กินน้ำตาลมากทำให้หนอนมีกลิ่น โชคร้ายอาจถูกมดจับกิน

By: terminus
Writer
on Tue, 26/04/2011 - 19:18

บนผิวใบของต้นยาสูบป่า Nicotiana attenuata มีเส้นขนแข็งๆ ที่เรียกว่า "Trichome" ปกคลุมเต็มไปหมด ขนพวกนี้จะช่วยทำหน้าที่เป็นอุปสรรคไม่ให้แมลงเข้ามากัดกินใบได้ง่ายๆ บางทีก็จะมีการหลั่งน้ำตาลเหนียวๆ ออกมาตามขน trichome ด้วย สัตว์กินใบขนาดเล็ก เช่น เพลี้ยอ่อน ด้วงหมัดกระโดด ไรแมงมุม ฯลฯ ที่หลงเข้ามาก็จะติดกับดักเหนียวหนึบนี้ ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ จนอดอาหารตายในที่สุด

แต่หนอนของผีเสื้อกลางคืน Manduca sexta และ Spodoptera spp. อีกสองสปีชีส์ กลับเขมือบกินใบยาสูบอย่างไม่สะทกสะท้าน แถมน้ำตาลและสารอาหารที่อยู่ใน trichome ยังกลายเป็นเมนูโปรดของหนอนไปเสียด้วย ตอนแรกนักวิทยาศาสตร์ก็คิดว่าหนอนพวกนี้เก่งมากที่สยบอาวุธป้องกันตัวของพืชได้อย่างราบคาบ สงครามรู้ผลแพ้-ชนะแล้ว...

...แต่การค้นพบของทีมวิจัยที่นำโดย Ian Baldwin แห่ง Max Planck Institute for Chemical Ecology ใน Jena แสดงให้เห็นว่าสงคราม "หนอน-ต้นยาสูบ" ไม่ได้จบลงง่ายขนาดนั้น ต้นยาสูบป่ายังมีกลศึกเหยียบเมฆอีกชั้นเพื่อจัดการหนอนพวกนี้

ทีมวิจัยได้เอาหนอนที่กินใบยาสูบมาตรวจสอบดูในห้องทดลอง พวกเขาพบว่าหลังจากที่หนอนผีเสื้อกินสารที่ปล่อยออกมาจากขน trichome ของใบยาสูบป่าเข้าไป กลิ่นตัวของหนอนจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ที่ผมบอกว่า "เห็นได้ชัด" ไม่ใช่ "ดมได้ชัด" ก็เพราะนักวิจัยไม่ได้ดมกลิ่นหนอนหรอก แต่พวกเขาจับเอาร่างกายและอุจจาระของหนอนไปตรวจแล้วเห็นว่ามีสารระเหย (volatile compound) ตัวใหม่ปลดปล่อยออกมา สารระเหยมีกลิ่นเหล่านั้นส่วนใหญ่เป็นสารประกอบพวก aliphatic acid ที่มีแขนงย่อย

นักวิทยาศาสตร์คาดว่าสาร aliphatic acid ในร่างกายหนอนได้มาจากการย่อยของน้ำตาลชนิดพิเศษพวก acyl-sugars ซึ่งได้มาจากใบยาสูบที่โดนหนอนกินอีกที หนอนที่มีกลิ่นสาร aliphatic acid ติดตัวก็จะมีเสน่ห์เย้ายวนขึ้นทันทีในสายตาผู้ล่าทั้งหลาย เหมือนกับแปะป้ายโฆษณาเชื้อเชิญให้มากินตัวเองยังไงยังงั้น

ทีมวิจัยของ Ian Baldwin ยังไม่แน่ใจนักว่าผู้ล่าตัวใดคือตัวหลักนำทัพเข้ามาโจมตีหนอนกลิ่นตัวแรงพวกนี้ อาจจะเป็นมวนนักล่าในสกุล Geocoris หรือมดจอมเขมือบอย่าง Pogonomyrmex rugosus ก็ได้ จากการทดลองพวกเขาพบว่ามดมีแนวโน้มวิ่งเข้าหาอาหารที่มีกลิ่นของสาร aliphatic acid แบบเดียวกันหนอนมากกว่าอาหารที่ไม่มีกลิ่นติด

กลศึกส่งสัญญาณเรียกผู้ล่ามารุมโทรมศัตรูของพืชแบบนี้ เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราเรียกว่า "indirect defense strategy" หรือ "กลยุทธป้องกันตัวทางอ้อม" ซึ่งพบได้ทั่วไปในสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ของพืชและแมลง

ที่มา - Science Daily

11 Comments

hisoft's picture

ผมยังสงสัยอยู่ว่าเรื่องล้ำลึกขนาดนี้ธรรมชาติออกแบบให้มันวิวัฒนาการมาได้อย่างไรกันครับ? แบบเรื่องลูกตาอีก เราวิวัฒนาการมาได้อย่างไรว่าต้องมีเลนส์ถึงจะชัด ถ้าปรับเลนส์แล้วจะปรับโฟกัสได้ ต้องมีวุ้นในลูกตาเพื่อให้ได้ระยะระหว่างเลนส์กับจอรับภาพ?

The Phantom Thief

Thaina's picture

มันมั่วครับ
แล้วมันมากรองเอาด้วยกฏที่ว่า อันไหนที่ใช้ได้ ทำให้มีชีวิตรอด มันก็รอดมาได้เรื่อยๆ

ยีนของพวกต้นพวกนี้มันก็สุ่มมั่วตลอดเวลาอยู่แล้ว
มันไม่ได้ตั้งใจ ต่อให้ไม่มีหนอนกิน มันก็จะสุ่มมั่วไปเรื่อยๆตามหลักการสืบพันธุ์
ทั้งการ CrossOver กลายพันธุ์ Hybrid หรืออะไรต่างๆนาๆ

แล้วพอจังหวะดีๆ สุ่มออกมาแล้วใบมันผลิตสารเคมีแปลกๆ แล้วมีผลให้มันรอดชีวิตมากกว่าเพื่อนพี่น้องของมัน มันก็จะรอดมาเรื่อยๆ

ไอ้เรื่องนี้ก็เหมือนกัน หลักการง่ายๆครับ ไอ้ใบพวกนี้มันหวานอร่อย มีหนอนชอบกิน (ซึ่งไอ้การที่ใบอะไรจะหวานอร่อย มันก็มั่วมา ซึ่งให้ผลไม่ดีเท่าไหร่)
แล้วพอมีหนอนมากินใบพวกนี้เยอะเข้าๆ ไม่นานไอ้ต้นพวกนี้ก็ตายหมด
เพียงแต่ระหว่างนั้น มันก็จะมีบางต้น ที่สุ่มยีนไปมา ได้ยีนที่ผลิตสารล่อมด
พอมีหนอนมากิน ยังไม่ทันที่หนอนตัวนั้นมันจะได้เติบโตแพร่พันธุ์ ออกลูกหลานมากินใบของไอ้ต้นนี้ต่อ ก็โดนกองทัพมดขนไปเปนอาหารค่ำ ไอ้ต้นไม้ต้นนี้มันก็เลยรอดมาได้เพราะใบโดนแทะๆไปไม่กี่ใบ

ตรงข้ามกับพี่น้องเพื่อนพ้องที่สุ่มมาแล้วไม่ได้อะไรดีๆเลย ก็โดนแทะใบเหี้ยน เฉาตายเรียบ มันก็เลยได้โอกาสปล่อยเมล็ดลูกหลานลงไปแทน
ก็กลายเปนการวิวัฒนาการไป
แถมถ้ามีลูกหลานต้นไหน ที่สุ่มยีนออกมาแล้ว ทำไอ้ยีนที่ผลิตสารล่อมดนี่หายไป ก็โดนแทะใบเละ ตายหมด จนมันเหลือแต่ต้นที่ผลิตสารล่อมดได้อยู่ทั่วไป

หรือบางทีเพื่อนพ้องพี่น้องของไอ้ต้นนี้ก็อาจสุ่มได้อะไรอย่างอื่น เช่น ได้ยีนที่ทำให้ใบไม่อร่อย หรือกลายเปนใบมีพิษไปเลย
หรือบางทีอาจสุ่มได้ยีนที่ทำให้ผลิตใบได้มากกว่าปกติ จะมีหนอนกี่ตัวมากินก็ยังสบายๆ
หรือบางทีก็อาจสุ่มออกมาแล้ว ทิ้งยีนที่ทำให้ใบมันหวานอร่อยออกไปได้ ทำให้หนอนที่มากินลดลง
ก็กลายเปนว่าวิวัฒนาการไปอีกสายหนึ่งเหมือนกัน

aomnaruk's picture

อ่านหัวข้อครั้งแรกตกใจหมดเลย พึ่งกินน้ำอัดลมเข้าไปหยกๆ = =*

nidlittle's picture

555+
ผมว่าคุณ terminus จงใจนะ หรือไม่ก็ผมเองนี่ล่ะที่หมกมุ่น XD