หรือไม่เห็น?

tuinui98's picture

อย่างที่ผมบอกครับว่าปัจจัยยังมีอะไรอีกหลายอย่าง
แต่สิ่งที่งานวิจัยต้องการนำเสนอกลับเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจเป็นผลกระทบ ที่มีนัยสำคัญแค่ "อาจจะเพิ่มความเสี่ยง"

ทั้งที่มีปัจจัยอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุโดยตรง เช่นศาสนา ความไม่เท่าเทียมกันในสังคม การกดขี่ หรือแม้แต่ปัจจัยทางด้านฮอร์โมนเพศในวัยเจริญพันธุ์ ที่ยังจะดูมีน้ำหนักและนัยสำคัญ และดูจะเป็นผลโดยตรงมากกว่าโลกร้อนอย่างที่งานวิจัยนี้กล่าวถึงซะอีก

ก็เลยตั้งข้อสังเกตไว้เท่านั้นเองครับ ...ดักคอไว้เผื่อจะมีคนเอาไปอ้างว่าลดโลกร้อนช่วยสร้างความปรองดองในชาติได้...