แค่เรื่องเนื้อสัตว์โคลนนิง...สหภาพยุโรปทะเลาะกันทั้งคืนไม่จบ

By: terminus
Writer
on Wed, 30/03/2011 - 22:18

เมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคม 2011 ตัวแทนของสหภาพยุโรปได้เข้าร่วมประชุมกัน ณ กรุงบรัสเซลล์ เพื่อหาข้อตกลงเกี่ยวกับการติดฉลากเนื้อสัตว์ที่มาจากสัตว์โคลนนิง (Cloned animals)

ตั้งแต่ก่อนเปิดฉาก ที่ประชุมก็แบ่งแยกกันเป็นสองขั้วอย่างชัดเจน ขั้วแรกคือรัฐสภายุโรป (European Parliament) ซึ่งต้องการจะให้ติดฉลากบนสินค้าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ทำจากสัตว์โคลนนิงรวมถึงสัตว์ที่เป็นลูกหลานของมันด้วย ส่วนอีกขั้วเป็นด้านของคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป (European Union Council) ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากประเทศสมาชิก ด้านนี้เรียกร้องให้บังคับติดฉลากเฉพาะผลิตภัณฑ์จากสัตว์โคลนนิงเท่านั้น ไม่ต้องรวมไปถึงลูกหลานของมัน

ทีแรก การต่อรองก็ดูเป็นไปด้วยดี เมื่อคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปยอมถอยให้หนึ่งก้าว โดยตกลงว่าจะบังคับให้ติดฉลากเนื้อจากสัตว์โคลนนิงให้หมดภายใน 6 เดือน ส่วนการติดฉลากผลิตภัณฑ์จากลูกหลานของสัตว์โคลนนิงจะทยอยบังคับใช้ไปเรื่อยๆ ให้ครบภายในเวลา 2 ปี

แต่รัฐสภายุโรปไม่พอใจกับข้อเสนอของคณะมนตรีฯ จึงยังยืนตามคำขาดของตัวเองต่อไปที่จะต้องติดฉลากสินค้าทุกอย่างที่มาจากสัตว์โคลนนิงและลูกหลานให้หมดโดยพร้อมเพรียงกันเป็นอย่างน้อย ตัวแทนของรัฐสภายุโรปบ่นกระปอดประแปดว่า "หงุดหงิดมากที่คณะมนตรีฯ ไม่ยอมฟังเสียงสาธารณชนแม้แต่นิด"

ก่อนหน้านี้ในปี 2008 ได้มีการสำรวจประชาชนของประเทศในสหภาพยุโรปจำนวน 25,000 คน 58% เห็นว่าการโคลนนิงสัตว์เพื่ออาหารเป็นเรื่องที่ฟังไม่ขึ้น 83% เห็นด้วยกับการติดฉลากเนื้อสัตว์ที่มาจากสัตว์โคลนนิง และ 63% บอกว่าไม่คิดจะซื้ออาหารที่ทำจากสัตว์โคลนนิง

งานนี้คนที่ควรจะเป็นตัวกลางอย่างคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ก็ไม่สามารถช่วยให้อะไรดีขึ้นได้ หนำซ้ำรัฐสภายุโรปยังมองด้วยว่าคณะกรรมาธิการยุโรปไม่เป็นกลางจริง มีแอบเข้าข้างคณะมนตรีฯ ในหลายๆ ประเด็น

ตัวแทนของคณะมนตรีฯ ก็ยอมรับว่าเหนื่อยใจกับความรั้นของรัฐสภายุโรปเหมือนกัน เพราะตามรายงานของ European Food Safety Authority (EFSA) ก็สรุปไว้แล้วว่าสัตว์ที่เป็นลูกหลานของสัตว์โคลนนิงไม่ได้มีความแตกต่างจากสัตว์ที่เกิดจากพ่อแม่สัตว์ธรรมดาเลย กระทั่งเนื้อหรือนมจากสัตว์โคลนนิงเองก็ไม่ได้มีความแตกต่างจากเนื้อนมของสัตว์ที่เกิดจากธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามรัฐสภายุโรปก็แย้งว่าในรายงานเดียวกับที่คณะมนตรีฯ อ้างนั้นได้มีชี้แจงไว้ด้วยว่าการศึกษาถึงผลกระทบของอาหารจากสัตว์โคลนนิงยังมีไม่มากพอ ตัวแทนของรัฐสภายุโรปแขวะว่า เหตุผลลึกๆ ที่คณะมนตรีฯ กับคณะกรรมาธิการฯ ไม่ยอมรับข้อเสนอของรัฐสภายุโรปเป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ

สรุปทั้งคืนนั้น ทั้งสองฝ่ายก็เถียงกันไปมา ต่างก็โทษว่าอีกฝ่ายทำเสียเรื่อง ถ้านับกันตั้งแต่ที่ประเด็นนี้ถูกยกขึ้นมาครั้งแรก สหภาพยุโรปได้ถกเถียงเรื่องนี้ต่อเนื่องกันมายาวนานกว่าสามปีแล้ว ความล้มเหลวครั้งนี้แปลว่ามีโอกาสที่เราจะได้เห็นฉากเดิมๆ อีกครั้งในการประชุมรอบหน้า

ที่มา - Scientific American

13 Comments

witna's picture

คิดว่าเป็นความเชื่อที่มีพื้นฐานมาจากศาสนาด้วยละมังนี่

ทางคริสตชน เขาเชื่อว่า การโคลนนิ่งเป็นการฝ่าเฝือกฏของพระผู้เป็นเจ้า ก็เลยแอนตี้กันละมังนี่

ฝ่ายเรา โคลนมาเหอะ มีกินให้อยู่รอดได้เป็นพอ
ยึดตามพุทธเราแล้ว สัตว์โคลนนิ่ง ก็มีกรรมเก่าที่ทำไว้ให้ต้องเกิดมาเป็นโคลน
กรรมใครกรรมมัน (อย่ามากำเราแลัวกัน)

Thaina's picture

อ่านแล้วก็พบว่าเปนความงั่งของ Parliament ชัดๆ

เพราะ "83% เห็นด้วยกับการติดฉลากเนื้อสัตว์ที่มาจากสัตว์โคลนนิง" ไม่มีบอกซักคำว่า "รวมไปถึงลูกหลานของมันด้วย"
และ Council ก็อ่อนข้อให้แล้วด้วยซ้ำ ว่าจะพยายามบังคับใช้ตาม Parliament ในสองปี

ถ้าต้องการขนาดนั้นควรไปทำแบบสำรวจสอบถามให้แน่ชัดอีกเรื่องสิ

ที่สำคัญคือการโคลนนิ่ง ไม่มีการตัดต่อพันธุกรรมด้วยซ้ำ แทบไม่ต่างกับผสมเทียม ที่ทำกันมาเปนร้อยปี

ไม่ได้เรื่อง ไม่ได้เรื่อง ไม่เข้าท่า

a2b2c517's picture

คือตอนนี้มีเนื้อสัตว์โคลนนิ่งอยู่ในตลาดแล้วเหรอครับ?

levy's picture

ไม่ทราบว่ามีการวิจัยชัดเจนรึยังครับ เกี่ยวกับผลกระทบ กินไปก็หวั่นๆ

joomla's picture

ยิ่งกว่า GMO เพราะ GMO ยังไม่ทราบผลทางลบที่ชัดเจน แต่โคลนนิ่งนี่ตัวโคลนจะแก่เร็วกว่าตัวจริง อายุสั้นกว่า เนื้อที่กินมีผลต่อคน?

lancaster's picture

เท่าที่นึกได้ เนื้อสัตว์ที่แก่ มันก็เหนียวกว่าอะครับ

mementototem's picture

ที่สงสัยกว่าคือ "มันจำเป็นต้องโคลนนิ่งเพื่อกินเนื้อกันเลยเหรอ?"

เรื่องนี้สุดท้ายคงจะเถียงกันประมาณว่า "มันไม่มีผลวิจัยที่บอกว่าอันตรายจริง ๆ" กับ "มันก็ไม่มีผลวิจัยที่บอกว่าปลอดภัยจริง ๆ เหมือนกัน"

lew's picture

ส่วนมากเป็นประเด็นเรื่องของสายพันธุ์น่ะครับ เพราะเวลาผสมพันธุ์ไปเรื่อยๆ แล้วพันธุ์มันจะเปลี่ยนไป ผสมพันธุ์กันเองในครอบครัวยิ่งแย่ ด้านแย่ๆ จะเด่นขึ้นเรื่อยๆ

ถ้า cloning ได้ ต่อจากนี้ใครผสมสายพันธุ์ดีๆ ขึ้นมาได้ ก็เพาะให้เหมือนกันได้ทั้งฟาร์ม

mementototem's picture

เอ่อใช่ แม้แต่แฝดยังไม่เหมือนกันแป๊ะเลยนี่นา

แต่แบบนี้ผมก็ว่า ไม่ควรจะใช้กับลูกหลานของมันนะ เพราะมันลูกมันในแต่ละตัว ก็จะไม่เหมือนกันไปแล้ว แค่ มันมีพี่น้อง ร่วม DNA เยอะไปหน่อย : )

virusfowl's picture

สงสัย คำว่า "โคลนนิ่ง" ตกลงแล้วมีหรือไม่มี ไม้เอก หว่า ผมว่ามันน่าจะต้องมีนะ แต่ในเนื้อข่าวใช้ว่า "โคลนนิง" ทุกคำเลยอ่า

terminus's picture

ผมแค่ไม่อยากใช้คำว่า "โคลน" มันดูสับสนกับดินโคลน เลยใช้โคลนนิง ส่วนที่ไม่เติมไม้เอกก็เพราะเดี๋ยวมันจะเป็นดินโคลนนิ่งๆ 555+

พิมพ์ไปอ่านไปแล้วรู้สึกว่าตัวเองแถ-ลง จริงๆ
เอาเป็นว่าผมก็ใช้ปนๆ กันไปมั่วๆ แบบนี้แหละ บางข่าวอาจจะเห็นผมเขียน "โคลนนิ่ง" หรือแม้แต่ "โคลน" เฉยๆ ก็ได้