ยืนยันแล้ว "อาการภูมิแพ้น้ำอสุจิตัวเอง" เป็นของจริง!

By: terminus
Writer
on Fri, 21/01/2011 - 00:56

ตั้งแต่เมื่อปี 2002 เคยมีรายงานแล้วว่าพบผู้ป่วยชายหลายคนมีอาการภูมิแพ้น้ำอสุจิตัวเอง หรือที่เรียกกันแบบทางการว่า Post-orgasmic illness syndrome (POIS) อาการทั่วไปคือ หลังจากที่มีการหลั่งน้ำอสุจิ ผู้ป่วยจะมีไข้ คัดจมูก แสบตา และเหนื่อยล้าอย่างหนัก อาการเหล่านี้อาจจะอยู่ได้นานเป็นสัปดาห์

ตอนแรกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญบางท่านก็คิดว่าอาการเหล่านี้เกิดจากสภาวะทางจิตที่มีผลต่อร่างกาย แต่งานวิจัยชิ้นล่าสุดของ ศ. Marcel Waldinger แห่ง Utrecht University ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ยืนยันว่าอาการภูมิแพ้น้ำอสุจิตัวเองเป็นโรคภูมิแพ้ที่เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน เหมือนกับโรคภูมิแพ้อื่นๆ ไม่ใช่อาการทางจิตที่ผู้ป่วยคิดไปเอง

ทีมวิจัยของ ศ. Marcel Waldinger ได้ศึกษากับกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วย POIS จำนวน 45 คน ในจำนวนนี้มี 33 คนยินยอมให้นักวิจัยทดสอบอาการภูมิแพ้ด้วยวิธีเอาเข็มที่จุ่มสารละลายเจือจางของน้ำอสุจิตัวเองจิ้มเข้าผิวหนังที่แขน (skin prick test) ผลออกมาว่า 29 จาก 33 คน แสดงอาการแพ้ ซึ่งสามารถแปลความได้ว่า ภูมิคุ้มกันของร่างกายผู้ป่วยมีการตอบสนองต่อน้ำอสุจิจริงๆ

นอกจากนี้เมื่อทีมวิจัยใช้วิธีการรักษาอาการภูมิแพ้แบบที่เรียกว่า hyposensitization therapy กับผู้ป่วย 2 คน คือ เริ่มแรกฉีดสารละลายน้ำอสุจิที่เจือจางมากๆ เข้าไปก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นทุกๆ เดือน ก็พบว่าภายในระยะเวลา 1 และ 3 ปี ผู้ป่วยมีอาการแพ้ลดลง นี่เป็นอีกหลักฐานที่ชี้ว่าอาการแพ้น้ำอสุจิเป็นความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันเหมือนกับโรคภูมิแพ้อื่นๆ และสามารถรักษาให้อาการบรรเทาได้ด้วยวิธีเดียวกัน

ตอนนี้ทีมวิจัยของ ศ. Marcel Waldinger ก็ดำเนินการรักษาผู้ป่วยรายอื่นๆ ต่อไป ขณะเดียวกันก็พยายามหาคำตอบด้วยว่า "ทำไมผู้ป่วยถึงไม่แพ้น้ำอสุจิที่อยู่ในอัณฑะ แต่จะแพ้ก็ต่อเมื่อมีการหลั่งน้ำอสุจิเท่านั้น?" (ถ้าช่วยตัวเองแล้วไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิ อาการแพ้ก็ไม่เกิดเช่นเดียวกัน)

ที่มา - PhysOrg

6 Comments

ytheafter's picture

เวนกำ สงสานคนเป็นโรคนี้จิงๆๆ
และที่ผู้ป่วยไม่แพ้น้ำอสุจิในอัณฑะ อาจจะเป็นเพราะว่าในอัณฑะมีโปรตีนหรือสารเคลือบบางอย่างอยู่ภายในรึปล่าว ผมไม่รู้นะครับ เดาเอา อิอิ

lancaster's picture

สงสัยว่าการทดลอง skin prick test ในเคสนี้ได้ลอง placebo รึเปล่า (หรือว่าการทำ skin prick test มันไม่เกี่ยวกับจิตใจ ไม่จำเป็นต้องลอง placebo?)

lew's picture

ตามปรกติต้องแบ่งสองข้างทำ control group อยู่แล้วนะ

Nozomi's picture

ถ้าดูตาม Physio แล้วในอัณฑะ มันเป็น Immune Privilege นะ เหมือนกับในมดลูกผู้หญิง ในรังไข่ เป็นต้นเลยต้องป้องกันระบบ immune ลงไปยุ่งด้วย เพราะตัวสเปิร์มมันมี โครโมโซมไม่เท่ากับเซลล์ปรกติ และเสีย Chemotaxis บางอย่างไปเหมือนกัน มันอาจคิดว่าเป็นเชื้อโรคได้

แต่ไอ้พวกอวัยวะอื่นๆ ที่รองรับระบบการ ejaculation มันอาจจะไม่ได้ทำแบบเดียวกันก็ได้นะ ... น่าสนใจดีออก

tontpong's picture

กรณีนี้ ไม่ใกล้เคียงกับข่าวสาวอังกฤษจูบลูกหลังคลอดแล้วตายหรอ
(ถ้าจำไม่ผิด กรณีนั้นแพ้น้ำคร่ำมั้ง.. ใครจำได้เป้ะๆ วานชี้แนะทีหนอ)

HMage's picture

นี่ไงล่ะ ช่วยตัวเองมันเป็นบาปนะสาธุชนทั้งหลาย