[Breaking News] โรงไฟฟ้าฟุกุชิมามีระเบิดอีกครั้งที่เตาที่ 3

By: terminus
Writer
on Sun, 13/03/2011 - 21:55

คนที่ติดตามข่าวช่วงเมื่อหัวค่ำคงทราบแล้วว่าตอนนี้ทางการญี่ปุ่นได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเพิ่มกับเตาปฏิกรณ์ที่ 3 ของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมาโรงที่ 1 แล้ว (Fukushima Daiichi Plant)

Yukio Edano หัวหน้ากองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีของญี่ปุ่น (Chief Cabinet Secretary) แถลงว่า เนื่องจากความร้อนที่สะสมภายในเตาปฏิกรณ์ที่ 3 ยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต แม้ว่าก่อนหน้านี้จะได้มีการเปิดวาล์วเพื่อปล่อยไอน้ำบางส่วนออกมาและปั๊มน้ำเย็นเข้าไปแทนที่ แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคบางประการ ดูเหมือนน้ำทะเลจะปนเข้าไปด้วยทำให้กระแสน้ำไหลเข้าไม่คงที่ การแก้ไขจึงกินเวลานานกว่าที่ควรจะเป็น ช่างเทคนิคของ TEPCO คาดว่าตอนนี้ในเตาปฏิกรณ์ที่ 3 น่าจะมีปริมาณของก๊าซไฮโดรเจนสะสมในปริมาณมาก หากปล่อยให้เจอกับก๊าซออกซิเจนและประกายไฟก็มีโอกาสที่จะระเบิดตูมตามกันอีกรอบได้ (เมื่อวานระเบิดที่เตาปฏิกรณ์ที่ 1 ก็มีสาเหตุมาจากไฮโดรเจนที่สะสมนี่แหละ)

เหตุการณ์ของเตาปฏิกรณ์ที่ 3 ในตอนนี้จึงอยู่ในภาวะตึงเครียดอย่างที่สุด หากเปิดระบายก๊าซไม่ถูกวิธี ก็จะเกิดระเบิด หากไม่เปิดเลย ก็มีความเสี่ยงที่ความดันและอุณหภูมิในเตาปฏิกรณ์สูงจนแท่งเชื้อเพลิงหลอมละลาย

  • Update 14-03-2011 11:30
    มีการระเบิดเกิดขึ้นที่เตาปฏิกรณ์ที่ 3 แล้วเมื่อเวลา 11:01 น. วันที่ 14 มีนาคม (ตามเวลาในญี่ปุ่น) เป็นการระเบิดจากไฮโดรเจนตามที่ได้คาดการณ์ไว้ รายงานมีผู้บาดเจ็บ 6 ราย TEPCO ปรับตัวเลขผู้บาดเจ็บจากการระเบิดที่เตาที่ 3 ขึ้นเป็น 11 คนแล้วครับ ในจำนวนนี้มีพนักงานของโรงไฟฟ้า 4 คนและเจ้าหน้ากองกำลังปกป้องประเทศ 4 คน ส่วนหลังคาที่เป็นปูนระเบิด แต่ส่วนครอบโลหะและตัวเตาปฏิกรณ์ไม่ได้รับความเสียหาย อ่านรายละเอียดที่ http://www3.nhk.or.jp/daily/english/14_26.html

ถ้านั่นยังฟังแล้วน่ากลัวไม่พอ เตาปฏิกรณ์ที่ 3 ยังมีความพิเศษอีกอย่าง นั่นคือเชื้อเพลิงในเตาที่ 3 มีส่วนผสมของพลูโตเนียมกับยูเรเนียม ไม่ใช่แค่ยูเรเนียมอย่างเดียวเหมือนอย่างในเตาที่ 1

ข้อดีของการผสมพลูโตเนียมลงไปในแท่งเชื้อเพลิง คือ มันให้พลังงานความร้อนได้เร็วกว่าและมากกว่ายูเรเนียมอย่างเดียว (นี่เป็นสาเหตุที่พลูโตเนียมเป็นที่นิยมใช้ในหัวรบนิวเคลียร์ด้วย) ด้วยข้อดีนี้เองทำให้ในวินาทีนี้มันอันตรายยิ่งกว่า เพราะเกิดความร้อนสะสมมากกว่า นอกจากนี้พลูโตเนียมออกไซด์ยังติดไฟได้ด้วย

(ตามธรรมชาติของปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน แม้ว่าในขั้นตอนการผลิตแท่งเชื้อเพลิงจะใส่แค่ยูเรเนียมลงไปอย่างเดียว พอเวลาผ่านไปก็จะมีพลูโตเนียมเกิดขึ้นด้วย แต่การใส่พลูโตเนียมลงไปในขั้นตอนการผลิตเลยนั้นจะส่งผลให้เชื้อเพลิงมีความเข้มข้นของพลูโตเนียมสูงกว่านั้นมาก)

ตอนนี้ TEPCO กำลังปั๊มน้ำทะเลผสม boric acid เข้าไปเพื่อหยุดปฏิกิริยานิวเคลียร์ (ตามทฤษฏี ธาตุ Boron ใน boric acid จะจับกับนิวตรอนยับยั้งการเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ทำให้ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันไม่สามารถเกิดต่อไปได้)

ท่านนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นาโอโตะ คัง ได้ประกาศเตือนว่าจะมีการงดจ่ายกระแสไฟฟ้าเวียนสลับกันไปทั้งประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศยังคงมีพลังงานสำรองเพียงพอ (พลังงานไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นมีสัดส่วนจากพลังงานนิวเคลียร์ถึงหนึ่งในสาม)

ที่มา - NHK World, New Scientist

ป.ล. แม้ว่าจะเกิดการระเบิดจริง ก็คาดกันว่าส่วนโลหะของอาคารและเตาปฏิกรณ์จะไม่ได้รับความเสียหายนะครับ ปัญหาเกี่ยวกับการระเบิดจึงอยู่ที่ความปลอดภัยของพนักงานและความสะดวกในการเข้าแก้ไขมากกว่า อันตรายที่น่ากังวลกว่า คือ การหลอมละลายของแท่งเชื้อเพลิง เพราะอาจทำให้เกิดการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีได้

4 Comments

terminus's picture

ผมเพิ่งตื่นตอน 11.00 ครับ เมื่อวานนั่งตามข่าวถึงตี 4 ^.^

LazarusSP1's picture

ข่าวหนึ่งว่า เตาปฏิกรณ์ ระเบิดไปแล้ว
อีกข่าวบอกว่าเป็นแค่ ไอไฮโดรเจนระเบิด แต่ Nuclear Core ยังอยู่ดี
ยังไงกันหละเนี่ย

Thaina's picture

ข่าวที่ยอมรับกันทั่วไปคือ มีไฮโดรเจนที่เกิดจากน้ำหล่อเย็นระเบิดออกมาครับ
และส่วนที่ระเบิดคือผนังกักรังสี ทำให้รังสีจำนวนนึงรั่วไหลออกมา

ตัวเตาปฏิกรณ์ไม่ได้เสียหาย แต่ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีเลย เพราะไม่สามารถหล่อเย็นได้ จึงจัดว่าอันตรายอยู่พอสมควร