อุบัติเหตุที่ญี่ปุ่นหยุดกระแสพลังงานนิวเคลียร์ในเอเซียไม่ได้, เยอรมนีสั่งหยุดโรงไฟฟ้า

By: terminus
Writer
on Wed, 16/03/2011 - 02:41

แม้ว่าแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ตามมาตราริกเตอร์จะสร้างวิกฤติหนักหนาในกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาในญี่ปุ่น (และวินาทีที่ผมเขียนอยู่นี้ วิกฤติก็ยังดำเนินอยู่อย่างตึงเครียด) แต่โครงการพลังงานนิวเคลียร์ก็ยังมีแนวโน้มอนาคตที่สดใสในหลายๆ ประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเซีย

เอาเฉพาะตัวเลขก่อน จำนวนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังสร้างอยู่ทั่วโลกตอนนี้ 40 จาก 62 โรงอยู่ในทวีปเอเซีย!

ของใหญ่สุดคงไม่มีใครเกินหน้า ประเทศจีน ซึ่งมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่กำลังสร้างอยู่ถึง 27 โรง และมีแผนว่าจะสร้างเพิ่มอีก 50 โรงในอนาคต ทางกระทรวงป้องกันคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของจีน (ministry of environmental protection) ได้ออกมายืนยันแล้วว่าแผนดังกล่าวยังคงเดินหน้าต่อไป ไม่มีอันไหนเปลี่ยนแปลง ชะลอ หรือยกเลิก

รองลงมาก็เป็น เกาหลีใต้ และ อินเดีย ซึ่งตอนนี้ก็กำลังมีโรงไฟฟ้าสร้างอยู่ประเทศละ 5 โรง และมีแนวโน้มว่าจะมีตามมาอีก 25 โรง เกาหลีใต้แสดงท่าทีชัดเจนว่าลุยต่อแน่ ประธานาธิบดี ลี มุง บัก เชื่อว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเกาหลีใต้จะก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้าทั้งทางด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ส่วนอินเดียแม้ไม่ออกมาแสดงอาการมั่นใจเท่า แต่ก็มีการสั่งตรวจเข้มระบบความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าที่กำลังจะสร้างเพิ่มทุกโรง

หันมาดูประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่าง เวียดนาม ซึ่งมีแผนจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 8 แห่งภายใน 20 ปีข้างหน้า Vuong Huu Tan ประธานสถาบันพลังงานนิวเคลียร์ของเวียดนาม ให้สัมภาษณ์อย่างมั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับญี่ปุ่นไม่น่ากระทบแผนพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์

บังคลาเทศ ก็ไม่น้อยหน้าโดยให้ความเชื่อมั่นกับสื่อว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สองโรงที่จะสร้างในประเทศนั้นเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นที่สาม ทันสมัย ปลอดภัย ไม่หวั่นแม้วันมามาก เอ๊ย แม้จะโดนแผ่นดินไหวขนาดใหญ่กว่าที่ญี่ปุ่นเจอ (โครงการพลังงานนิวเคลียร์ในบังคลาเทศได้การสนับสนุนช่วยเหลือจากรัสเซีย)

อย่างไรก็ตาม ก็มีอยู่อีกหลายประเทศเหมือนกันที่แสดงความกังวลต่อโครงการพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศ เช่น มาเลเซีย ซึ่งมีแผนสร้าง 2 โรง ก็แบ่งรับแบ่งสู้ อ้อมแอ้มไปว่ายังเหลือเวลาอีกเป็นสิบๆ ปีกว่าจะสร้างเสร็จ คงมีเวลาศึกษากันอีกเยอะ

ออสเตรเลีย ก็แสดงแนวโน้มที่ไม่ค่อยดีต่อโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคตแล้ว นายกรัฐมนตรี จูเลีย กิลลาร์ด ประกาศโต้งว่าพรรคแรงงานของตนจะไม่ขอบรรจุการสนับสนุนพลังงานนิวเคลียร์ไว้ในนโยบาย

ที่มา PhysOrg

นอกจากนี้ เยอรมนี ก็ได้สั่งการปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นเก่าที่เดินเครื่องมาตั้งแต่ปี 1980 จำนวน 7 โรง และประกาศว่าจะนำประเด็นความปลอดภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เข้าสู่การประชุมสุดยอดผู้นำ EU ในวันที่ 24-25 มีนาคม 2011 นี้ด้วย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่นาน เพิ่งจะอนุมัติให้เดินเครื่องต่อไปได้อีก 12 ปี (แต่หลายฝ่ายลงความเห็นว่านี่เป็นเรื่องการเมือง เพราะนายกฯ Angela Merkel กำลังอยู่ในช่วงขาลง แถมยังต้องเจอกับการเลือกตั้งลงคะแนนเสียงท้องถิ่นเร็วๆ นี้)

ที่มา CNET News

UPDATE: เวเนซุเอลา ก็ประกาศยับยั้งโครงการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศตัวเองแล้วด้วย เมื่อปีที่แล้วเวเนซุเอลาก็เพิ่งจะเริ่มวางแผนการศึกษาขั้นต้นเพื่อสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เหมือนกัน

ที่มา Fox News

UPDATE: ล่าสุด จีน ก็กลับลำชะลอแผนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แล้ว

จริงๆ ผมอยากปิดข่าวนี้ด้วย ความคืบหน้าใน ประเทศไทย นะ แต่ช่างเหอะ ทุกท่านคงทราบดีกันอยู่แล้วว่าอนาคตมันเลือนรางขนาดไหน (ต่อให้ไม่มีเหตุที่ญี่ปุ่นก็เถอะ) ผมไม่อยากตอกย้ำ +_+

8 Comments

EThaiZone's picture

ขอ 3G ก่อนเถอะ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ค่อยว่ากันทีหลัง

joomla's picture

เวียดนามน่ากลัวมาก เป็นหน้าด่านที่เปิดรับมรสุมทั้งปี โอกาสแผ่นดินไหวหรือสึนามิเป็นไปได้สูง
ส่วนบ้านเรานี่กลัวการบริหารงานมากกว่า ต่อให้เทคโนโลยีดีขนาดไหน ถ้าเจอความชุ่ย มักง่าย เห็นแก่ได้ ไร้ความเป็นระเบียบ ไร้ความรับผิดชอบ แค่นี้ก็เสร็จ ไม่ต้องรอให้แผ่นดินไหว เห็นตัวอย่างที่จัดการง่ายๆ แล้วยังจัดการได้ไม่สำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ลำห้วยคริตี้ล่าง ป่าไม้ แล้วถ้ามาเจอกับรังสีที่มองไม่เห็นนี่แย่เข้าไปใหญ่ ถ้าจะสร้างต้องสร้างติดกับรัฐสภาพหรือพวกคนดัง

tomyum009's picture

บ้านเรานี่ ความหวังเท่ากับไม้ขีดไฟน่ะครับ

คนไทยกลัวแบบไร้เหตุผลมาก บวกกับสื่อประโคมข่าวว่านิวเคลียร์ไม่ดีอย่างนั้น แย่อย่างนี้

netfirms's picture

ผมก็สนับสนุนให้มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศเราครับ แต่อย่ามาตั้งแถวบ้านผมนะ

fatro's picture

บุคลากรบ้านเราไม่น่ากลัวอย่างที่คิดหรอกครับ พอถึงเวลาจริงๆ คนเราไม่เล่นๆ หรอก

polaromonas's picture

เห็นความคิดของผู้บริหารบ้านเมืองแล้วเพลีย จริงอยู่ว่าเหตุการณ์ที่ญี่ปุ่นน่าหวาดหวั่น แต่หากตื่นตูมเพราะอุบัติเหตุโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากพลังงานนิวเคลียร์ง่ายๆ คงไม่ต้องทำอะไรกินแล้วประเทศไทย นับถือวิสัยทัศน์ของปธน. เกาหลีใต้เลย เค้าอยู่ใกล้ญี่ปุ่นขนาดนั้น ยังมั่นใจในเทคโนโลยีของตัวเอง ของไทยนี่เริ่มศึกษามาเป็นสิบๆปีแล้ว ป่านนี้ก็ยังไม่ได้เริ่ม