แมมโมแกรม อาจช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคไตได้

By: chobits_nizzy
Writer
on Fri, 21/01/2011 - 23:47

จากการศึกษาที่กำลังจะลงใน Clinical Journal of the American Society of Nephrology (CJASN) ฉบับต่อไป แมมโมแกรม นอกจากจะช่วยตรวจหามะเร็งเต้านมแล้ว อาจช่วยประเมินความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคไตได้ โดยการตรวจหาหินปูน (calcification) ในหลอดเลือด

จากการศึกษาพบว่า การทำแมมโมแกรมสามารถตรวจพบการสะสมของหินปูนในเส้นเลือดแดงที่มาเลี้ยงเต้านม (breast arteries) ของผู้หญิงที่เป็นโรคไตระยะสุดท้าย (end-stage renal disease; ESRD) ถึงเกือบ 2 ใน 3 ซึ่งการตรวจพบหินปูนในเส้นเลือดที่มาเลี้ยงเต้านมนี้เป็นสิ่งที่จำเพาะ และเป็นประโยชน์ต่อการบอกว่ามีหินปูนอยู่ในผนังเส้นเลือดชั้นกลาง (medial vascular calcification) ในผู้เป็นโรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease; CKD)

การมีหินปูนสะสมในหลอดเลือดแดง อาจเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย และโรคไตเรื้อรังมีอัตราการตายที่สูงขึ้น นอกจาการสะสมของหินปูนในผนังชั้นในสุดของหลอดเลือดแล้ว ยังมีการสะสมของหินปูนในผนังชั้นกลาง ซึ่งตรวจเจอได้ยาก และจากการพบหินปูนจากการทำแมมโมแกรมในผู้ป่วยโรคไตนี้ สนับสนุนทฤษฎีที่ว่าผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมีแนวโน้มที่จะมีการสะสมของหินปูนในผนังชั้นกลางของหลอดเลือด ซึ่งก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมา

อย่างไรก็ตามการศึกษานี้ยังมีข้อจำกัดที่สำคัญ คือมีการศึกษาในผู้ป่วยจำนวนน้อย

ที่มา : physorg