เรื่องสะเทือนใจจะติดค้างในความจำระยะสั้น

By: mementototem
Writer
on Tue, 07/06/2011 - 12:27

ชีวิตของคนเรามีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา อาจจะทะเลาะกับเพื่อน กับแฟน สูญเสียพ่อแม่ หรือบุคคลอันเป็นที่รัก แต่ส่วนใหญ่แล้ว เราจะผ่านช่วงเวลาอันยุ่งยากเหล่านั้นมาได้กันแทบทุกคน มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ยังติดอยู่กับเรื่องสะเทือนใจเหล่านี้ และบางคนก็ทำให้เรื่องเหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จากการศึกษาของคุณ Jutta Joormann แห่งมหาวิทยาลัยไมอามี่ ร่วมกับคุณ Sara Levens และคุณ Ian H. Gotlib แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่จะตีพิมพ์ในนิตยสาร Psychological Science ฉบับหน้า พบว่า คนยึดติดกับเรื่องสะเทือนใจจนไม่อาจลืม หรือทิ้งมันไว้ข้างหลังได้ เพียงเพราะว่า พวกเขาไม่สามารถหันเหความสนใจออกไปจากเรื่องสะเทือนใจเหล่านั้นได้

คนที่ไม่สามารถฟื้นตัวจากเหตุการณ์เลวร้ายที่เจอได้ เป็นเพราะว่า พวกเขาหวนรำลึกถึงเหตุการณ์นั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่อาจหยุดตัวเองได้ ถึงแม้พวกเขาจะรู้ตัวดีว่า การคิดถึงเรื่องนี้ซ้ำ ๆ ไม่เป็นผลดีต่อตัวเอง และควรจะหยุดคิดได้แล้ว แต่พวกเขากลับทำไม่ได้ คุณ Jutta สงสัยว่าคนกลุ่มนี้จะมีปัญหาด้านความจำระยะสั้น (working memory) ความจำระยะสั้นไม่เพียงช่วยให้เราจำรายการสิ่งของที่ต้องซื้อ หรือใช้ตอนคิดเลขในใจเท่านั้น แต่รวมไปถึงอะไรที่กำลังอยู่ในหัวคุณด้วย คุณ Jutta จึงคิดว่า คนกลุ่มนี้จะมีปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนความคิดจากเรื่องเดิมไปสู่เรื่องใหม่

คุณ Jutta และเพื่อนร่วมงานจึงได้รับอาสาสมัครจำนวน 26 คนที่เคยมีเรื่องสะเทือนใจ และอีก 27 คนที่ไม่เคยมีเรื่องสะเทือนใจมาทดสอบสมมุติฐานของเธอ โดยให้อาสาสมัครแต่ละคนนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ที่จะแสดงคำออกมาทีละคำในแต่ละวินาที จำนวน 3 คำ แล้วให้อาสาสมัครจำคำเหล่านี้แล้ว แล้วตอบแบบเรียงจากหลังไปหน้า คนที่ตอบได้เร็วกว่าจะถือว่าเป็นคนที่มีความจำดี

ผลปรากฎว่า คนที่เคยมีเรื่องสะเทือนใจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียงคำ ลำดับของคำที่รับรู้มาจะติดค้างอยู่ในความจำระยะสั้น ส่งผลให้ตอบได้ช้ากว่าคนทั่วไป และยิ่งช้าลงไปอีกถ้าคำเหล่านั้นมีความหมายในแง่ลบ เช่น ความตาย หรือ ความเสียใจ และเธอยังพบว่า คุณเหล่านี้จะชอบคิดมากกับปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตอีกด้วย

เธอหวังว่าการค้นพบครั้งนี้ของเธอ จะช่วยให้คนที่มีอาการจิตตกเหล่านั้นได้รับคำแนะนำที่จะช่วยให้พวกเขาเปลี่ยนความคิดไปจากเรื่องร้าย ๆ ที่เคยเจอได้

เวลาทำให้เรื่องเหล่านั้นกลายเป็นอดีตไปแล้ว ตัวเราเองต่างหากที่รู้สึกว่ามันยังคงเป็นปัจจุบันสำหรับเราอยู่

ที่มา: APS

3 Comments