เดือนเพ็ญที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 19 ปี

By: terminus
Writer
on Fri, 11/03/2011 - 20:04

คืนวันที่ 19 มีนาคม 2011 นี้ ดวงจันทร์จะเคลื่อนที่มาอยู่ในตำแหน่งที่ใกล้กับโลกมากที่สุดในวงโคจร คือห่างจากโลกเพียง 356,577 กิโลเมตร (น้อยกว่าระยะทางเฉลี่ยระหว่างโลกกับดวงจันทร์ถึง 8%) ด้วยเหตุนี้ทุกคนบนโลกจะได้เห็นดวงจันทร์เต็มดวงที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 19 ปี นับจากปี 1992 เป็นต้นมา

เนื่องจากวงโคจรของดวงจันทร์เป็นวงรี ระยะห่างระหว่างโลกกับดวงจันทร์จึงขึ้นๆ ลงๆ ตลอดขึ้นอยู่กับว่าดวงจันทร์โคจรมาถึงจุดไหน จุดในวงโคจรที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกมากที่สุดเรียกว่า lunar perigee ส่วนจุดที่อยู่ไกลสุดเรียกว่า lunar apogee และเดือนเพ็ญในคืนวันที่ 19 นี้เราจะเห็นดวงจันทร์โตกว่าปกติถึง 14% และสว่างมากกว่าด้วย

ที่น่าตื่นเต้นคือในทางโหราศาสตร์มีความเชื่อว่า ดวงจันทร์ขนาดใหญ่มักมาพร้อมกับภัยพิบัติ เหตุการณ์ดังๆ ในอดีตที่มาพร้อมกับ lunar perigee เช่น แผ่นดินไหวที่อินโดนีเซียในปี 2005, น้ำท่วมที่ออสเตรเลียในปี 1954 เป็นต้น และ lunar perigee ที่กำลังจะเกิดขึ้นกลางเดือนนี้ยังเป็น perigee ที่ดวงจันทร์จะอยู่ใกล้โลกมากกว่าค่าเฉลี่ยของ perigee ทั่วไปถึง 2% ทำให้ตอนนี้มีข่าวลือมากมายว่อนไปทั่วอินเตอร์เน็ต ส่วนใหญ่ก็เรื่องเดิมๆ เช่น "โลกแตก", "ธรรมชาติลงโทษ", "วันสิ้นมนุษยชาติ" ฯลฯ...ว่ากันไป

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เห็นความสัมพันธ์ทางสถิติของ lunar perigee กับภัยพิบัติที่เคยเกิดมาในอดีต ยิ่งกรณีของแผ่นดินไหว ไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดคิดว่ามันจะเกี่ยวข้องกันมากนัก ดวงจันทร์ที่ใกล้โลกกว่าปกติอย่างมากก็น่าจะทำให้น้ำขึ้นน้ำลงมากกว่าวันอื่นๆ เท่านั้น

ดังนั้นกรุณาอย่าโยง lunar perigee กับแผ่นดินไหว 8.9 ริคเตอร์ที่ญี่ปุ่นวันนี้ ซึนามิก็ไม่เกี่ยว ฤกษ์ปฏิวัติรัฐประหารอะไรก็ไม่เกี่ยวทั้งนั้น เข้าใจ?

ที่มา - Popular Science

12 Comments

nonarav's picture

จับโยงว่ามันเกี่ยว โดยไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันหรือเปล่าจัดว่างมงาย

แต่จับโยงว่ามันไม่เกี่ยว โดยไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันหรือเปล่าจัดว่างมงายเช่นกัน

นักวิทยาศาสตร์ที่แท้ต้องตั้งสมมติฐาน และยังไม่สรุปผลจนกว่าจะสามารถพิสูจน์สมมติฐานนั้นได้
การออกคำสั่งห้ามคนอื่นตั้งสมมติฐานโดยกล่าวอ้างว่ามันไม่เกี่ยวข้องกันทั้งที่ตนเองก็ไม่ได้รู้ความจริงว่าเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว จัดเป็นความงมงายและเป็นอคติ เช่นเดียวกันกับพวกที่ ฟันธงว่ามันเกี่ยวกันแน่นอนทั้งที่ก็ไม่ได้รู้ความจริง

nonarav's picture

การใช้คำด่า คำพูดแดกดันและประชดประชันเพื่อโต้แย้ง ก็ไม่ใช่วิสัยนักวิทยาศาสตร์ครับ

แล้วจะทราบได้อย่างไรครับว่าข่าวที่เอามาแปะให้อ่านนั้น ไม่ได้เป็นข่าวที่เขียนกันผ่านอคติของผู้เขียน
และในขณะที่กำลังกล่าวหาว่าข่าวอื่นๆเขามั่วๆ รู้ได้อย่างไรว่าข่าวที่ตนเองที่กำลังเชื่ออยู่นั่นน่ะไม่ได้มั่ว

ทฤษฎีนี้พระจันทร์ใกล้โลกเป็นเหตุแห่งภัยธรรมชาติ ก็เป็นเรื่องที่ debatable กันอยู่ นักวิทยาศาสตร์กลุ่มนึงบอกว่าไร้สาระ ไม่เกี่ยวกันเลย แต่นักวิทยาศาสตร์ และนักดาราศาสตร์ (รวมถึงนักคณิตศาสตร์อย่างคุณ moon man) บอกว่าเกี่ยวกันแน่นอน แต่ถ้าไปลอง search กูเกิ้ลดูด้วยคำว่า "tide earthquake correlation" ก็จะเห็นงาน research และ article หลายชิ้นอยู่ แสดงว่าคุณ moon man ก็ไม่ได้คิดงั้นอยู่คนเดียวเหมือนกันนะครับ

ตกลงเราจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่หาความรู้รอดูความจริง ไม่ด่วนตัดสินถ้าไม่รู้จริง ....
หรือ
จะเป็นแกนนำเผยแพร่ ที่ยัดเยียดสิ่งที่ตัวเองเชื่อให้คนอื่นต้องเชื่อตาม โดยที่ตัวเองก็ไม่ได้รู้ตามจริง
ฟังตามๆเค้ามาแล้วรีบตัดสินว่าที่ตัวเองเชื่อถูกต้องที่สุด ใครเห็นต่างต้องโดนด่ากราด

จะเป็น อย่างใหนดีละครับ

terminus's picture

ผมลองเอาคำที่คุณบอกไปแปะหาดูแล้ว เจอแต่บทความที่มีข้อสรุปว่า
"no evidence"
"absence of correlation"
อย่างดีหน่อยก็คือ อันที่บอกว่ามีส่วน แต่ต้องเป็นกรณีที่น้ำขึ้นน้ำลงสูงๆ และเร็วมากๆ และเป็นพื้นที่ชายฝั่งที่เปราะบาง ซึ่งยังไงก็จะเกิดแผ่นดินไหวอยู่แล้ว พลังงานน้ำขึ้นน้ำลงอาจจะมีผลแค่ช่วยเร่งให้เกิดเร็วขึ้นเท่านั้น

ไม่เห็นเจออันไหนที่บอกว่ามีนักวิทยาศาสตร์พูดเลยว่าเกี่ยวกันแน่นอน

แต่ผมเอะใจกับชื่อ moon man ที่คุณยกมา เลยไปค้นดู ผมคิดว่าคุณหมายถึง Ken Ring ที่ดูเหมือนจะดังขึ้นมาเพราะอ้างว่าทำนายแผ่นดินไหวที่ Christchurch ได้ แล้วสื่อก็ตีข่าวกันยกใหญ่

สมมตินะครับ หมอดูคนหนึ่ง (ชื่อว่า "มั่วแมน" แล้วกัน พ้องกับ "มูนแมน" ดี) ทำนายลอยๆ ว่า "ปีนี้ดวงจันทร์จะใหญ่กว่าเดิม แล้วที่ญี่ปุ่นจะมีแผ่นดินไหว" แล้วเผอิญมันถูกขึ้นมา คุณคิดว่าผมควรจะเรียกนี่ว่า "วิทยาศาสตร์" ดีมั้ย? perigee/apogee มันก็เกิดของมันอยู่แล้ว แผ่นดินไหวก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้ามันตรงกัน 1 ครั้ง แปลว่าหมอมั่วแมนเป็นหมอดูเทวดาเหรอ?

ถ้างั้นผมก็ทำนายได้เหมือนกัน "เดี๋ยวอนาคตจะต้องมีแผ่นดินไหวครั้งใหม่ใหญ่ทำลายสถิติโลกแล้วเกิดโคตรสึนามิถล่มประเทศ X"
ทำนายแบบนี้ยังไงมันก็ต้องถูก ถ้ามันยังไม่เกิด ก็ไม่มีคนสนใจ ถ้าสักวันมันเกิด ผมก็แค่โพนทะนาให้สื่อลงข่าว รอรับชื่อเสียงอย่างเดียว ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

nonarav's picture

สมมติถ้าเราไม่รู้ว่า V=IR
ถ้าเราหาความสัมพันธ์เชิงสถิติระหว่าง V กับ I
โดยไปวัดค่า V และ ค่า I จากสถานที่ต่างๆ (โดยไม่ได้วัดค่า R เพราะไม่รู้ว่ารู้ว่ามันมีผล)
ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมแสดงผลออกดูเหมือนว่า V กับ I ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย (เพราะ R ไม่ได้ถูกควบคุม)
ผลลัพธ์เช่นนี้ ถ้าเป็นนักวิทยาศาสตร์จะกล่าวว่า "ยังไม่เห็นความสัมพันธ์ทางสถิติของ V กับ I"
แต่จะไม่กล่าวอ้างด้วยอคติทั้งที่ตัวเองไม่รู้จริงว่า "V กับ ณ ไม่เกี่ยวกันแน่นอน ดังนั้นกรุณาอย่าโยง V กับ I"
ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว V กับ I มันเกี่ยวข้องจนสามารถเขียนออกมาเป็นสมการได้
(ถ้าเพียงแค่เพิ่ม R เข้ามาในสมมติฐาน แล้วคำนวณทางสถิติดูก็จะพบความจริง)

ตัวอย่างที่ยกมา ต้องการชี้ให้เห็นว่า
สิ่งใดที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน ยังหาความสัมพันธ์เชิงสถิติไม่ได้นั้น ไม่สามารถด่วนสรุปได้ว่าไม่เกี่ยวข้อง

ทฤษฎีนี้พระจันทร์ใกล้โลกเป็นเหตุแห่งภัยธรรมชาตินั้น
ถ้าให้ V เป็น ภัยธรรมชาติ ให้ I เป็นตำแหน่งดวงจันทร์
เรายังไม่สามารถสรุปได้ว่าไม่เกี่ยวกันจริง
อาจมี R ที่เรายังไม่ได้คาดคิดถึง (หรืออาจสัมพันธ์กันในสมการรูปแบบอื่นๆ)

หากบทความใดๆของใคร ด่วนตัดสินว่า "มันไม่เกี่ยวแน่นอน"
ก็แสดงว่าขาดคุณสมบัติในการคิดสรุปผลในเชิงนักวิทยาศาสตร์

ถ้าหากวันหนึ่ง พบว่ามันมีความเกี่ยวข้องกันจริงๆที่สามารถคำนวนได้จากปัจจัยที่เกี่ยวตัวใดตัวหนึ่ง
มันก็อาจเป็นประโยชน์กับชีวิตเพื่อนมนุษย์อีกมากมาย
ถ้ามันไม่เกี่ยวกันจริงๆ มันก็เป็นสมมติฐานที่ผิดพลาดอีกอันนึงให้ได้เรียนรู้

ตัวผมเองก็ยังไม่ตกลงปลงใจเชื่อว่าทฤษฏีจริงหรือไม่จริง แต่คอยเรียนรู้ ติดตามข้อมูลข่าวสารให้รอบด้าน
ถ้าคุณจะกล่าวอ้างฟันธงตามความคิดความเชื่อของตนเอง ก็เป็นสิทธิของคุณครับ ผมไม่ได้เดือดร้อน

บทความวิทยาศาสตร์ ควรนำเสนอข้อความความจริงอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นใดที่เป็นความเชื่อส่วนตัว ก็ออกตัวว่าเป็นความเชื่อส่วนตัวพร้อมบอกเหตุผล
นั่นจึงเป็นบทความทางวิทยาศาสตร์ที่ดี

ผมชื่นชมทุกท่านที่เอาข่าวสารวิทยาศาสตร์มาแบ่งปันกันให้คนอื่นรับรู้
ผมเองก็ชื่นชมคุณ terminus ในประเด็นนี้ด้วย ที่คุณเอาข่าวมาแบ่งปันความรู้ให้คนอื่นผ่านทาง JuSci
แต่ผมเห็นว่าบทความในตอนท้ายๆนั้น ใส่อคติและความเชื่อที่ด่วนตัดสินด้วยตนเอง
แถมยังกล่าวห้ามคนอื่นเชื่อไปทางอื่น ราวกับว่าตนเองรู้ความจริงของทฤษฎีนั้นจริงๆอย่างถ่องแท้

ที่ผมมากล่าวติติงเพื่อหวังให้คุณเอาไปพัฒนาการเขียนข่าววิทยาศาสตร์ให้ดีๆเจ๋งๆยิ่งๆขึ้นไป
แต่ถ้ามันกลายเป็นยาขมที่คุณรับไม่ได้ ยังพยายามถกเถียงด้วยความเห็นส่วนตัว
เพื่อรักษาปกป้องอคติและความเชื่อที่ตัวเองยึดถือ
แล้วกล่าวอ้างโดยใช้ภาษาและตรรกะตามที่คิดเองเออเองมาชักจูง (ซึ่งนั่นเป็นวิธีของทนายความ มิใช่นักวิทยาศาสตร์)
ผมก็คงไม่ขอต่อความยาวสาวความยืดด้วยแล้วครับ

ยังไงก็ขอบคุณจากใจจริงที่เอาข่าววิทยาศาสตร์มาแบ่งปัน
ส่วนผมก็ขอจบการสนทนาด้วยแต่เพียงเท่านี้ครับ

terminus's picture

ช่วยอ่านบทวิจัยที่เขาเขียนว่า "no evidence" ดีๆ นะครับ

มันไม่ใช่แปลว่าเขาไม่ทดสอบสถิติหรือยังไม่เจอ แต่เขาทดสอบทางสถิติแล้วไม่มีความสัมพันธ์ที่มีนัยสำคัญ

ถ้างั้นจะเอาแบบที่คุณบอกว่า "หาความสัมพันธ์เชิงสถิติไม่ได้" ก็ห้ามสรุปว่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่จริง งั้น GT200 ก็ยังมีสิทธิ์ว่าจะใช้ได้นะครับ

คุณเองก็ไม่ใช่กำลังเอาตรรกะ "พระจันทร์อาจจะ...." มาระดมใส่ผมอยู่เหรอครับ ผมเห็นว่าการใช้คำแบบแทงกั๊กอย่างนั้น (ซึ่งถ้าผมจะเขียนแบบนั้นก็ทำได้ ไม่ยากหรอก) เป็นช่องให้คนอื่นกุเรื่องเอาไปในทางว่า นักวิทยาศาสตร์ยอมรับว่า x สัมพันธ์กับ y ขนาดว่าในกรณีนี้ผมยังไม่เห็นเว็บข่าววิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือได้เขียนในเชิงนั้นด้วยซ้ำ เท่าที่ผมเจอก็มีแต่เขียนแบบผม คือ "ไม่เกี่ยว หรือ เกี่ยวน้อยมาก"

ผมจะเปลี่ยนเนื้อข่าวให้ ก็ต่อเมื่อคุณทำให้ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอของคุณได้เท่านั้น ไม่งั้นผมก็จะยืนตามเดิมแบบนี้แหละ

ผมโคตรแปลกใจเลย พวกคุณชอบพูดกันจังเวลาจะวิจารณ์คนอื่นว่า "ติเพื่อก่อ" บลาๆ แต่พอผมเถียงกลับ "คำวิจารณ์" ของพวกคุณบ้าง กลายเป็นว่าผมไม่ยอมรับคำวิจารณ์ ถ้าผมไม่ยอมรับ ผมไม่มาสนความเห็นคุณด้วยซ้ำ

Thaina's picture

คุณ Terminus ก็แรงไปครับ

การตั้งสมมุติฐาน จะมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่มีเลยก็ได้ครับ เปนแค่การตั้งสมมุติฐานเท่านั้น
มันไม่มีอะไรเลยนอกจากมีไว้สร้างชุดการทดลองหรือแบบรวมสถิติ
ไม่ใช่ทฤษฎี และไม่มีใครบอกว่ามันถูกต้อง

ก็เหมือนกับว่ามีผีหรือไม่มีผี ก็มีสมมุติฐานว่ามีผี
ตราบใดที่ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าไม่มีผี ตราบนั้นก็ยังตั้งสมมุติฐานว่า มีผีอยู่จริง ได้เสมอ
ครับ

vtwifuvjt's picture

ผมเชื่อว่าคนอ่านข่าวกลุ่มนี้มีสติมากพอที่จะตัดสินใจได้ว่างมงายหรือไม่ เชกเช่นเดียวกับกลุ่มที่อ่านข่าวไอทีใน Blognone ซึ่งเป็นกลุ่มเฉพาะเหมือนกัน ก่อนที่คุณจะวิจารณ์ผู้เขียนลองย้อนไปดูตัวคุณเองกับคอมเม้นท์ของคุณนะครับว่าคุณรู้จริงเหรอว่าคำว่า "งมงาย" มีความหมายว่าอะไรก่อนที่จะใช้มัน

ลองเขียนข่าวในแบบที่ตัวเองเป็นดูสิครับ ไม่ใช่มัวแต่คอยวิจารณ์คนอื่น

joomla's picture

ถ้าดวงจันทร์มีผลต่อน้ำขึ้นน้ำลง แรงดึงดูดนั้นก็มีผลต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นบนโลกได้ด้วยเช่นกัน

terminus's picture

อุ๊!
ปี 1992 จริงๆ ด้วยครับ ผมพิมพ์ผิดไปเอง
ขอบคุณมากครับ

lancaster's picture

รู้สึกเหมือนสมัยก่อน ตอนที่หว้ากอเริ่มโดนห้องศาสนาบุก :P