สถานการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาดีขึ้นแล้ว?

By: terminus
Writer
on Fri, 18/03/2011 - 00:45

หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิขนาดยักษ์ถล่มชายฝั่งตะวันออกของประเทศญี่ปุ่น (Sendai Earthquake) ในวันที่ 11 มีนาคม 2011 โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมาก็อยู่ในสภาพวิกฤติตึงเครียดมาตลอด แต่เมื่อตอนเช้าของวันที่ 17 มีนาคมผ่านพ้นไปด้วยดี สถานการณ์ต่างๆ ก็ดูเหมือนกำลังจะคลี่คลาย

วิกฤติเริ่มต้นจากการระเบิดของก๊าซไฮโดรเจนที่เตาปฏิกรณ์ที่ 1 ของโรงไฟฟ้า Fukushima Daiichi ในวันที่ 12 มีนาคม ตามด้วยการระเบิดอย่างเดียวกันที่เตาที่ 3 และ 2 ตามลำดับในวันต่อๆ มา และสถานการณ์ก็ย่ำแย่อย่างหนักหลังจากการเกิดเพลิงไหม้และระเบิดที่อาคารเตาที่ 4 ในวันที่ 15 ด้วยสาเหตุจากความร้อนสะสมที่แท่งเชื้อเพลิงใช้แล้ว (ปํญหานี้ต่อมาก็เกิดกับเตาปฏิกรณ์ที่ 3 ด้วย) หลังจากนั้นข่าวเหตุการณ์ก็ดูเหมือนอลเวงไปหมด เดี๋ยวมีรายงานเตานั้นระเบิด เดี๋ยวเตานี้ไฟไหม้ (ผมขอโทษด้วยที่ไม่สามารถลำดับเหตุการณ์แน่ชัดได้ แต่ผ่านไปสักพักคงมีข่าวสรุปออกมาให้อ่านกันจนเบื่อเลยแหละ) แต่หนักสุดๆ ก็คงเป็นเตาที่ 2, 3 และ 4 ซึ่งมีการรั่วไหลของกัมมันตรังสีในระดับที่เป็นอันตราย (ค่าที่วัดได้เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2011 เฉลี่ยอยู่ประมาณ 3-4 millisieverts ต่อชั่วโมง)

เมื่อตอนเช้า 9:48 น. ของวันที่ 17 มีนาคม (ตามเวลาในประเทศญี่ปุ่น) เฮลิคอปเตอร์ CH-47 Chinook ของกองกำลังปกป้องประเทศได้เข้าไปโปรยน้ำทะเลเป็นตันๆ ลงมาหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์ที่ 3 และ 4 หลังจากที่เมื่อวานต้องยกเลิกภารกิจเนื่องจากมีการแผ่รังสีสูงเกินไป

แม้ว่าผู้ที่เข้าไปสังเกตการณ์จะเชื่อว่าน้ำจากเฮลิคอปเตอร์ไม่ช่วยอะไรมากนัก เพราะน้ำไปตกนอกเป้าเสียเกือบหมด แต่ก็เป็นนิมิตหมายอันดี ต่อมาเจ้าหน้าที่ TEPCO, ตำรวจ, และทหารก็สามารถลำเลียงรถดับเพลิงเอาปืนฉีดน้ำเข้ามารดน้ำหล่อเลี้ยงเตาปฏิกรณ์ที่มีปัญหาทั้งหมดได้ แม้ในตอนแรกจะยุ่งยากไปสักหน่อย เพราะติดอุปสรรคดินโคลนและสิ่งกีดขวางที่คลื่นสึนามิซัดเข้ามาทิ้งไว้ (รถดับเพลิงนี้ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติการได้โดยไม่ต้องออกมาจากตัวถังรถ)

TEPCO รายงานสถานการณ์ในตอนนี้ว่าเจ้าหน้าที่สามารถเข้าไปกู้ระบบควบคุมไฟฟ้าและระบบหล่อเย็นหลักในสถานีได้แล้ว หวังว่าอีกไม่นานระบบต่างๆ ก็จะกลับมาทำงานได้ตามปกติ

เท่าที่ทราบล่าสุด แท่งเชื้อเพลิงในเตาปฏิกรณ์ที่ 1, 2 และ 3 ถูกน้ำทะเลฉีดเข้าท่วมหมดและเริ่มเย็นลงแล้ว ไม่น่าจะเกิดระเบิดขึ้นมาได้อีก เพราะฉะนั้นตอนนี้ความกังวลก็เหลือเพียงแค่ว่า suppression pool หรือ torus ในเตาที่ 2 และ 3 มีการรั่วมากน้อยแค่ไหน?

ศาสตราจารย์ Barry Brook แห่ง University of Adelaide ให้ความเห็นว่า "จุดเลวร้ายสุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว"

To be honest, and I don't want to sound too optimistic, but I think the worst is probably over.

แน่นอน คนที่ควรจะได้รับคำชมเชยมากที่สุดในวิกฤติครั้งนี้คือ เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปควบคุมสถานการณ์ทุกท่าน เพราะครั้งนี้ถือเป็นงานที่เสี่ยงพอๆ กับการเดินเข้าสมรภูมิเลยทีเดียว กัมมันตภาพรังสีที่พวกเขาได้รับอาจส่งผลต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว เช่น เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง เป็นต้น

จบงานนี้ ทางการญี่ปุ่นสมควรสร้างอนุสาวรีย์อย่างน้อยสักอันแล้วแหละ

ที่มา - BBC News, The Register

  • Update 18/03/2011 16:34
    วันที่สองของการขนรถเข้าไปฉีดน้ำก็สำเร็จลงไปด้วยดี สรุปวันที่สองนี้ มีน้ำจากท่อดับเพลิงในโรงงานรวมกับน้ำที่กองกำลังปกป้องประเทศฉีดเข้าไปร่วมกันระดมรดเตาปฏิกรณ์ที่ 3 และ 4 มากถึง 50 ตัน และ TEPCO คาดการณ์ว่าภายในวันเสาร์ที่ 19 มีนาคม ระบบควบคุมไฟฟ้าจะกลับคืนมาใช้งานได้ตามปกติ
    แต่สถานการณ์ของการแผ่กัมมันตรังสียังคงแย่อยู่ บางจุดในโรงไฟฟ้ามีค่าวัดได้สูงถึง 20 mSV (millisievert)
    อย่างไรก็ดี ตอนบ่ายของวันที่ 18 มีนาคม หลังจากภารกิจระดมฉีดน้ำประจำวันเสร็จสิ้น อัตราการแผ่รังสีที่เตาปฏิกรณ์ที่ 3 ก็ลดลงบ้างเล็กน้อย

  • Update 19/03/2011 23:34
    ประมาณช่วงบ่ายของวันที่ 19 มีนาคม เจ้าหน้าที่ของ TEPCO ได้เดินสายไฟจากภายนอกเข้าไปยังระบบควบคุมไฟฟ้าของเตาปฏิกรณ์ที่ 1 และ 2 เสร็จแล้ว เหลือแค่รอตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ก่อนสับสวิตช์ปล่อยกระแสไฟฟ้า - ที่มา NHK World

4 Comments

lingjaidee's picture

ติดตามมาตลอด Jusci เรียบเรียงมาได้ดีและรอบด้านที่สุดแล้วครับ ;)

lew's picture

งานนี้หลายคนคาดว่าแกนเชื้อเพลิงบางส่วนอาจจะ meltdown ไปบ้างแล้ว

ควบคุมได้แล้วคงต้องเข้าไปสำรวจจริงๆ ซักที